prettytime
Acne

Subcision รักษาหลุมสิว Rolling ด้วยการตัดพังผืดใต้ผิว ได้ผลแค่ไหน?

By Dr. Lee2 min read

หลุมสิวบางชนิดเมื่อโดนแสงจะเห็นเงาชัดเจน ผิวดูเป็นลูกคลื่นขึ้นลง นั่นคือหลุมสิวแบบ rolling scar หลายคนทำเลเซอร์มาหลายครั้งแต่ไม่ค่อยดีขึ้น ซึ่งมีเหตุผลที่ชัดเจน หลุมสิว rolling ไม่ใช่ปัญหาที่ผิวชั้นนอก แต่เกิดจากเส้นใยพังผืดใต้ผิวที่ดึงรอยแผลเป็นให้จมลง การขัดหรือเผาผิวชั้นนอกเพียงอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง

Subcision คือหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อตัดพังผืดที่ยึดติดอยู่ใต้ผิวโดยตรง ชื่อมาจากการตัด (section) ใต้ผิวหนัง (sub) นั่นเอง โดยใช้เข็มหรือแคนนูลาสอดเข้าไปใต้ผิว แล้วเคลื่อนไปมาเพื่อตัดเส้นใยที่ดึงรอยแผลเป็นไว้ ผิวที่ถูกกดทับก็จะค่อยๆ ยกขึ้นมา แนวทางนี้ต่างจากเลเซอร์ที่ทำงานที่ผิวชั้นนอกโดยสิ้นเชิง ต่อไปนี้จะอธิบายหลักการ ประเภทรอยแผลที่เหมาะสม หลักฐานทางคลินิก เหตุผลที่ต้องใช้ร่วมกับหัตถการอื่น downtime รวมถึงข้อจำกัด

Subcision ใช้เข็มหรือแคนนูลาสอดใต้ผิวเพื่อตัดพังผืดที่ดึง rolling scar ให้จมลง ทำให้ผิวที่ถูกกดยกตัวขึ้น
Subcision ใช้เข็มหรือแคนนูลาสอดใต้ผิวเพื่อตัดพังผืดที่ดึง rolling scar ให้จมลง ทำให้ผิวที่ถูกกดยกตัวขึ้น

Subcision คืออะไรกันแน่?

Subcision ทำงานใต้ผิว ไม่ใช่บนผิว หลุมสิว rolling ดูจมลงเพราะเนื้อเยื่อพังผืดใต้ชั้นหนังแท้เชื่อมฐานของรอยแผลเข้ากับชั้นที่ลึกกว่า ดึงให้ผิวยุบลง เป้าหมายของ subcision คือตัดเส้นใยที่ดึงรั้งนั้น

วิธีการ: สอดเข็มหรือแคนนูลาปลายทู่เข้าไปใต้รอยแผล แล้วเคลื่อนในแนวขวางเพื่อตัดพังผืดที่ยึดรอยแผลไว้ เมื่อพังผืดถูกตัด ผิวที่ถูกดึงรั้งก็ยกตัวขึ้น และคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ เกิดขึ้นในช่องว่างที่เหลืออยู่ ทำให้รอยแผลค่อยๆ เรียบขึ้น ไม่มีการเผาหรือขัดผิว แต่จัดการกับต้นเหตุโครงสร้างโดยตรง

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ subcision ต่างจากเลเซอร์และการ resurfacing หัตถการที่ผิวชั้นนอกปรับแต่งขอบและเนื้อสัมผัสของรอยแผล ส่วน subcision ตัดสาเหตุหลักที่ดึงรอยแผลลง จึงเหมาะเป็นพิเศษกับ rolling scar ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาผิวชั้นนอก แต่ไม่ใช่ทุกประเภทรอยแผลที่เหมาะ ดังนั้นต้องระบุก่อนว่าตัวเองมีประเภทไหน

เลเซอร์ fraksional แบบไม่ ablate ปรับปรุง boxcar scar ได้ประมาณ 59% แต่ icepick scar เพียงประมาณ 19% แสดงให้เห็นว่าประเภทรอยแผลกำหนดวิธีรักษาที่เหมาะสม
เลเซอร์ fraksional แบบไม่ ablate ปรับปรุง boxcar scar ได้ประมาณ 59% แต่ icepick scar เพียงประมาณ 19% แสดงให้เห็นว่าประเภทรอยแผลกำหนดวิธีรักษาที่เหมาะสม

แผลเป็นแบบไหนที่เหมาะ และแบบไหนที่ไม่เหมาะ?

หลุมสิวแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามรูปร่าง ได้แก่ icepick scar ที่แคบและลึก, boxcar scar ที่มีขอบชัดเจน และ rolling scar ที่กว้างและเป็นลูกคลื่น Subcision เหมาะสมที่สุดกับ rolling scar เพราะปัญหาคือพังผืดดึงจากด้านล่าง ตรงกับสิ่งที่ subcision ทำได้พอดี

Icepick scar ที่แคบและลึกไม่เหมาะกับ subcision เพียงอย่างเดียว ประเภทนี้ตอบสนองดีกว่ากับ TCA CROSS ที่มุ่งเป้าฐานของแต่ละรอยแผลอย่างแม่นยำ Boxcar scar ที่มีขอบชัดเจนได้ประโยชน์มากกว่าจาก fractional laser resurfacing การศึกษาหนึ่งพบว่า fractional laser แบบไม่ ablate เครื่องเดียวกันปรับปรุง boxcar scar ได้ประมาณ 59% แต่ปรับปรุง icepick scar ได้เพียง 19% แสดงให้เห็นว่าผลลัพธ์ต่างกันมากตามรูปร่างรอยแผล

ปัญหาคือคนส่วนใหญ่มีรอยแผลหลายประเภทปนกัน จึงต้องดูแต่ละพื้นที่แยกกันในทางคลินิก คือใช้ subcision กับ rolling scar, ใช้ TCA CROSS กับ icepick scar และใช้เลเซอร์กับ boxcar scar การระบุประเภทรอยแผลได้ถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานของแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพ คลินิกที่อ้างว่าหัตถการเดียวแก้ได้ทุกอย่างควรตั้งคำถาม คลินิกที่แยกแผนตามประเภทรอยแผลมักน่าเชื่อถือกว่า

Subcision อย่างเดียวลดรอยแผลได้ประมาณ 44% เพิ่มฟิลเลอร์เป็นประมาณ 62% เพิ่ม fractional CO2 laser ได้ถึงประมาณ 69%
Subcision อย่างเดียวลดรอยแผลได้ประมาณ 44% เพิ่มฟิลเลอร์เป็นประมาณ 62% เพิ่ม fractional CO2 laser ได้ถึงประมาณ 69%

ได้ผลจริงไหม?

มีหลักฐานยืนยัน การทดลองแบบสุ่มตัวอย่างแบ่ง 60 คนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ subcision อย่างเดียว, subcision บวกฟิลเลอร์ hyaluronic acid, และ subcision บวก fractional CO2 laser กลุ่มที่ทำ subcision อย่างเดียวเห็นการลดลงของรอยแผลโดยเฉลี่ยประมาณ 44% การเพิ่มฟิลเลอร์ทำให้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 62% และเลเซอร์ประมาณ 69% การรักษาแบบผสมผสานจึงให้ผลดีกว่าการรักษาเดี่ยวอย่างชัดเจน

สัดส่วนของผู้ที่มีการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญก็ต่างกันด้วย ประมาณ 20% ของกลุ่ม subcision อย่างเดียวมีการปรับปรุงตั้งแต่ 75% ขึ้นไป เทียบกับ 50% ในกลุ่มฟิลเลอร์ และ 70% ในกลุ่มเลเซอร์

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลตรงๆ ไปสู่ผลลัพธ์ส่วนตัว ความลึกและจำนวนรอยแผล สภาพผิว และทักษะของแพทย์ล้วนมีผล แต่ทิศทางสอดคล้องกัน subcision ให้ผลการปรับปรุงที่มีความหมายด้วยตัวเอง และการผสมผสานกับการรักษาอื่นเพิ่มทั้งผลเฉลี่ยและสัดส่วนผู้ที่ได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด

ผลลัพธ์ดีกว่ามากเมื่อ subcision ถูกวางแผนร่วมกับฟิลเลอร์หรือเลเซอร์

ทำไมการผสมผสานวิธีรักษาถึงดีกว่าทำ subcision อย่างเดียว?

ข้อจำกัดหลักของ subcision อย่างเดียวคือพื้นที่ที่ถูกตัดอาจติดกันใหม่ได้ เมื่อตัดพังผืดแล้วจะเกิดช่องว่างใต้ผิวที่ถูกปล่อย หากช่องว่างนั้นไม่ได้รับการพยุง การยึดติดอาจเกิดขึ้นอีกระหว่างการหาย และรอยแผลอาจกลับสู่ตำแหน่งจมเดิม สิ่งที่ใช้เติมช่องว่างนั้น และวิธีกระตุ้นให้คอลลาเจนสร้างตัว จึงส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์

การรักษาแบบผสมผสานแก้ปัญหานี้โดยตรง การฉีดฟิลเลอร์ hyaluronic acid ทันทีหลัง subcision พยุงผิวที่ถูกปล่อยขึ้นด้านบน ป้องกันการยึดติดซ้ำ และให้โครงค้ำยันขณะที่คอลลาเจนสร้างตัว Fractional laser หรือ radiofrequency microneedling ที่เพิ่มในเซสชันต่อมาจัดการเนื้อสัมผัสผิวชั้นนอก subcision ยกจากด้านล่างในขณะที่ผิวชั้นนอกถูกปรับแต่งจากด้านบน

จึงควรมอง subcision ว่าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษารอยแผล มากกว่าจะเป็นทางออกเดี่ยวๆ ลำดับทั่วไปคือใช้ subcision ก่อนเพื่อปล่อย rolling scar และสร้างพื้นฐาน จากนั้นแก้ไขเนื้อสัมผัสผิวที่เหลือด้วยเลเซอร์หรือ microneedling ในเซสชันถัดมา เป็นกระบวนการสะสม ไม่ใช่การแก้ไขครั้งเดียว การพูดคุยเรื่องแผนทั้งหมดตั้งแต่ต้นมักนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่า

ช้ำและบวมมักเกิดขึ้นหลาย วันหลัง subcision การใช้แคนนูลาแทนเข็มช่วยลดการช้ำได้

ความเจ็บปวด downtime และผลข้างเคียง

เนื่องจาก subcision ตัดเนื้อเยื่อใต้ผิว ความเจ็บปวดและช้ำเป็นเรื่องที่คาดได้ การฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนหัตถการทำให้ความไม่สบายระหว่างการรักษาอยู่ในระดับที่จัดการได้ แต่ละเซสชันใช้เวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำ แต่ต้องพักฟื้นสองสามวัน

ช้ำและบวมเป็นผลที่พบบ่อยที่สุด หลอดเลือดเล็กๆ อาจถูกรบกวนเมื่อตัดเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดช้ำและบวมที่บริเวณที่รักษา ซึ่งมักหายภายใน 5–10 วัน แคนนูลาปลายทู่ทำให้หลอดเลือดบาดเจ็บน้อยกว่าเข็มแหลม จึงช้ำน้อยกว่า หากมีงานสำคัญ ควรเผื่อเวลาก่อนนัดหัตถการ

ผลข้างเคียงที่พบน้อยกว่าแต่ควรรู้ ได้แก่ ก้อนแข็งอาจเกิดขึ้นที่บริเวณที่รักษา และความลึกในการตัดที่ไม่สม่ำเสมออาจทำให้ผิวไม่เรียบ สำหรับผิวที่เสี่ยงต่อการสะสมเม็ดสี เลเซอร์ที่ใช้ร่วมกันอาจกระตุ้น post-inflammatory hyperpigmentation ทำให้การเตรียมผิวก่อนทำและการป้องกันแสงแดดอย่างเคร่งครัดหลังทำมีความสำคัญ เนื่องจากการตัดสินใจเรื่องความลึกและพื้นที่ขึ้นอยู่กับแพทย์ทั้งหมด การเลือกคลินิกที่มีประสบการณ์จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยง

Subcision ที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรอยแผลเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

ใครเหมาะกับการทำ subcision?

Subcision เหมาะกับคนที่มี rolling scar กว้างที่ดูมีเงาในแสงโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้รับการปรับปรุงที่มีความหมายจากเลเซอร์หรือ resurfacing เมื่อปัญหาคือการยึดติดภายในไม่ใช่เนื้อสัมผัสผิวชั้นนอก subcision ทำได้ในสิ่งที่การรักษาผิวชั้นนอกทำไม่ได้ สำหรับ icepick หรือ boxcar scar ที่เป็นหลัก TCA CROSS หรือ fractional laser มักเหมาะกว่า ดังนั้นการระบุประเภทรอยแผลก่อนจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง

ควรตั้งความคาดหวังให้สมเหตุสมผลไว้ก่อน Subcision ทำให้รอยแผลดูเรียบขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่ได้ลบออกทั้งหมด หลายเซสชันมักจำเป็น และการจับคู่กับฟิลเลอร์หรือเลเซอร์มักให้การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัด เวลาก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ต้องใช้เวลาหลายเดือนเพื่อให้คอลลาเจนสุกและผลลัพธ์ปรากฏเต็มที่

ผลลัพธ์ของ subcision จะดีที่สุดสำหรับคนที่อดทนและทำตามแผนอย่างเป็นขั้นตอน ไม่ใช่คนที่เร่งรีบ เริ่มจากประเมินอย่างถูกต้องเพื่อระบุประเภทรอยแผล ใช้ subcision เพื่อปล่อย rolling scar และสร้างพื้นฐาน จากนั้นแก้ไขเนื้อสัมผัสที่เหลือในเซสชันต่อมา การรักษารอยแผลจำเป็นต้องใช้หลายวิธีผสมผสาน และ subcision คือขั้นตอนที่จัดการกับปัญหาโครงสร้างด้านล่าง

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Acne

รอยแดงหลังสิว ต่างจากรอยดำหรือแผลเป็นอย่างไร พร้อมวิธีดูแลด้วยเลเซอร์ PDL

อธิบายง่ายๆ ด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริง ว่าทำไมรอยแดงหลังสิว (PIE) จึงเกิดขึ้น ต่างจากรอยดำ (PIH) หรือแผลเป็นบุ๋มอย่างไร ต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะจางไปเอง หลักการรักษาด้วยเลเซอร์หลอดเลือดอย่าง Vbeam และ Excel V วิธีดูแลตัวเองที่บ้านด้วยการกันแดดและปลอบผิว และเหตุผลที่ควรดูแลก่อนรอยแดงจะกลายเป็นแผลเป็นถาวร

By Dr. Kim

Botox

โบทอกซ์กล้ามเนื้อทราพีเซียส ปรับไหล่ให้ดูเรียบตรง วอลลุ่มไหล่ลดจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน

การฉีดโบทอกซ์เข้ากล้ามเนื้อทราพีเซียสส่วนบนที่นูนขึ้นมา เพื่อให้คอดูยาวขึ้นและเส้นไหล่เรียบเนียนขึ้น หรือที่เรียกกันว่า Barbie Botox มีหลักการทำงานอย่างไร ให้ผลลัพธ์และอยู่ได้นานแค่ไหน มีผลข้างเคียงอย่างไหล่หมดแรงหรือไม่ เหมาะกับใครบ้าง สรุปให้เข้าใจง่ายจากงานวิจัยจริง

By Dr. Kim

Lifting

หัตถการไฮฟู Liftera2 คุ้มราคา จะให้ผลลัพธ์อยู่ทนนานเท่ารุ่นท็อปได้หรือไม่

Liftera2 เป็นเครื่องไฮฟูที่รวมพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังจุดเดียวเพื่อกระตุ้นชั้นพังผืดใต้ผิว บทความนี้จะพาไปดูว่าหลักการนี้ทำให้ผิวกระชับขึ้นได้อย่างไร และเมื่อราคาต่ำกว่ารุ่นบน ความคงทนของผลลัพธ์จะต่างกันตรงไหนบ้าง โดยเจาะลึกที่กลไกการทำงานเป็นหลัก

By Dr. Kim

Back to articles