prettytime
Acne

สิวอุดตันหัวขาวที่หน้าผากและแก้ม เกิดจากอะไร พร้อมหลักการที่ขี้ไคลอุดตันรูขุมขนและวิธีดูแล

By Dr. Kim1 min read

เวลาใช้ปลายนิ้วลูบที่หน้าผากหรือแก้ม บางครั้งจะรู้สึกถึงตุ่มเล็กๆ ขรุขระคล้ายเม็ดข้าวสาร ไม่แดง ไม่เจ็บ แต่สัมผัสได้ชัด นี่คือสิวอุดตันหัวขาวหรือสิวอุดตันชนิดปิดที่หลายคนคุ้นเคยกันดี เพราะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน หลายคนจึงปล่อยผ่านไปโดยไม่ดูแล แต่ถ้าเข้าใจหลักการตั้งแต่ขั้นนี้และดูแลอย่างถูกวิธี จะช่วยป้องกันไม่ให้พัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้มากทีเดียว

สิวอุดตันชนิดปิดคือภาวะที่เซลล์ผิวและไขมันส่วนเกินจับตัวเป็นก้อนติดอยู่ใต้ผิว และมีชั้นผิวบางๆ ปิดทับอยู่ด้านบน เมื่อมองจากภายนอกจึงเห็นเป็นเพียงตุ่มเล็กสีขาวหรือสีใกล้เคียงผิว บทความนี้จะค่อยๆ ไล่อธิบายว่าทำไมขี้ไคลถึงไปอุดรูขุมขนได้ตั้งแต่ต้น

สิวอุดตันหัวขาวหรือสิวอุดตันชนิดปิดคืออะไรกันแน่?

ผิวหนังของเรามีรูขุมขนเป็นทางเดินเล็กๆ ให้ไขมันส่วนเกินและเซลล์ผิวเก่าค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาสู่ผิวหน้าตามธรรมชาติ ลองนึกภาพรูขุมขนเป็นเหมือนท่อระบายน้ำก็จะเข้าใจง่ายขึ้น ถ้าน้ำไหลผ่านสะดวกก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีเส้นผมหรือสิ่งสกปรกไปติดขวางอยู่ น้ำก็จะเอ่อค้างเหมือนกัน

สิวอุดตันชนิดปิดคือภาวะที่ปากทางเดินนี้เกือบจะปิดสนิท ทำให้ไขมันและเซลล์ผิวที่สะสมอยู่ข้างในแทบไม่สัมผัสกับอากาศเลย ในทางกลับกัน สิวอุดตันชนิดเปิดหรือที่คนทั่วไปเรียกว่าสิวหัวดำ เกิดจากปากรูขุมขนเปิดอยู่ สิ่งที่อยู่ข้างในจึงสัมผัสอากาศและเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจนกลายเป็นสีดำ ทั้งสองแบบเริ่มต้นจากจุดเดียวกัน แต่ลักษณะที่มองเห็นจะต่างกันโดยสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับว่าปากรูขุมขนเปิดหรือปิด

หลักการที่ขี้ไคลไปอุดตันรูขุมขน

ผนังด้านในของรูขุมขนถูกปกคลุมด้วยเซลล์ผิวเช่นเดียวกับผิวหน้าชั้นนอก ในภาวะปกติ เมื่อเซลล์ผิวเจริญเต็มที่แล้วก็จะหลุดลอกออกไปเอง และเซลล์ใหม่จะขึ้นมาแทนที่ แต่ถ้าด้วยเหตุผลบางอย่าง อัตราการหลุดลอกช้าลง หรือแรงยึดเกาะระหว่างเซลล์แน่นขึ้นกว่าปกติ เซลล์ผิวก็จะหลุดออกไม่ทันและสะสมอยู่ในทางเดินนั้นเรื่อยๆ

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าความผิดปกติของการสร้างเคราตินในรูขุมขน พูดง่ายๆ ก็เหมือนบันไดแคบๆ ที่ควรจะมีคนเดินลงทีละคน แต่กลับมีคนจับแขนกันเดินลงเป็นกลุ่มจนแออัดที่ปากบันได เซลล์แต่ละตัวไม่ได้ผิดปกติอะไร แต่จังหวะการหลุดลอกกับแรงยึดเกาะที่คลาดเคลื่อนไปนี่แหละที่ทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน

เมื่อมีไขมันจากต่อมไขมันเข้ามาผสมด้วย ก้อนขี้ไคลนี้ก็จะยิ่งเหนียวหนึบมากขึ้น ในช่วงวัยรุ่นหรือช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวน ฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจนจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น เมื่อมีน้ำมันไหลผ่านทางเดินเดียวกันในปริมาณมากขึ้น การอุดตันก็ยิ่งรุนแรงขึ้นตามไปด้วย พูดให้เข้าใจง่ายคือ เมื่อทั้งขี้ไคลและไขมันเพิ่มขึ้นพร้อมกันในทางเดินเดียวกัน นี่คือสาเหตุพื้นฐานที่ทำให้เกิดสิวอุดตันชนิดปิดได้ง่าย

เมื่อไขมันและแบคทีเรียเข้ามาเสริม

เมื่อรูขุมขนถูกอุดตันเป็นเวลานาน ภายในจะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่แทบไม่มีออกซิเจน และแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บนผิวหนังตามปกติอย่างเชื้อสิว (P. acnes) กลับชอบสภาพแวดล้อมแบบนี้เป็นพิเศษ ลองนึกภาพห้องปิดทึบที่เชื้อราชอบขึ้นก็จะเห็นภาพใกล้เคียงกัน

เมื่อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้นภายในรูขุมขนที่ปิดอยู่ เนื้อเยื่อโดยรอบจะรับรู้ว่าเป็นภัยคุกคามและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ หากดำเนินไปถึงขั้นนี้ สิวอุดตันชนิดปิดก็อาจกลายเป็นตุ่มแดงบวมหรือตุ่มหนองได้ กล่าวคือ ตัวสิวอุดตันชนิดปิดเองยังไม่มีการอักเสบ แต่สภาพแวดล้อมที่ถูกปิดกั้นอยู่ข้างในนั้นเอื้อให้แบคทีเรียเพิ่มจำนวนได้ง่าย จึงมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่ขั้นถัดไป

ทำไมไม่ควรบีบสิวอุดตันเอง?

ความอยากบีบสิวอุดตันด้วยมือเป็นเรื่องธรรมดาที่หลายคนรู้สึก แต่การใช้แรงกดอย่างรุนแรงด้วยมืออาจทำให้สิ่งที่อยู่ข้างในทะลักออกไปทางเนื้อเยื่อโดยรอบแทนที่จะออกทางช่องทางที่ควรจะเป็น เหมือนกับการบีบท่อแคบๆ อย่างแรงจนของข้างในรั่วซึมออกด้านข้างแทนที่จะไหลออกตามทางที่กำหนดไว้

เมื่อสิ่งที่อยู่ข้างในกระจายออกไปแบบนี้ อาการอักเสบก็อาจลุกลามไปทั่วบริเวณนั้น และหลังจากผิวฟื้นตัวแล้วก็มีโอกาสสูงที่จะทิ้งรอยแดงหรือรอยดำไว้ นอกจากนี้ การกดซ้ำๆ ด้วยมือยังอาจพาเชื้อแบคทีเรียที่ติดอยู่บนมือเข้าไปกระตุ้นการอักเสบให้รุนแรงขึ้นอีก แม้ว่าตอนแรกขนาดจะดูเหมือนยุบลงไป แต่หลักการที่ขี้ไคลและไขมันสะสมกลับมาใหม่นั้นยังคงเดิม จึงพบได้บ่อยว่าสิวจะกลับมาขึ้นที่จุดเดิมอีกภายในไม่กี่วัน

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดสิวอุดตันหัวขาว

สิวอุดตันชนิดปิดมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน ปัจจัยหลักที่ทราบกันว่าส่งผลร่วมกัน มีดังนี้

  • เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมก่ออุดตัน (comedogenic): น้ำมันหรือไขบางชนิดในเครื่องสำอางเป็นที่ทราบกันว่าทำให้เซลล์ผิวยึดเกาะกันแน่นขึ้นบริเวณปากรูขุมขน หากทาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้ต่อเนื่อง ก็เท่ากับทำให้ทางเดินระบายแคบลงเรื่อยๆ
  • คราบครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางที่ล้างไม่หมด: หากล้างหน้าไม่สะอาดพอ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจตกค้างอยู่ในรูขุมขนและปะปนกับขี้ไคล ก็เหมือนกับมีสิ่งแปลกปลอมเพิ่มเข้าไปอีกชิ้นในทางเดินนั้น
  • การเสียดสีหรือสัมผัสบ่อยๆ: การใส่หน้ากากอนามัย หมวกกันน็อก หรือนิสัยเอามือแตะหน้าบ่อยๆ จะทำให้ผิวบริเวณนั้นถูกกระตุ้นซ้ำๆ จนเกิดปฏิกิริยาหนาตัวของขี้ไคล เมื่อผิวตอบสนองต่อการระคายเคืองด้วยการสร้างชั้นขี้ไคลให้หนาขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง ปากรูขุมขนก็จะแคบลงไปพร้อมกัน
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: รอบเดือน ความเครียด หรือช่วงที่ฮอร์โมนผันผวน ล้วนทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น เมื่อมีน้ำมันไหลผ่านทางเดินเดียวกันมากขึ้น โอกาสที่จะเกิดการอุดตันก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ปัจจัยเหล่านี้ส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดขึ้นทีละอย่าง แต่ซ้อนทับกันหลายอย่างพร้อมกัน การดูแลจึงควรทำหลายด้านไปพร้อมกัน มากกว่าการปรับเปลี่ยนเพียงจุดเดียว

หลักการดูแลและรักษา

หัวใจสำคัญของการดูแลสิวอุดตันชนิดปิดคือ การเปิดทางเดินที่อุดตันให้โล่งขึ้นอีกครั้ง และชะลอไม่ให้เกิดการอุดตันใหม่ หากดูแลทั้งสองด้านนี้ไปพร้อมกัน ผลลัพธ์ก็จะอยู่ได้นานขึ้น

อันดับแรก สาร salicylic acid และกลุ่ม retinoid เป็นที่ทราบกันว่าช่วยลดแรงยึดเกาะระหว่างเซลล์ผิว ทำให้อัตราการหลุดลอกกลับมาเป็นปกติได้ salicylic acid ละลายในน้ำมันได้ดี จึงแทรกซึมเข้าไปในรูขุมขนที่เต็มไปด้วยไขมันได้ ส่วน retinoid จะช่วยปรับวงจรการเจริญและหลุดลอกของเซลล์ผิวให้เป็นปกติ ทั้งสองชนิดควรเริ่มใช้ในปริมาณน้อยก่อน เพื่อให้ผิวค่อยๆ ปรับตัว จะช่วยลดการระคายเคืองได้

นอกจากนี้ หัตถการดูแลชั้นขี้ไคลหรือการกดสิวอุดตันโดยแพทย์ผิวหนัง ต่างจากการบีบด้วยมือตรงที่ใช้เครื่องมือที่ผ่านการฆ่าเชื้อ ควบคุมแรงกดและทิศทางอย่างเหมาะสม จึงลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อโดยรอบได้มากกว่า นี่คือความแตกต่างสำคัญที่สุดเมื่อเทียบกับการบีบเอง

การล้างหน้าอย่างเหมาะสมก็เป็นอีกส่วนที่ควรใส่ใจ ล้างหน้าวันละประมาณ 2 ครั้งเพื่อขจัดความมันและสิ่งสกปรกที่ตกค้าง แต่ถ้าล้างหน้าถูแรงบ่อยเกินไป อาจทำให้เกราะปกป้องผิวบางลง จนขี้ไคลหนาตัวขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองแทน จึงต้องระมัดระวังจุดนี้ นี่คือเหตุผลที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการล้างหน้าอย่างอ่อนโยนและการใช้สารดูแลขี้ไคลที่เหมาะสมควบคู่กันไป

ควรไปพบแพทย์เมื่อไหร่?

ถ้าดูแลด้วยตัวเองที่บ้านแล้ว สิวอุดตันชนิดปิดยังคงขึ้นใหม่ต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์ หรือกลายเป็นตุ่มแดงอักเสบบ่อยๆ ทั้งที่ไม่ได้บีบเลย ควรไปพบแพทย์ผิวหนัง โดยเฉพาะถ้าขึ้นซ้ำๆ บริเวณคางและแก้ม อาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การไปตรวจหาสาเหตุร่วมด้วยจะเป็นประโยชน์มากกว่า

หากใช้ผลิตภัณฑ์ทั่วไปดูแลมาหลายเดือนแล้วยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน การเปลี่ยนไปใช้ retinoid ความเข้มข้นระดับที่แพทย์สั่งจ่าย หรือสารดูแลขี้ไคลชนิดอื่นก็มักช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นได้มาก แทนที่จะตัดสินใจเอง การให้แพทย์ตรวจสภาพผิวจริงแล้วเลือกส่วนผสมและความเข้มข้นที่เหมาะสม จะช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Acne

ยิ่งใส่หน้ากากนาน สิวที่คางและแก้มยิ่งเพิ่ม ความสัมพันธ์ของแรงเสียดทาน ความชื้น การอุดตัน และวิธีดูแล

หลายคนรู้สึกว่ายิ่งใส่หน้ากากนาน สิวรอบคางและแก้มยิ่งเห่อขึ้น สาเหตุมาจากแรงเสียดทานร่วมกับความชื้นสูงและรูขุมขนอุดตัน ทำให้เกราะป้องกันผิวสั่นคลอนและเกิดการอักเสบได้ง่าย บทความนี้อธิบายว่าทำไมถึงเกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ และควรดูแลอย่างไรโดยเน้นที่หลักการ

By Dr. Kim

Acne

สิวฮอร์โมนที่ขึ้นซ้ำที่คางกับรอบปากในผู้ใหญ่ ต่อมไขมันถูกกระตุ้นอย่างไรและดูแลอย่างไรดี

สิวที่โผล่ซ้ำที่คางและรอบปากตอนโตแล้วมีกลไกต่างจากสิววัยรุ่น บทความนี้อธิบายหลักการที่ฮอร์โมนอย่างแอนโดรเจนไปกระตุ้นต่อมไขมันและรูขุมขน พร้อมพูดถึงความเชื่อมโยงกับรอบเดือนและความเครียดด้วย

By Dr. Kim

Skincare

หลักการสครับหนังศีรษะ ขจัดความมันส่วนเกินและเซลล์ผิวที่อุดตันรูขุมขน ฟื้นฟูสมดุลหนังศีรษะ พร้อมรอบเวลาที่เหมาะสม

การสครับหนังศีรษะคือการดูแลที่ช่วยขจัดความมันส่วนเกินและเซลล์ผิวที่สะสมจนอุดตันรูขุมขน เพื่อคืนสมดุลให้หนังศีรษะ บทความนี้อธิบายตั้งแต่สาเหตุที่รูขุมขนอุดตันทำให้เกิดกลิ่นและอาการคัน ไปจนถึงสิ่งที่การสครับขจัดออกจริง ๆ และควรทำบ่อยแค่ไหนจึงจะปลอดภัย โดยเน้นอธิบายตามหลักการ

By Dr. Kim

Back to articles