เหตุผลที่ไขมันต้นขาลดยากด้วยการควบคุมอาหาร และความแตกต่างของการสลายไขมันด้วยความเย็นกับการฉีดสลายไขมัน
By Dr. Kim1 min read

หลายคนรู้สึกว่าต้นขาเป็นจุดที่ไขมันลดยากเป็นพิเศษ แม้จะออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ บางครั้งตัวเลขบนตาชั่งลดลงแล้ว แต่รอบต้นขากลับแทบไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยความอึดอัดใจนี้ ทำให้ช่วงหลังมีคนหันมาสนใจหัตถการสลายไขมันเฉพาะจุดที่ออกฤทธิ์ตรงต่อเซลล์ไขมันมากขึ้น บทความนี้จะอธิบายทีละประเด็นว่าเพราะเหตุใดไขมันจึงลดยากด้วยการควบคุมอาหาร และหัตถการที่ใช้ความเย็น การฉีด หรือพลังงานความร้อน แต่ละแบบมีหลักการลดไขมันอย่างไรบ้าง
ทำไมไขมันต้นขาจึงลดยากเป็นพิเศษ?
จำนวนเซลล์ไขมันในร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วจะไม่เพิ่มหรือลดลงมากนัก การที่น้ำหนักลดลงหมายถึงเซลล์ไขมันแต่ละเซลล์มีขนาดเล็กลง ไม่ใช่จำนวนเซลล์หายไป ปัญหาคือเซลล์ไขมันเหล่านี้ไม่ได้กระจายอยู่ทั่วร่างกายอย่างเท่าเทียมกัน
บริเวณต้นขาและสะโพกเป็นไขมันที่ได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมนเพศหญิงค่อนข้างมาก เซลล์ไขมันในบริเวณนี้มีตัวรับสัญญาณที่กระตุ้นให้เก็บสะสมไขมันอยู่ค่อนข้างมาก ในขณะที่ตัวรับสัญญาณที่กระตุ้นให้สลายไขมันออกมาใช้เป็นพลังงานกลับมีน้อยกว่า ดังนั้นแม้จะลดปริมาณแคลอรีเท่ากัน ไขมันบริเวณต้นขาก็มักจะลดช้ากว่าและลดน้อยกว่าไขมันบริเวณหน้าท้องหรือแขน
นอกจากนี้ยังเป็นที่ทราบกันดีว่าการลดไขมันเฉพาะจุดตามที่ต้องการด้วยการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวนั้นทำได้ยาก เพราะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งมากเป็นพิเศษ ไม่ได้หมายความว่าไขมันที่คลุมอยู่เหนือกล้ามเนื้อนั้นจะลดลงก่อน ด้วยเหตุนี้จึงมีหัตถการที่มุ่งเป้าไปที่ตัวเซลล์ไขมันโดยตรงเกิดขึ้น
หัตถการสลายไขมันเฉพาะจุดมุ่งเป้าไปที่อะไร
หลักการพื้นฐานของหัตถการสลายไขมันเฉพาะจุด คือการลดจำนวนเซลล์ไขมัน ไม่ใช่ลดขนาดเซลล์ ในขณะที่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายเป็นการดึงไขมันที่สะสมในเซลล์ออกมาใช้จนเซลล์มีขนาดเล็กลง หัตถการจะใช้ความเย็น สารเคมี หรือพลังงานความร้อนทำลายตัวเซลล์ไขมันโดยตรงเพื่อลดจำนวนเซลล์
เซลล์ไขมันที่เสียหายจะไม่หายไปเองในร่างกาย แต่เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครฟาจซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันจะเข้ามาเก็บกวาดเศษซากเหล่านี้ กระบวนการนี้ไม่ได้จบลงทันทีหลังทำหัตถการ แต่ค่อยเป็นค่อยไปเป็นเวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน จึงมีการระบุว่าผู้ที่เข้ารับหัตถการมักจะรู้สึกได้ถึงปริมาตรที่ลดลงชัดเจนตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์หลังทำ ไม่ใช่ทันทีหลังทำเสร็จ
แนวทางนี้ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักโดยรวม แต่เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนักอยู่แล้ว และต้องการเสริมในจุดที่ไขมันลดยากเป็นพิเศษ ซึ่งหมายความว่าหัตถการเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาโรคอ้วนทั้งตัวได้
หลักการกำจัดเซลล์ไขมันด้วยความเย็น
การสลายไขมันด้วยความเย็นอาศัยคุณสมบัติที่เซลล์ไขมันทนต่ออุณหภูมิต่ำได้น้อยกว่าเซลล์อื่น ผิวหนังและกล้ามเนื้อสามารถทนต่ออุณหภูมิต่ำในระดับหนึ่งได้ดี แต่ไขมันที่อยู่ในเซลล์ไขมันเมื่ออุณหภูมิลดต่ำกว่าระดับหนึ่ง จะเปลี่ยนจากสถานะของเหลวแข็งตัวคล้ายน้ำแข็ง
เซลล์ไขมันที่แข็งตัวลักษณะนี้จะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ และค่อยๆ เข้าสู่ภาวะการตายของเซลล์แบบเป็นระเบียบ หรือที่เรียกว่าอะพอพโทซิส ซึ่งแตกต่างจากการแตกสลายฉับพลัน แต่เป็นการส่งสัญญาณให้เซลล์ตายเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป จึงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ
ระหว่างกระบวนการนี้ บริเวณที่ทำหัตถการจะเกิดการอักเสบเล็กน้อยร่วมด้วย เซลล์ภูมิคุ้มกันที่เข้ามากำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วอาจทำให้รู้สึกบวมและแข็งได้นานหลายสัปดาห์ เมื่ออาการนี้ค่อยๆ ทุเลาลง ปริมาตรที่ลดลงจริงก็จะเริ่มเห็นได้ชัดขึ้น ในบางกรณีที่พบได้น้อยมาก อาจมีรายงานปฏิกิริยาผิดปกติที่เซลล์ไขมันเพิ่มจำนวนขึ้นแทน ดังนั้นควรเลือกบริเวณและความเข้มของการทำหัตถการอย่างรอบคอบ
หลักการทำงานของการฉีดสลายไขมัน
การฉีดสลายไขมันเป็นวิธีที่ฉีดสารที่ทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ไขมันโดยตรงเข้าไปในชั้นไขมัน สารตัวหลักที่ใช้คือดีออกซีโคลิกแอซิด (deoxycholic acid) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำดีของร่างกายอยู่แล้ว มีคุณสมบัติละลายไขมันที่ประกอบเป็นเยื่อหุ้มเซลล์ไขมัน
เซลล์ไขมันที่เยื่อหุ้มถูกทำลายจะไม่ตายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเหมือนการทำความเย็น แต่จะผ่านกระบวนการเนื้อตายที่ค่อนข้างรวดเร็ว คือเซลล์แตกสลายไปเลย สิ่งที่อยู่ในเซลล์ที่แตกออกมาจะกระตุ้นให้เนื้อเยื่อโดยรอบเกิดการอักเสบ และเซลล์เม็ดเลือดขาวจะเข้ามารวมตัวเพื่อจัดการกับปฏิกิริยานี้ อาการบวมและแข็งที่รู้สึกได้ในช่วงไม่กี่วันหลังทำหัตถการ เป็นสัญญาณว่าการอักเสบนี้กำลังดำเนินอยู่
สารตัวนี้เดิมทีถูกพัฒนาและได้รับการรับรองสำหรับใช้กับไขมันใต้คางหรือคางสองชั้นโดยเฉพาะ แต่ด้วยหลักการเดียวกันจึงมีการนำมาใช้กับบริเวณอื่นๆ เช่น ต้นขาหรือต้นแขนด้วยเช่นกัน โดยทั่วไปยิ่งพื้นที่กว้างก็ยิ่งต้องฉีดแบ่งเป็นหลายครั้ง
หลักการของหัตถการสลายไขมันด้วย RF และ HIFU
หัตถการที่ใช้ RF หรือ HIFU เป็นวิธีที่ตรงข้ามกับความเย็นหรือการฉีด คือใช้พลังงานทำลายเซลล์ไขมันแทน RF จะส่งพลังงานความร้อนเข้าไปในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึงระดับหนึ่ง และความร้อนนี้จะทำลายการทำงานของเซลล์ไขมันจนกระตุ้นให้เกิดการตายของเซลล์แบบเป็นระเบียบ
HIFU ทำงานด้วยหลักการที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย คือรวมพลังงานเสียงเข้าไปยังจุดใดจุดหนึ่งจนเกิดการเปลี่ยนแปลงความดันเล็กๆ ในชั่วขณะ แรงดันนี้จะสั่นสะเทือนและทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ไขมันในเชิงกล คล้ายกับปรากฏการณ์ที่ฟองอากาศเล็กๆ ในน้ำแตกออกแล้วส่งแรงกระแทกไปยังบริเวณโดยรอบ ซึ่งเกิดขึ้นภายในเซลล์ไขมันในลักษณะเดียวกัน
ทั้งสองวิธีมีข้อดีคือไม่รุกล้ำร่างกายมากเมื่อเทียบกับความเย็นหรือการฉีด และ RF ยังมีการระบุว่าความร้อนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ด้วย ทำให้นอกจากไขมันจะลดลงแล้ว ผิวยังกระชับขึ้นเล็กน้อยเป็นผลพลอยได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานจำนวนมากว่าประสิทธิภาพในการกำจัดไขมันของ RF และ HIFU มักจะอ่อนกว่าการทำความเย็นหรือการฉีด
เหตุใดผลลัพธ์จึงแตกต่างกันไปในแต่ละคน
แม้จะทำหัตถการแบบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ที่แต่ละคนรู้สึกได้ก็แตกต่างกันด้วยเหตุผลหลายประการ เนื่องจากความหนา การกระจายตัวของชั้นไขมัน และสภาพผิวที่แตกต่างกัน ทำให้พลังงานหรือสารที่ใช้เข้าถึงเซลล์ไขมันได้ไม่เท่ากัน
- ความหนาของชั้นไขมัน: ยิ่งชั้นไขมันหนา อุปกรณ์หรือสารที่ใช้ในหัตถการก็ยิ่งเข้าถึงส่วนลึกได้ยากขึ้น มักต้องแบ่งทำหลายครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอ
- ความยืดหยุ่นของผิว: บริเวณที่ผิวมีความยืดหยุ่นน้อยอยู่แล้ว เมื่อเซลล์ไขมันลดลงผิวอาจหดตัวตามไม่ทัน แม้ปริมาตรจะลดลงแต่ก็อาจรู้สึกว่าผิวหย่อนคล้อยอยู่
- ปริมาณเลือดที่ไหลเวียนในบริเวณที่ทำหัตถการ: การกำจัดเซลล์ไขมันที่เสียหายและสารอักเสบเกิดจากการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองเป็นหลัก บริเวณที่ไหลเวียนช้าจึงอาจฟื้นตัวและเห็นปริมาตรลดลงช้ากว่า
- พฤติกรรมการใช้ชีวิตหลังทำหัตถการ: แม้จำนวนเซลล์ไขมันจะลดลงจากการทำหัตถการ แต่เซลล์ที่เหลืออยู่ก็ยังสามารถขยายขนาดได้ หากพฤติกรรมการกินหลังทำหัตถการไม่เหมาะสม เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ก็อาจขยายขนาดขึ้นอีกจนปริมาตรกลับมาเพิ่มขึ้นได้
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ การตรวจสอบความหนาของชั้นไขมันและสภาพของบริเวณที่จะทำหัตถการก่อนเข้ารับบริการ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญในการคาดการณ์ผลลัพธ์
หลังทำหัตถการควรดูแลตัวเองอย่างไร?
แม้รายละเอียดการดูแลจะแตกต่างกันไปตามวิธีที่ใช้ทำหัตถการ แต่หลักการพื้นฐานที่ควรปฏิบัติมีความคล้ายคลึงกัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการไม่รบกวนกระบวนการที่ร่างกายกำลังกำจัดเซลล์ไขมันที่เสียหายออกไป
- ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงการนวดแรงๆ หรือการกดทับที่รุนแรง เพราะการกระตุ้นเนื้อเยื่อที่ยังไม่ถูกกำจัดอาจทำให้อาการบวมยืดเยื้อออกไปได้
- การดื่มน้ำให้เพียงพอมีการระบุว่าเป็นประโยชน์ เนื่องจากปริมาณน้ำในร่างกายและการไหลเวียนมีส่วนช่วยในกระบวนการกำจัดเศษเซลล์ไขมันที่เสียหายออกไป
- อาการบวมและรอยช้ำมักจะค่อยๆ ทุเลาลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป แต่ความเร็วในการฟื้นตัวจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน
- แม้หลังทำหัตถการแล้ว การรักษาพฤติกรรมการกินและระดับกิจกรรมให้สม่ำเสมอก็มีความสำคัญต่อการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน เพราะต้องป้องกันไม่ให้เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ขยายขนาดขึ้นอีก ผลของหัตถการจึงจะคงอยู่
หากอาการคันหรือบวมนานเกินกว่าที่คาดไว้ หรือรู้สึกว่าบริเวณที่ทำหัตถการแข็งเป็นก้อนต่อเนื่อง ควรกลับไปตรวจสอบอาการที่สถานพยาบาลที่เข้ารับบริการ
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

APL Slim Injection สลายเซลล์ไขมันด้วยแรงดันออสโมติก หลักการทำงาน จุดฉีดที่นิยม และข้อควรรู้ก่อนทำ
APL Slim Injection คือหัตถการสลายไขมันเฉพาะจุด โดยฉีดสารละลายพิเศษที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าของเหลวในร่างกายเข้าไปในชั้นไขมัน อาศัยความแตกต่างของแรงดันออสโมติกทำให้เซลล์ไขมันแตกออก จุดเด่นที่ต่างจากการฉีดสลายไขมันแบบอื่นคือไม่มีส่วนผสมของ PPC หรือสเตียรอยด์ บทความนี้สรุปหลักการทำงาน การใช้งานตามจุดต่างๆ ไปจนถึงปฏิกิริยาหลังทำหัตถการ
By Dr. Lee

ไขมันส่วนเกินบริเวณเอวหรือ Love Handle ลดได้จริงไหมด้วยการแช่เย็นและฉีดสลายไขมัน
ไขมันบริเวณเอวหรือที่เรียกว่า love handle เป็นที่รู้กันว่าเป็นไขมันเฉพาะจุดที่ลดยากแม้จะลดน้ำหนักทั้งตัวแล้วก็ตาม บทความนี้อธิบายหลักการทำงานของการแช่เย็นสลายเซลล์ไขมันและการฉีดสลายเซลล์ไขมันด้วยเข็ม พร้อมทั้งขอบเขตของผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จริง
By Dr. Kim

คางสองชั้นต้องวินิจฉัยสาเหตุก่อน เกณฑ์และแนวทางเลือกหัตถการให้เหมาะกับชนิดไขมันและชนิดผิวหย่อนคล้อย
สรุปด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริงว่าคางสองชั้นที่เกิดจากไขมันกับที่เกิดจากผิวและพังผืดหย่อนคล้อยนั้น ควรเลือกฉีดสลายไขมัน คลื่นวิทยุอย่าง INMODE ร้อยไหม หรือ HIFU แบบไหนก่อน พร้อมอธิบายว่าทำไมการวินิจฉัยสาเหตุจึงสำคัญเป็นอันดับแรก
By Dr. Kim