prettytime
Skincare

หลักการที่ทำให้ปากนกกระจอก มุมปากแตกและเปื่อยซ้ำ ๆ เกิดจากน้ำลายและเชื้อรา พร้อมวิธีดูแล

By Dr. Lee1 min read

อาการที่มุมปากทั้งสองข้างแตกเป็นรอย มีคราบขาวเปื่อยยุ่ย และรู้สึกแสบเวลายิ้มหรืออ้าปาก เรียกว่าปากนกกระจอก ทาลิปมันบำรุงริมฝีปากแค่ไหนก็มักไม่ค่อยหาย บางทีดูเหมือนจะหายแล้ว แต่ผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาแตกที่จุดเดิมอีก

อาการนี้ไม่เหมือนริมฝีปากแห้งแตกธรรมดา เพราะมุมปากเป็นรอยพับที่ริมฝีปากบนกับล่างมาบรรจบกัน น้ำลายจึงขังอยู่ได้ง่าย แล้วยังเป็นจุดที่ขยับตลอดเวลาเวลาพูดหรือเคี้ยวอาหาร เมื่อเชื้อราหรือแบคทีเรียเข้ามาตั้งรกรากซ้ำ แผลที่แตกก็ยิ่งหายยาก บทความนี้จะไล่อธิบายว่าทำไมจุดนี้ถึงแตกง่ายและหายช้าเป็นพิเศษ

ปากนกกระจอกเกิดที่จุดไหนและมีอาการอย่างไร

ปากนกกระจอกเกิดขึ้นตรงมุมปากทั้งสองข้าง จุดที่ริมฝีปากบนกับล่างมาชนกัน ช่วงแรกจะแค่แดงเล็กน้อยและแห้งนิดหน่อย แต่พอเวลาผ่านไป ผิวจะเริ่มแตกและมีน้ำเหลืองซึมออกจากรอยแตก จนกลายเป็นแผ่นเปื่อยสีขาวปกคลุมอยู่

ทุกครั้งที่อ้าปาก ยิ้มกว้าง หรือเคี้ยวอาหาร รอยแตกจะถ่างออกอีกครั้งและทำให้เจ็บ ต่างจากริมฝีปากแห้งทั่วไปที่แห้งทั้งแผ่น เพราะปากนกกระจอกจะจำกัดอยู่เฉพาะตรงมุมพับนั้นเท่านั้น นั่นหมายความว่าปัญหาทั้งหมดไปกระจุกตัวอยู่ที่จุดพับจุดเดียว

บางคนเป็นแค่ข้างเดียว บางคนเป็นทั้งสองข้างพร้อมกัน แต่ไม่ว่าจะข้างไหน จุดที่มีอาการก็เหมือนกันเสมอ คือมุมแคบ ๆ ที่ริมฝีปากบนล่างมาบรรจบพับกัน การที่ตำแหน่งคงที่แบบนี้เองเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจสาเหตุได้

ทำไมมุมปากถึงแตกซ้ำ ๆ อยู่จุดเดียว?

ผิวหน้าส่วนใหญ่เรียบตึง แต่มุมปากไม่เหมือนใคร เพราะมีโครงสร้างเป็นรอยพับที่ริมฝีปากบนล่างมาชนกัน จึงพับเข้าคลายออกซ้ำ ๆ บ่อยกว่าบริเวณอื่นมาก

จุดพับนี้แบกปัญหาสองอย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือเป็นร่องแคบที่น้ำลายขังได้ง่าย อย่างที่สองคือร่องนั้นจะถ่างออกแล้วหุบเข้าตลอดเวลาที่พูดหรือเคี้ยว คล้ายกับรอยพับของเสื้อผ้าที่มักขาดก่อนส่วนอื่นเสมอ เมื่อจุดเดิมถูกยับซ้ำ ๆ จุดนั้นก็อ่อนแอลงเป็นธรรมดา

น้ำลายทำให้ผิวเปื่อยยุ่ยได้อย่างไร

ในน้ำลายมีเอนไซม์ที่ชื่อว่าอะไมเลส ทำหน้าที่ย่อยอาหาร เอนไซม์ตัวนี้ไม่มีปัญหาอะไรเวลาอยู่ในปาก แต่ถ้าเปื้อนอยู่บนผิวหนังนอกมุมปากต่อเนื่องเป็นเวลานาน ก็จะค่อย ๆ ทำให้ชั้นขี้ไคลบนผิวเปื่อยยุ่ยลง

ลองนึกภาพเวลาแช่มือในน้ำนาน ๆ ปลายนิ้วจะบวมขาวและเหี่ยวย่น สภาพแบบนั้นผิวจะอ่อนแอ แค่โดนสัมผัสเบา ๆ ก็ลอกและเป็นแผลได้ง่าย มุมปากก็เช่นกัน ยิ่งเปียกน้ำลายนานเท่าไร ชั้นขี้ไคลก็ยิ่งเปื่อยยุ่ยมากขึ้น และผิวที่เปื่อยแล้วก็แตกง่ายแม้แค่ขยับยิ้มหรือเคี้ยวธรรมดา

ทำไมเชื้อราและแบคทีเรียถึงเข้าไปฝังตัวในรอยแตก

แผลที่แตกครั้งหนึ่งจะไม่จบแค่นั้น เพราะรอยแตกที่ชื้นและอุ่นเป็นสภาพแวดล้อมที่ถูกใจเชื้อรา (ส่วนใหญ่คือแคนดิดา) และแบคทีเรีย (ส่วนใหญ่คือสแตฟิโลค็อกคัส) เชื้อพวกนี้มีอยู่แล้วในปริมาณเล็กน้อยทั้งในช่องปากและบนผิวหนัง แต่พอเจอรอยแตกที่ชื้นแฉะ ก็จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว

เมื่อมีการติดเชื้อเพิ่มเข้ามา ความเร็วของการระคายเคืองจะแซงหน้าความเร็วในการหายของแผล นี่คือเหตุผลที่ทาแค่มอยส์เจอไรเซอร์อย่างเดียวมักไม่หาย คนที่ใส่ฟันปลอมแล้วมุมปากพับลึกกว่าปกติ หรือคนที่ใส่หน้ากากอนามัยนานหรือมีนิสัยหายใจทางปาก ก็มีแนวโน้มที่มุมปากจะชื้นอยู่ตลอดเวลา จนเกิดปัญหาเดียวกันนี้ได้ง่าย

แรงเสียดสีและการขยับปากทำให้แผลลุกลามได้อย่างไร

หลายคนคงเคยมีประสบการณ์แผลที่ข้อนิ้วแตกซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่งอข้อนิ้ว สะเก็ดแผลก็แตกอีกครั้ง มุมปากก็เป็นแบบเดียวกัน ทุกครั้งที่พูด ยิ้ม หรือเคี้ยว รอยแตกก็จะถ่างออกซ้ำอยู่เรื่อย ๆ

การจะหายเป็นปกติต้องอาศัยเวลาให้เนื้อเยื่อใหม่มาปิดรอยแตก แต่มุมปากเป็นจุดที่ขยับหลายร้อยครั้งต่อวัน สะเก็ดแผลหรือเนื้อเยื่อใหม่จึงยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกดึงให้แตกซ้ำอีกแล้ว จึงรู้สึกว่าหายช้ากว่าแผลบริเวณอื่นเป็นพิเศษ

ทำไมถึงหายยากและกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ๆ?

สรุปปัจจัยทั้งหมดที่ผ่านมา คือความเปื่อยยุ่ยจากน้ำลาย การติดเชื้อราและแบคทีเรีย และแรงเสียดสีที่เกิดซ้ำ ๆ ทั้งสามอย่างทำงานพร้อมกันในจุดเดียวกัน ถ้ามีแค่อย่างเดียวแผลก็คงหายได้ในไม่กี่วัน แต่พอสามอย่างมาซ้อนกัน ก็กลายเป็นวงจรที่คอยปลุกกันขึ้นมาซ้ำ ๆ

เมื่อรอยแตกติดเชื้อ การอักเสบจะทำให้บริเวณนั้นบวมและไวต่อสิ่งเร้ามากขึ้น ผิวที่ไวขึ้นก็แตกง่ายขึ้นแม้ขยับเพียงเล็กน้อย แผลที่แตกอีกครั้งก็ถูกเปิดรับน้ำลายและเชื้อโรคอีก ถ้าวงจรนี้ไม่ถูกตัดขาด ทามอยส์เจอไรเซอร์อย่างเดียวก็แก้ไม่ได้ และมักเป็นแบบดูเหมือนจะหาย แต่พอผ่านไปไม่กี่วันก็กลับมาแตกที่จุดเดิมอีก

ด้วยเหตุนี้ ปากนกกระจอกจึงมักไม่หายเร็วแค่กำจัดสาเหตุเดียว ไม่ว่าจะเป็นการลดเวลาที่มุมปากเปียกน้ำลาย ลดแรงเสียดสี หรือควบคุมการติดเชื้อ ถ้าขาดไปข้อใดข้อหนึ่ง อีกสองข้อที่เหลือก็จะทำให้วงจรหมุนต่อไปได้อยู่ดี ต้องดูแลทั้งสามอย่างไปพร้อมกันเท่านั้นถึงจะตัดวงจรนี้ได้

นิสัยในชีวิตประจำวันที่ทำให้แตกง่ายขึ้น

มีนิสัยที่พบได้บ่อยหลายอย่างที่ทำให้วงจรนี้ยืดเยื้อออกไปนาน

  • นิสัยเลียริมฝีปากหรือมุมปากบ่อย ๆ: ทำให้ชุ่มขึ้นชั่วคราวจากน้ำลาย แต่พอน้ำลายแห้ง กลับดึงความชุ่มชื้นออกไปมากกว่าเดิม ทำให้ผิวแห้งและอ่อนแอลง
  • ฟันปลอมที่ไม่พอดีหรือการสบฟันที่เปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้: เมื่อระยะห่างระหว่างขากรรไกรบนล่างเปลี่ยนไป มุมปากจะพับลึกกว่าปกติ จนกลายเป็นแอ่งที่น้ำลายขังได้ง่าย
  • ใส่หน้ากากอนามัยเป็นเวลานาน: ความชื้นจากลมหายใจและน้ำลายจะถูกกักไว้รอบปาก ทำให้บริเวณนั้นชื้นแฉะตลอดเวลา
  • การกินอาหารที่ขาดวิตามินบีหรือธาตุเหล็ก: สารอาหารเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่ผิวและเยื่อเมือกใช้ซ่อมแซมตัวเอง หากขาดไปมีรายงานว่าแม้แผลเล็ก ๆ ก็จะหายช้าลง
  • นิสัยอ้าปากและมีน้ำลายไหลตอนนอนหลับ: ระหว่างหลับเราไม่สามารถเช็ดออกเองได้ น้ำลายจึงค้างอยู่ที่มุมปากนานขึ้น

วิธีดูแลที่ช่วยให้แผลฟื้นตัว

เมื่อเข้าใจสาเหตุแล้ว แนวทางดูแลก็ชัดเจนขึ้น หัวใจสำคัญคือลดการสัมผัสน้ำลายและแรงเสียดสี และไปพบแพทย์หากสงสัยว่าติดเชื้อ

  • พยายามลดนิสัยเลียริมฝีปากหรือมุมปากโดยรู้ตัว เพราะเป็นวิธีตัดวงจรที่น้ำลายแห้งแล้วดึงความชุ่มชื้นออกไปซ้ำ
  • ทาครีมบำรุงเนื้อขี้ผึ้งที่ช่วยกันความชื้น เช่น วาสลีน บาง ๆ บ่อย ๆ จะช่วยลดเวลาที่น้ำลายสัมผัสผิวโดยตรงได้
  • ถ้ารอยแตกมีคราบขาวเปื่อยหรือไม่หายเกิน 2 สัปดาห์ อาจสงสัยว่าติดเชื้อราหรือแบคทีเรีย แนะนำให้ไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับยาทาต้านเชื้อราหรือยาปฏิชีวนะ
  • อาหารรสเค็มจัด เปรี้ยวจัด หรือใส่เครื่องเทศเยอะ อาจระคายเคืองแผลที่แตกได้ ควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่กำลังฟื้นตัว
  • หากรู้สึกว่าฟันปลอมหลวมหรือการสบฟันเปลี่ยนไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ควรไปพบทันตแพทย์ควบคู่กันไปด้วย จะช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

ปากนกกระจอกส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงไม่กี่สัปดาห์เมื่อลดสาเหตุลง แต่ถ้าเป็นซ้ำบ่อยหรือเรื้อรังนาน ควรนึกถึงความเป็นไปได้ว่าอาจมีการติดเชื้อร่วมด้วยและไปพบแพทย์เพื่อความปลอดภัย ไม่ต้องรีบร้อนหากดูแลตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้นทันที เพราะการลดทั้งน้ำลายและแรงเสียดสีให้น้อยลงพร้อมกันต้องใช้เวลาสักระยะ

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

ผื่นแดงรอบปากที่ขึ้นซ้ำ ๆ กลไกที่สเตียรอยด์และสารระคายเคืองสร้างขึ้น พร้อมวิธีดูแล

ผื่นแดงเล็ก ๆ ที่ขึ้นซ้ำเฉพาะรอบปาก เรียกว่าโรคผิวหนังอักเสบรอบปาก บทความนี้อธิบายกลไกว่าสเตียรอยด์ทาผิว ครีมเนื้อหนัก และยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นสิ่งระคายเคืองที่พบได้ทั่วไป ทำให้ผื่นนี้เกิดขึ้นและลุกลามได้อย่างไร

By Dr. Kim

Skincare

หลักการแพร่เชื้อไวรัสหูดข้าวสุก ผ่านการสัมผัสผิวหนัง บาดแผล และการใช้ของร่วมกัน พร้อมวิธีป้องกัน

หูดข้าวสุกเกิดจากเชื้อไวรัส Molluscum contagiosum ในตระกูล Poxvirus ที่อาศัยอยู่เฉพาะชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น เป็นโรคผิวหนังติดเชื้อที่พบได้บ่อย ติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรง ผ้าเช็ดตัว หรืออุปกรณ์อาบน้ำที่ใช้ร่วมกัน และหากเกาก็ลามไปทั่วร่างกายตัวเองได้ง่าย บทความนี้สรุปหลักการที่เชื้อไวรัสเข้าสู่ผิวหนังและแพร่กระจาย

By Dr. Kim

Acne

สิวอุดตันหัวขาวที่หน้าผากและแก้ม เกิดจากอะไร พร้อมหลักการที่ขี้ไคลอุดตันรูขุมขนและวิธีดูแล

สิวอุดตันหัวขาวหรือที่เรียกกันว่าสิวอุดตันชนิดปิด เกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วไปอุดปากรูขุมขน ทำให้กลายเป็นสิวระยะเริ่มต้น บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมเซลล์ผิวถึงหลุดลอกไม่ทันจนสะสมอุดตัน และแตกต่างจากสิวอุดตันชนิดเปิดอย่างไร

By Dr. Kim

Back to articles