prettytime
Acne

วิธีแยกสิวที่บีบได้กับบีบไม่ได้ และเกณฑ์การฉีดยาลดการอักเสบที่ควรรู้

By Dr. Lee1 min read

ส่องกระจกแล้วเจอสิวขึ้นมา มือมักจะยื่นไปก่อนความคิดเสมอ เพราะรู้สึกว่าถ้าบีบออกไปมันจะหายทันที แต่ถ้าปล่อยไว้เดี๋ยวจะยิ่งใหญ่ขึ้น

แต่ความจริงแล้วสิวแต่ละชนิดมีสภาพภายในต่างกัน มีเกณฑ์ชัดเจนที่แบ่งระหว่างสิวที่บีบได้กับสิวที่ห้ามแตะ และถ้าไม่รู้เกณฑ์นี้แล้วไปบีบเข้า รอยที่เหลือมักจะอยู่นานกว่าที่คิด รอยเหล่านั้นมักไม่หายไปภายใน 2 ถึง 3 วัน ถ้าเป็นรอยดำรอยแดงจากการอักเสบอาจอยู่นาน 6 ถึง 12 เดือน และถ้าเป็นแผลเป็นหลุมลึกก็อาจติดตัวไปตลอดหากไม่ได้รับการรักษา วันนี้จะพาไปทำความเข้าใจวิธีแยกสิว และเหตุผลที่บางครั้งต้องฉีดยาลดการอักเสบที่คลินิก

ทำไมสิวหัวขาวกับสิวหัวดำถึงบีบได้?

รูขุมขนจะอุดตันเมื่อมีความมันบนผิว (ไขมัน) และเซลล์ผิวที่ตายแล้ว (เคราติน) สะสมอยู่ข้างใน สภาพที่อุดตันแบบนี้เรียกว่าคอมีโดน

สิวหัวขาวคือสภาพที่ปากรูขุมขนถูกปิดสนิท ทำให้ความมันและเซลล์ผิวที่อยู่ข้างในรวมตัวกันเป็นก้อนสีขาว ส่วนสิวหัวดำคือปากรูขุมขนที่ยังเปิดอยู่ เมื่อสิ่งที่อยู่ข้างในสัมผัสกับอากาศก็จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันจนกลายเป็นสีดำ แม้สีจะต่างกัน แต่จริงๆ แล้ววัตถุดิบข้างในเหมือนกันทุกประการ

ทั้งสองแบบมีจุดร่วมกันคือ ผนังรูขุมขนยังไม่แตก ลองเปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนขยะที่ใส่ถุงไว้ ตราบใดที่ถุงยังไม่ขาด เราค่อยๆ เอาของข้างในออกมาได้อย่างระมัดระวัง แต่ถ้าถุงฉีกขาดจนของกระจายออกมาแล้ว ยิ่งไปแตะยิ่งเลอะเทอะ สิวหัวขาวหัวดำยังอยู่ในสภาพที่ถุงไม่ขาด การอักเสบจึงยังไม่ลุกลามไปถึงชั้นผิวลึก และถ้ากดด้วยแรงที่พอเหมาะเพื่อเอาของข้างในออก ผิวก็จะไม่เสียหายมาก

แต่ถุงไม่ขาดไม่ได้แปลว่ากดยังไงก็ได้ ถ้าใช้ปลายเล็บกดแรงเกินไป แรงนั้นอาจไปทำให้ผนังรูขุมขนที่เดิมทียังปกติดีฉีกขาดได้เอง ดังนั้นคำว่า "การบีบสิวหัวขาวหัวดำค่อนข้างปลอดภัย" ไม่ได้แปลว่าบีบยังไงก็ได้ แต่หมายถึงปลอดภัยเมื่อทำด้วยวิธีที่ถูกต้องเท่านั้น

จะแยกสิวที่บีบได้อย่างไร?

แค่ดูจากลักษณะภายนอกก็พอจะแยกได้ในระดับหนึ่งแล้ว ลองเช็กจุดต่อไปนี้ดู

  • ผิวหน้าสิวมีสีเหลืองหรือขาวโผล่ขึ้นมา กดแล้วไม่เจ็บ: หมายความว่าสิ่งที่อยู่ข้างในลอยขึ้นมาใกล้ผิวหน้ารูขุมขนแล้ว จึงไม่ต้องออกแรงมากก็หลุดออกได้ง่าย
  • ผิวรอบๆ ไม่บวมแดง: เป็นสัญญาณว่าการอักเสบยังไม่ลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง ความเสี่ยงที่จะกระจายออกไปข้างๆ เมื่อบีบจึงต่ำ
  • สัมผัสแล้วนุ่ม ไม่แข็ง: ถ้าเป็นก้อนแข็งแปลว่าการอักเสบฝังลึกลงไปแล้ว ความนุ่มจึงเป็นหลักฐานว่าตัวสิวยังอยู่ใกล้ผิวหน้า
  • เพิ่งเกิดขึ้นภายใน 2 ถึง 3 วัน: คอมีโดนที่ปล่อยทิ้งไว้นานยิ่งมีเซลล์ผิวและความมันข้างในแข็งตัวมากขึ้น ทำให้เอาออกยากกว่าคอมีโดนที่เพิ่งเกิดใหม่ และยังระคายเคืองรอบๆ มากกว่าด้วย

ในทางกลับกัน รอยที่แดง แข็ง กดแล้วเจ็บมาก มีหนองข้างในจนนูนขึ้นมา หรือสัมผัสแล้วรู้สึกว่ารากลึก ไม่ใช่สิวที่ควรบีบ

ทำไมคอมีโดนถึงพัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ?

บางครั้งคอมีโดนที่เคยดูปกติดีก็เปลี่ยนเป็นสิวแดงเจ็บขึ้นมาแบบทันที อาจสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น

ภายในรูขุมขนมีเชื้อแบคทีเรียประจำถิ่นอย่าง C. acnes อาศัยอยู่เป็นปกติอยู่แล้ว โดยทั่วไปไม่ก่อปัญหาอะไร แต่เมื่อความมันสะสมมากขึ้นจนภายในรูขุมขนกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ขาดออกซิเจน เชื้อชนิดนี้จะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เพราะมันชอบสภาพแวดล้อมแบบนั้น

เมื่อเชื้อเพิ่มจำนวนขึ้น เซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตรวจจับได้และเคลื่อนเข้ามาจัดการ ระหว่างกระบวนการนี้จะมีการหลั่งสารสื่อการอักเสบออกมา แรงดันสะสมในผนังรูขุมขนจนในที่สุดผนังที่บางก็แตกออก กล่าวคือ สิวหัวขาวที่เคยเป็นอยู่สามารถเปลี่ยนเป็นตุ่มแดงได้ภายใน 1 ถึง 2 วัน เบื้องหลังคือการเพิ่มจำนวนของเชื้อและปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันแบบนี้เอง

การที่สิวกำเริบหนักขึ้นในช่วงวัยรุ่นหรือก่อนมีประจำเดือนก็เป็นไปตามหลักการเดียวกัน ฮอร์โมนแอนโดรเจนกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตความมันมากขึ้น คอมีโดนจึงเกิดง่ายขึ้น และโอกาสที่จะกลายเป็นสิวอักเสบก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทำไมบีบสิวอักเสบแล้วถึงเกิดแผลเป็น?

ตุ่มแดงบวมหรือตุ่มหนองที่มีหนองอยู่ข้างใน คือสภาพที่ผนังรูขุมขนแตกไปแล้ว หมายความว่าเชื้อแบคทีเรียและความมันได้รั่วไหลออกไปนอกรูขุมขน เข้าสู่ชั้นหนังแท้ซึ่งเป็นชั้นที่รองรับผิวอยู่ด้านล่าง

ร่างกายจะตอบสนองด้วยปฏิกิริยาอักเสบเพื่อสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมนี้ ระหว่างนั้นเอนไซม์ที่ชื่อ MMP จะเพิ่มขึ้น ลองนึกภาพ MMP เป็นกรรไกรที่คอยตัดคอลลาเจน คอลลาเจนทำหน้าที่เหมือนเสาที่ค้ำความยืดหยุ่นของผิวเอาไว้ เมื่อ MMP ตัดเสานี้ไปเรื่อยๆ ผิวก็จะยุบตัวลงกลายเป็นแผลเป็นหลุม

ปัญหาคือแม้กรรไกรจะหยุดตัดไปแล้ว เสาก็ไม่ได้ลุกขึ้นตั้งเองอัตโนมัติ ร่างกายพยายามสร้างคอลลาเจนใหม่มาเติม แต่ความเร็วในการซ่อมแซมมักตามความเร็วในการทำลายไม่ทัน ดังนั้นยิ่งการอักเสบรุนแรงและยืดเยื้อนานเท่าไร และยิ่งถูกมือไปสัมผัสบ่อยเท่าไร โอกาสที่หลุมจะไม่เต็มและกลายเป็นแผลเป็นถาวรก็ยิ่งสูงขึ้น

ในสภาพแบบนี้ถ้ายังใช้มือบีบเข้าไปอีก สถานการณ์จะยิ่งแย่ลง เพราะแรงกดจากนิ้วจะดันสารอักเสบให้แทรกลึกและกว้างขึ้นไปในเนื้อเยื่อรอบๆ ผนังรูขุมขนที่แตกอยู่แล้ว ผลคือขอบเขตการอักเสบขยายกว้างขึ้น พื้นที่คอลลาเจนที่เสียหายก็มากขึ้นตามไปด้วย โอกาสที่จะเหลือเป็นแผลเป็นจึงสูงขึ้น

แผลเป็นกับรอยแดงต่างกันอย่างไร?

ร่องรอยที่เหลือหลังสิวหายจริงๆ แล้วแบ่งได้เป็นสองแบบ แต่หลายคนแยกไม่ออกและกังวลเหมือนกันหมด

รอยที่เป็นสีแดงหรือสีน้ำตาลคือรอยดำรอยแดงจากการอักเสบ เกิดจากเม็ดสีเมลานินที่มารวมตัวชั่วคราวบริเวณที่เคยอักเสบ หรือเส้นเลือดฝอยที่ขยายตัวค้างอยู่ เป็นปัญหาเรื่องสีที่ผิวชั้นบน จึงค่อยๆ จางลงเองตามเวลา และมีข้อมูลว่าถ้าทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้จางเร็วขึ้น

ในทางตรงกันข้าม แผลเป็นที่เป็นหลุมลึกหรือนูนขรุขระเป็นเรื่องที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เพราะเป็นผลจากเสาคอลลาเจนที่กล่าวไปข้างต้นพังทลายลงจริงๆ โครงสร้างผิวจึงเปลี่ยนไป ไม่ใช่ปัญหาเรื่องสีแต่เป็นปัญหาเรื่องผิวขรุขระไม่เรียบ จึงดีขึ้นเองได้ช้ากว่ามาก และดูแลยากกว่ารอยดำรอยแดงมาก ดังนั้นการแยกให้ออกว่ารอยที่เหลืออยู่ตอนนี้เป็นปัญหาเรื่องสีหรือปัญหาเรื่องพื้นผิว จะช่วยให้วางแผนดูแลได้ถูกทาง

ยาฉีดลดการอักเสบทำงานอย่างไรถึงช่วยลดบวม?

ยาฉีดลดการอักเสบสิวที่คลินิกโดยทั่วไปคือการฉีดสเตียรอยด์ในความเข้มข้นต่ำมากเข้าไปในตัวสิวโดยตรง

สเตียรอยด์ช่วยลดการสร้างสารสื่อการอักเสบ และทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นหดตัว ยับยั้งไม่ให้เลือดและเซลล์อักเสบไหลมารวมตัวกันที่จุดนั้น มีรายงานว่าผลลัพธ์คืออาการบวมและปวดลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1 ถึง 2 วัน

จุดสำคัญคือ ยาฉีดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่บีบเอาสิ่งที่อยู่ข้างในออกทางกายภาพ แต่เป็นการสงบปฏิกิริยาอักเสบด้วยกลไกทางเคมี จึงทำให้เนื้อเยื่อรอบๆ เสียหายน้อยกว่าการกดบีบด้วยมือมาก ด้วยเหตุนี้ สำหรับสิวอักเสบก้อนใหญ่แข็งที่มีแนวโน้มจะเหลือแผลเป็น แพทย์จึงมักแนะนำการฉีดยานี้ก่อนการบีบ

ทำไมควรเลี่ยงการบีบสิวเอง?

เข้าใจได้ว่าอยากบีบด้วยตัวเอง แต่มีเหตุผลดังต่อไปนี้ที่ไม่แนะนำให้ทำ

  • มือและเล็บมักไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างสมบูรณ์ ระหว่างบีบอาจนำเชื้อแบคทีเรียใหม่เข้าไปในรูขุมขน ทำให้การอักเสบยิ่งลุกลาม
  • ยากที่จะกะมุมและแรงกดให้แม่นยำ บางครั้งสิ่งที่อยู่ข้างในไม่หลุดออกมาทางปากรูขุมขน แต่กลับกระจายเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียงแทน ทำให้ขอบเขตการอักเสบขยายกว้างขึ้น
  • การกดและสัมผัสจุดเดิมซ้ำๆ ทำให้ผิวระคายเคืองต่อเนื่อง การอักเสบไม่ยอมสงบ และมักนำไปสู่รอยดำรอยแดง (จุดที่บีบออกมามีสีน้ำตาลหรือแดงค้างอยู่นาน)

โดยเฉพาะก้อนที่รากลึกอย่างตุ่มก้อนแข็งหรือถุงน้ำ ไม่ควรบีบด้วยมือเด็ดขาด เพราะสิวลักษณะนี้ไม่ใช่โครงสร้างที่แก้ได้ด้วยการบีบ แต่ต้องอาศัยการฉีดยาหรือหัตถการอื่นแทน

บีบสิวควรทำเมื่อไหร่และที่ไหนถึงปลอดภัย?

แม้จะเป็นคอมีโดนแบบผิวตื้นอย่างหัวขาวหัวดำ การเข้ารับการรักษาในสภาพแวดล้อมที่ใช้อุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้ออย่างถูกสุขอนามัย และควบคุมแรงกดได้แม่นยำ ก็ยังปลอดภัยกว่า อุปกรณ์เฉพาะสำหรับกดสิวจะช่วยกระจายแรงกดให้สม่ำเสมอ ลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง

ในทางกลับกัน สิวที่บวมแดงและเจ็บ หรือมีหนองสะสมลึก ควรได้รับการรักษาเพื่อลดการอักเสบก่อนการบีบ เพราะถ้าพยายามบีบในสภาพนี้ เท่ากับเป็นการบังคับให้หนองที่ยังไม่พร้อมแตกออกมา ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวช้าลงกว่าเดิม

หลังบีบสิวแล้วควรดูแลผิวอย่างไร?

แม้จะเป็นสิวที่บีบได้อย่างปลอดภัย แต่ทันทีหลังบีบ รูขุมขนยังเปิดอยู่และผิวจะบอบบางต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก ช่วงนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่เอามือไปสัมผัสซ้ำอีก

นอกจากนี้หากผิวโดนแสงแดดในช่วงนี้ ก็มีแนวโน้มจะเกิดรอยดำรอยแดงตกค้าง จึงมีข้อมูลว่าการทาครีมกันแดดจะช่วยได้ นอกจากนั้นยังสามารถพิจารณาใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยนที่มีส่วนผสมช่วยปลอบผิว เพื่อลดการระคายเคืองไปพร้อมกันได้อีกด้วย

References

Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Acne

ตุ่มขาวเล็กๆ ตะปุ่มตะป่ำรอบดวงตา บีบก็ไม่ออก แถมกลับมาเป็นซ้ำ สาเหตุและหลักการกำจัดที่ควรรู้

ตุ่มขาวเล็กๆ คล้ายเมล็ดข้าวสารที่ขึ้นตะปุ่มตะป่ำรอบดวงตา หรือที่เรียกว่ามิเลีย มักบีบไม่ออกและกลับมาเป็นซ้ำเมื่อเวลาผ่านไป บทความนี้อธิบายง่ายๆ ว่ามิเลียเกิดขึ้นได้อย่างไร ต่างจากสิวตรงไหน และทำไมคลินิกถึงต้องใช้เข็มหรือเลเซอร์ในการกำจัด

By Dr. Lee

Acne

Subcision รักษาหลุมสิว Rolling ด้วยการตัดพังผืดใต้ผิว ได้ผลแค่ไหน?

Subcision คืออะไร เหมาะกับหลุมสิวแบบไหนและไม่เหมาะแบบไหน ผลลัพธ์ต่างกันอย่างไรเมื่อทำร่วมกับฟิลเลอร์หรือเลเซอร์ ช้ำและ downtime เป็นอย่างไร ใครเหมาะและควรคาดหวังอะไรได้บ้าง อธิบายด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริง ไม่เกินจริง

By Dr. Lee

Skincare

รอยแตกลายที่เกิดขึ้นหลังผิวยืดขยาย เส้นสีแดงเปลี่ยนเป็นสีขาวได้อย่างไร และจังหวะที่เหมาะสมในการเริ่มรักษา

รอยแตกลายเกิดจากผิวหนังยืดขยายอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาสั้น ๆ จนเสาค้ำคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ขาดออก บทความนี้อธิบายกระบวนการที่เส้นสีแดงค่อย ๆ แข็งตัวกลายเป็นสีขาว พร้อมเหตุผลที่การตอบสนองต่อการรักษาแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลา โดยเน้นอธิบายจากหลักการ

By Dr. Kim

Back to articles