ฉีด Rejuran หรือสกินบูสเตอร์แล้วช้ำและมีตุ่มนูน แบบไหนปกติ แบบไหนน่าเป็นห่วง?
By Dr. Lee1 min read

หลังฉีดสกินบูสเตอร์อย่าง Rejuran แล้วมีรอยช้ำหรือตุ่มนูนเล็กๆ ขึ้นบนหน้า หลายคนใจหายไม่ใช่น้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วอาการพวกนี้เกิดจากการที่เข็มแทงซ้ำหลายจุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการฉีดยาเข้าผิวหนัง ปัญหาคือไม่รู้ว่าอาการแบบไหนถือว่าปกติ และแบบไหนที่ต้องเป็นห่วง
สกินบูสเตอร์คือการฉีดสารอย่าง hyaluronic acid หรือ PDRN เข้าชั้นตื้นของผิวหนังหลายจุด เพราะต้องแทงเข็มหลายครั้ง รอยช้ำ อาการบวม และตุ่มนูนเล็กๆ จึงเกิดขึ้นได้บ่อย ส่วนใหญ่หายเองภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์ แต่บางรายอาจเกิดก้อนแข็งหรือปฏิกิริยาแพ้ได้บ้าง ลองดูกันว่าอาการไหนคืออาการปกติ และเมื่อไหร่ที่ควรกลับไปพบแพทย์

ทำไมผลข้างเคียงสกินบูสเตอร์ส่วนใหญ่จึงถือว่าปกติ?
ผลข้างเคียงของสกินบูสเตอร์ส่วนใหญ่เกิดจากตัวเข็มเอง การแทงเข็มหลายสิบจุดทั่วหน้าทำให้เกิดรอยแดง บวม รู้สึกเจ็บเล็กน้อย หรือมีรอยช้ำได้ตามธรรมชาติ จากการศึกษาพบว่าอาการบริเวณที่ฉีดแบบนี้เกิดขึ้นในคนที่รับการฉีดถึง 60-80% เลยทีเดียว แต่ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง
สิ่งสำคัญคืออาการเหล่านี้เป็นเพียงชั่วคราว โดยทั่วไปหายใน 1-2 วัน ถึงหนึ่งสัปดาห์ โดยไม่ต้องรักษาพิเศษ ผลข้างเคียงที่รุนแรงนั้นพบน้อยมาก หลายการศึกษารายงานว่าปัญหาร้ายแรงเกิดขึ้นน้อยกว่า 1% นั่นคือความไม่สบายแทบทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากสกินบูสเตอร์ถือว่าเป็นอาการปกติที่ไม่อันตราย
ดังนั้นถ้าหน้าแดง บวม หรือมีตุ่มเล็กๆ หลังฉีดทันที ไม่ได้แปลว่ามีปัญหา แต่เป็นอาการที่คาดได้ว่าจะเกิดขึ้นระหว่างที่เข็มกระตุ้นผิวและสารเริ่มซึมเข้าชั้นผิว การแยกว่าอาการไหนปกติหรือไม่ ดูจากความรุนแรงและระยะเวลา ถ้าไม่รุนแรงและดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ถือว่าปกติ แต่ถ้าแย่ลงหรือนานผิดปกติ นั่นคือสัญญาณที่ควรสังเกต รู้หลักนี้ไว้ก็ช่วยคลายกังวลได้มาก

รอยช้ำและอาการบวมพบบ่อยแค่ไหน และนานแค่ไหนถึงจะหาย?
อาการที่พบบ่อยที่สุดคือรอยช้ำ เพราะบนใบหน้ามีเส้นเลือดฝอยเยอะ เข็มผ่านไปก็ชนได้ง่าย การศึกษาพบว่ารอยช้ำเล็กน้อยเกิดขึ้นใน 30-40% ของคนที่รับการฉีด โดยเฉพาะในคนที่ผิวบางหรือกินยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดไหลคล่อง
โชคดีที่ส่วนใหญ่เวลาแก้ปัญหาได้ รอยแดงและบวมมักหายใน 1-2 วัน ส่วนรอยช้ำใช้เวลามากกว่าหน่อย ส่วนใหญ่หายภายใน 1-2 สัปดาห์ หลังฉีดไม่กี่วัน ควรหลีกเลี่ยงการถูหน้าแรงหรืออยู่ในที่ร้อนนานๆ ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ถ้ารอยช้ำกระจายกว้าง ค่อยๆ หายเองได้ ไม่ต้องรีบร้อน
มีวิธีลดรอยช้ำได้ด้วย ก่อนฉีดไม่กี่วัน งดยาแอสไพริน น้ำมันโอเมก้า 3 และแอลกอฮอล์ที่ทำให้เลือดใสขึ้น หลังฉีดทันทีประคบเย็นก็ช่วยได้ ถ้ามีนัดสำคัญควรจัดตารางฉีดให้ห่างออกไปอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ รอยช้ำพบบ่อยแต่ป้องกันและรับมือได้ ถ้าช้ำง่ายเป็นพิเศษ บอกหมอล่วงหน้าไว้เลยจะดีกว่า

ตุ่มนูนเล็กๆ หลังฉีดเกิดจากอะไร?
หลังฉีดแล้วมีตุ่มนูนเล็กๆ คล้ายเม็ดทรายขึ้นหลายจุดบนผิวหน้า เรียกว่า "ตุ่มนูน" (papules) โดยเฉพาะในการฉีดอย่าง Rejuran ที่หยดสารเข้าชั้นตื้นของผิวทีละจุด อาการนี้ไม่ได้แปลว่าฉีดผิดพลาด แต่เป็นเพราะสารที่ฉีดยังไม่กระจาย จึงนูนอยู่ที่จุดนั้นชั่วคราว
ตุ่มนูนมักหายเองใน 1-2 วัน เมื่อสารกระจายและดูดซึมเข้าผิวรอบข้าง บางตำแหน่งหรือปริมาณที่ฉีดมากอาจนานกว่านั้นหน่อย แต่ไม่ควรนวดหรือบีบด้วยนิ้ว เมื่อเวลาผ่านไปจะราบเรียบเองตามธรรมชาติ ถ้าวันรุ่งขึ้นยังเห็นตุ่มอยู่ รอดูสักสองสามวันก่อน ตำแหน่งต่างกันตุ่มเห็นชัดไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่หายเองได้
แต่ถ้าไม่ใช่แค่ 1-2 วัน แต่ผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วยังมีก้อนแข็ง หรือโตขึ้นและบวมแดง นั่นไม่ใช่ตุ่มนูนธรรมดาอีกต่อไป อาจเป็นก้อน nodule ที่ต้องพบแพทย์ กล่าวคือตุ่มนูนทันทีหลังฉีดถือว่าปกติ แต่ก้อนแข็งที่ไม่ยุบและแข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ คือสัญญาณที่ต้องสังเกต ถ้าตุ่มรบกวนใจ รอดูก่อน 1-2 วัน ส่วนใหญ่ก็ตอบสนองได้ถูกต้องแล้ว

PDRN ใน Rejuran เสี่ยงภูมิแพ้ไหม?
PDRN ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ Rejuran คือสาร polynucleotide ที่ได้จากการสกัด DNA ของแซลมอนแล้วนำมาทำให้บริสุทธิ์ ฟังดูน่ากังวลสำหรับคนที่แพ้ปลา แต่ PDRN ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์อย่างละเอียด ซึ่งช่วยกำจัดโปรตีนที่ก่อภูมิแพ้ออกไป ทำให้ปฏิกิริยาแพ้จริงๆ พบได้น้อยมาก
แม้อย่างนั้น การแจ้งประวัติก่อนฉีดก็ยังสำคัญ ถ้าแพ้ปลารุนแรงหรือเคยมีปฏิกิริยาผิดปกติจากการฉีดมาก่อน บอกหมอล่วงหน้าเพื่อให้ประเมินความเสี่ยงได้ ถ้าตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือมีการอักเสบติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน การตรวจสอบพวกนี้คือขั้นตอนพื้นฐานในการลดผลข้างเคียง ดูเหมือนเล็กน้อยแต่บอกตรงๆ ก่อนฉีดช่วยได้จริง
สกินบูสเตอร์ที่มี PDRN นั้นความเสี่ยงภูมิแพ้ต่ำ แต่ไม่ใช่ศูนย์เลย หลังฉีดถ้าหน้าบวมกว้าง มีลมพิษ หรือคันรุนแรง อาจเป็นสัญญาณแพ้ ควรรีบแจ้งคลินิก พบได้น้อยแต่รู้ไว้เพื่อไม่ให้พลาดสัญญาณ การฉีดในที่ที่ใช้สินค้าแท้ก็ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องนี้ได้

อาการปกติกับสัญญาณอันตราย แยกกันยังไง?
เกณฑ์แยกอาการปกติกับสัญญาณอันตรายมีสองอย่างคือ ความรุนแรงและระยะเวลา ถ้าไม่รุนแรงและดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ถือว่าปกติ ถ้าแย่ลงเรื่อยๆ หรือนานเกิน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ต้องสังเกต รอยแดง บวม รอยช้ำเล็กน้อย และตุ่มนูนเล็กๆ ที่ค่อยๆ จางลงภายใน 1 วัน ถึง 1 สัปดาห์ ไม่ต้องกังวล
ในทางกลับกัน มีสัญญาณที่ควรไปพบแพทย์ ถ้าบริเวณที่ฉีดเปลี่ยนเป็นสีขาว เจ็บรุนแรง หรือมีสีเปลี่ยนผิดปกติ อาจเกี่ยวกับหลอดเลือด ต้องแจ้งทันที นอกจากนี้ถ้าผ่านไปหลายวันแล้วยังบวมแดงและรู้สึกร้อน หรือเริ่มมีหนอง ต้องสงสัยการติดเชื้อ ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วมีก้อนแข็ง ต้องตรวจ nodule หน้าบวมทั้งหน้าและมีลมพิษขึ้น นั่นคืออาการแพ้ สัญญาณเหล่านี้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง อย่ารอ รีบติดต่อคลินิกทันที
ตัวเลขบอกว่าปัญหาร้ายแรงพวกนี้พบน้อยกว่า 1% ส่วนใหญ่มีแค่อาการเล็กน้อยและหายภายในไม่กี่วัน จึงไม่ต้องกลัวจนเกินไป แต่ควรรู้ว่าสัญญาณอันตรายมีอะไรบ้าง ถ้าไม่แน่ใจ อย่าอดทนรอเอง โทรถามคลินิกที่ฉีดดีที่สุด

ลดผลข้างเคียงสกินบูสเตอร์ได้ยังไงบ้าง?
การเตรียมตัวเริ่มก่อนฉีด งดยาแอสไพริน น้ำมันโอเมก้า 3 และแอลกอฮอล์ก่อนฉีดสองสามวัน ช่วยลดรอยช้ำได้ การฉีดตอนร่างกายแข็งแรงก็ช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ถ้าบริเวณที่จะฉีดมีสิว บาดแผล หรือการอักเสบอยู่ รอให้หายก่อนแล้วค่อยฉีด การเตรียมตัวเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ช่วยลดผลข้างเคียงได้ครึ่งหนึ่ง
หลังฉีดก็ต้องดูแลด้วย วันที่ฉีดหลีกเลี่ยงการถูหน้าแรงหรือแต่งหน้าหนาเกิน ไม่กี่วันแรกเลี่ยงซาวน่าหรือออกกำลังกายหนักที่ทำให้ร้อนและบวมมากขึ้น กันแดดและให้ความชุ่มชื้นช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ถ้ามีตุ่มนูนขึ้น อย่าแตะ รอเวลาไว้ก่อน
สถานที่ที่ฉีดก็สำคัญ ต้องฉีดในที่ที่มีมาตรฐานสุขอนามัยดีและรับมือปัญหาได้ถ้าเกิดขึ้น จึงจะลดการติดเชื้อและก้อนแข็งได้ ตรวจดูด้วยว่าใช้สินค้าแท้ไหมและผู้ฉีดมีประสบการณ์แค่ไหน สกินบูสเตอร์โดยทั่วไปปลอดภัย แต่ความปลอดภัยมาจากการเตรียมตัวและการเลือกผู้ฉีด ถ้าราคาถูกผิดปกติ ลองตรวจสอบเรื่องสินค้าแท้และสุขอนามัยให้ดีก่อน การเตรียมตัวดีและเลือกผู้ฉีดที่มีประสบการณ์คือสิ่งที่ลดผลข้างเคียงได้มากที่สุด
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Laser Genesis คืออะไร ได้ผลจริงไหมกับผิวแดง รูขุมขน และริ้วรอย ต้องทำกี่ครั้ง?
Laser Genesis คืออะไร เลเซอร์ non-ablative 1064nm ใช้ความร้อนอ่อนๆ จัดการผิวแดง รูขุมขน และริ้วรอยได้ยังไง ได้ผลดีกับอะไร อ่อนกับอะไร ต่างจากเลเซอร์ตัวอื่นยังไง ต้องทำกี่ครั้ง และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง อธิบายตรงๆ ไม่เกินจริง
By Dr. Kim

Profhilo ฟื้นผิวได้จริงไหม? HA ไบโอรีโมเดลลิ่งต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร
Profhilo คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์และ Rejuran อย่างไร ผลด้านความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นจากข้อมูลคลินิกจริง ผลเริ่มเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียงและความปลอดภัยมีอะไรบ้าง จากมุมมองแพทย์ในห้องตรวจ
By Dr. Lee

ผลข้างเคียงโบท็อกซ์และการดื้อยา หนังตาตก หน้าแข็ง เกิดจากอะไร นานแค่ไหน?
ทำไมผลข้างเคียงโบท็อกซ์ถึงหายได้เองเกือบทั้งหมด หนังตาตกและคิ้วตกเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมหน้าถึงดูแข็งหรือไม่สมมาตร โบท็อกซ์ดื้อยาได้จริงไหม ผลข้างเคียงอยู่นานแค่ไหนและกลับมาปกติได้ไหม รวมถึงวิธีลดความเสี่ยง รวบรวมคำตอบตรงๆ ไม่บิดเบือน
By Dr. Kim