หลักการที่โซโนแคร์ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงปลอบผิวที่บอบบางหลังทำหัตถการ พร้อมเพิ่มการดูดซึม
By Dr. Lee1 min read

หลังทำเลเซอร์ ฟิลลิ่ง หรือนีดลิ่ง ผิวมักอยู่ในสภาวะบอบบางไปอีกหลายวัน ทั้งแดง มีความร้อนค้าง แม้แต่ครีมที่เคยใช้เป็นประจำก็อาจรู้สึกแสบขึ้นมาได้ ช่วงนี้เองที่คลินิกหลายแห่งมักแนะนำการดูแลด้วยโซโนแคร์ควบคู่ไปด้วย เพราะเชื่อว่าช่วยปลอบผิวให้สงบและพาสารบำรุงเข้าไปลึกขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้มือถู
คำว่าโซโน (sono) แปลว่าเสียง นั่นคือการดูแลที่อาศัยพลังของคลื่นเสียงที่หูมนุษย์ไม่สามารถได้ยิน หรือที่เรียกว่าคลื่นเสียงความถี่สูงนั่นเอง บทความนี้จะไล่อธิบายทีละขั้นว่าทำไมคลื่นเสียงถึงช่วยปลอบผิวและเพิ่มการดูดซึมได้
โซโนแคร์คืออะไรกันแน่
โซโนแคร์เป็นเครื่องมือดูแลผิวด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงที่คลินิกผิวหนังและศัลยกรรมความงามนิยมใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังทำหัตถการ วิธีใช้คือนำหัวเครื่องทรงกลมแนบกับผิวแล้วเลื่อนช้า ๆ ไปตามบริเวณที่ต้องการ
คลื่นเสียงที่ใช้ในเครื่องนี้มีความถี่สูงกว่าเสียงที่หูคนได้ยินมาก หูมนุษย์รับรู้เสียงได้ที่การสั่นสะเทือนประมาณ 20,000 ครั้งต่อวินาทีเป็นอย่างมาก แต่คลื่นที่โซโนแคร์สร้างขึ้นสั่นเร็วกว่านั้นหลายสิบถึงหลายร้อยเท่า เร็วจนหูไม่มีทางได้ยิน แต่แรงสั่นนั้นก็ยังส่งผ่านเข้าไปในผิวได้ตามปกติ พอหัวเครื่องแตะผิวปุ๊บ แรงสั่นที่มองไม่เห็นก็เริ่มแทรกซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อทันที
แรงสั่นเล็ก ๆ ที่คลื่นเสียงสร้างขึ้นในผิว
เมื่อหัวเครื่องแตะผิว แรงสั่นจะไปเขย่าเซลล์และอนุภาคความชื้นในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้อย่างละเอียดมาก เป็นการเคลื่อนไหวเล็กจนตาเปล่ามองไม่เห็นเลย
หลักการนี้คล้ายกับการเอาส้อมเสียงจุ่มลงในแก้วน้ำ พอส้อมเสียงเริ่มสั่น น้ำทั้งแก้วไม่ได้กระเพื่อมจนสังเกตเห็นได้ชัด แต่โมเลกุลน้ำแต่ละตัวจะขยับตามจังหวะการสั่นนั้นเล็กน้อย ในผิวก็เกิดสิ่งคล้ายกันขึ้น ทั้งช่องว่างระหว่างเซลล์ ความชื้น และสารต่าง ๆ จะสั่นไหวตามจังหวะของคลื่นเสียงและค่อย ๆ ขยับตำแหน่งไปทีละนิด
แรงสั่นที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้แรงพอที่จะทำอันตรายต่อเนื้อเยื่อ คลื่นเสียงความถี่สูงที่ใช้ในการดูแลผิวถูกออกแบบมาให้มีระดับความเข้มต่ำ เน้นเขย่าอย่างนุ่มนวลมากกว่าจะไปกระตุ้นเนื้อเยื่อแรง ๆ
คลื่นเสียงความถี่สูงมีค่าที่ปรับได้สองอย่างคือความเข้มและความถี่ ความเข้มบอกว่าแรงสั่นแรงแค่ไหน ส่วนความถี่บอกว่าสั่นถี่แค่ไหน คลื่นเสียงความถี่สูงระดับการแพทย์ที่ใช้สลายไขมันจะเพิ่มความเข้มขึ้นมากเพื่อกระตุ้นเนื้อเยื่ออย่างจริงจัง ในขณะที่คลื่นเสียงสำหรับดูแลผิวอย่างโซโนแคร์กลับลดความเข้มลงและอาศัยความถี่เป็นหลักเพื่อเขย่าเนื้อเยื่ออย่างเบามือ เทคโนโลยีแบบเดียวกันแต่ปรับค่าความเข้มต่างกันก็นำไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต่างกันได้อย่างสิ้นเชิง
ผลลัพธ์การปลอบผิวมาจากไหน
สาเหตุที่ผิวแดงและร้อนวูบวาบหลังทำหัตถการ เกิดจากหลอดเลือดและเส้นประสาทบริเวณนั้นบอบบางเป็นการชั่วคราว แม้สิ่งกระตุ้นเล็กน้อยก็ทำให้หลอดเลือดขยายและความร้อนค้างอยู่นาน
แรงสั่นเล็ก ๆ ของคลื่นเสียงจะไปกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในบริเวณนั้นเบา ๆ เหมือนกับกำลังเคาะผนังหลอดเลือดอย่างนุ่มนวล ทำให้เลือดและของเหลวในเนื้อเยื่อที่คั่งค้างเริ่มไหลเวียนได้คล่องขึ้นทีละน้อย เมื่อการไหลเวียนดีขึ้น ความร้อนและของเสียที่สะสมอยู่บริเวณนั้นก็พาออกไปได้ง่ายขึ้นด้วย ลองนึกภาพเหมือนการเขย่าท่อระบายน้ำที่อุดตันให้น้ำไหลได้อีกครั้ง ก็จะเข้าใจง่ายขึ้น
นอกจากนี้แรงสั่นของคลื่นเสียงยังสร้างความร้อนอ่อน ๆ ขึ้นมาด้วย เพราะพลังงานการสั่นบางส่วนแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนจากแรงเสียดทานเล็กน้อยในเนื้อเยื่อ ความอุ่นนี้ช่วยผ่อนคลายหลอดเลือดและพังผืดที่ตึงเครียดอยู่ ทำให้ผิวที่แดงร้อนค่อย ๆ สงบลง จุดเด่นคือไม่ต้องใช้มือกดหรือถูก็ยังได้ผลแบบนี้ จึงเหมาะกับผิวที่บอบบางมากในช่วงหลังทำหัตถการ
ทันทีหลังทำหัตถการ เส้นประสาทในผิวจะไวกว่าปกติมาก สิ่งกระตุ้นเท่าเดิมก็รู้สึกแรงขึ้นได้ คลื่นเสียงไม่มีแรงกดจากมือ มีแต่แรงสั่นเท่านั้น จึงไม่ไปกระตุ้นเส้นประสาทโดยตรง แต่ยังส่งแรงกระตุ้นที่ต้องการไปถึงหลอดเลือดและเนื้อเยื่อชั้นล่างได้ ภายนอกอาจรู้สึกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แต่ข้างในการไหลเวียนกำลังค่อย ๆ ดีขึ้น จึงเรียกได้ว่าเป็นการดูแลที่มีสองด้านในตัวเอง
เหตุผลที่การดูดซึมดีขึ้น
ชั้นเคราตินซึ่งเป็นชั้นนอกสุดของผิวทำหน้าที่เหมือนกำแพงกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมจากภายนอกผ่านเข้ามาได้ง่าย ๆ เซลล์แต่ละเซลล์เกาะยึดกันแน่นเหมือนกำแพงอิฐที่ก่อเรียงกันแน่น
แรงสั่นของคลื่นเสียงจะทำให้การยึดเกาะนี้หลวมลงชั่วขณะหนึ่งเพียงเล็กน้อยมาก ๆ ช่องว่างระหว่างเซลล์แง้มออกในระดับจุลภาค ทำให้สารบำรุงที่ปกติมีขนาดโมเลกุลใหญ่จนผ่านเข้าไปยากสามารถแทรกตัวเข้าไปได้ลึกขึ้นอีกนิด เปรียบเหมือนเคาะประตูแล้วมีคนขยับเปิดประตูให้แง้มออกเล็กน้อยนั่นเอง
ในสภาวะนี้หากทาแอมพูลหรือเซรั่มควบคู่ไปด้วย โอกาสที่สารบำรุงจะซึมลึกเข้าไปมากกว่าการทาเฉย ๆ ก็สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้โซโนแคร์จึงมักถูกใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังทาสารปลอบผิวหรือสารให้ความชุ่มชื้น กล่าวได้ว่าแรงสั่นจะแง้มทางเข้าให้ก่อน แล้วสารบำรุงจึงตามเข้าไปตามทางนั้น
ทำไมมักใช้ดูแลหลังทำหัตถการ
ทันทีหลังทำหัตถการ ผิวจะอยู่ในสภาวะที่ชั้นเคราตินบางลงและเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง หากในช่วงนี้ใช้มือถูแรงหรือกดแรง อาจกลายเป็นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้อาการแดงและแสบรุนแรงขึ้นได้
จุดต่างของคลื่นเสียงความถี่สูงคือสามารถส่งแรงกระตุ้นไปถึงเนื้อเยื่อได้โดยไม่ต้องกดหรือถูทางกายภาพเลย เพียงแค่วางหัวเครื่องแนบผิวเบา ๆ แล้วเลื่อนช้า ๆ แรงสั่นก็ส่งผ่านเข้าไปในเนื้อเยื่อได้เอง ไม่มีขั้นตอนที่ต้องออกแรงจากปลายนิ้วเหมือนการนวด แรงเสียดทานที่เกิดขึ้นจึงน้อยกว่ามาก ด้วยเหตุนี้จึงมักถูกแนะนำว่าค่อนข้างปลอดภัยแม้ในช่วงที่เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ เช่นทันทีหลังทำเลเซอร์ ฟิลลิ่ง หรือนีดลิ่ง
ข้อควรระวังหลังการดูแล
แม้ตัวโซโนแคร์เองจะเป็นการดูแลที่นุ่มนวล แต่ต้องจำไว้เสมอว่าผิวหลังทำหัตถการยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว
- หลังทำโซโนแคร์ควรทากันแดดให้ละเอียดกว่าปกติ เพราะเมื่อเกราะป้องกันผิวยังอ่อนแอ รังสียูวีจะทำให้เกิดจุดด่างดำได้ง่ายกว่าเดิม
- ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงหลังทำ ควรเลี่ยงสถานที่ที่มีความร้อนสูงอย่างซาวน่าหรือห้องอบ เพราะผิวที่ยังมีความร้อนค้างอยู่ หากได้รับความร้อนเพิ่มเข้าไปอีก อาการแดงอาจอยู่นานขึ้นได้
- ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวหรือสารที่มีฤทธิ์ระคายเคืองที่เคยใช้เป็นประจำ ควรงดไปสักสองสามวัน เพราะเมื่อการดูดซึมสูงขึ้นจากแรงสั่น สารที่มีฤทธิ์ระคายเคืองก็จะซึมลึกเข้าไปมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้ปฏิกิริยาแพ้ง่ายรุนแรงขึ้นได้
- หากบริเวณที่ทำบวมหรือปวดนานผิดปกติ ควรกลับไปตรวจที่คลินิกที่ทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย เพราะอาการที่ไม่สงบลงแม้ดูแลปลอบผิวแล้ว อาจมีสาเหตุอื่นแทรกซ้อนอยู่ก็เป็นได้
โซโนแคร์ไม่ได้เป็นการดูแลที่สร้างผลลัพธ์ของหัตถการขึ้นมาใหม่ แต่เป็นตัวช่วยเสริมที่เร่งความเร็วในการฟื้นตัวตามธรรมชาติของผิวที่บอบบางอยู่แล้วให้เร็วขึ้นอีกนิด จึงมักถูกแนะนำให้พิจารณาควบคู่ไปด้วยเมื่อต้องการให้ช่วงพักฟื้นสบายขึ้น แยกต่างหากจากผลลัพธ์ของหัตถการหลักเอง การที่แรงทางกายภาพเพียงอย่างเดียวอย่างคลื่นเสียงช่วยได้ทั้งเรื่องการไหลเวียนและการดูดซึมพร้อมกัน ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่การดูแลนี้กลายเป็นขั้นตอนประจำหลังทำหัตถการของหลายคน
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

หลักการของไอออนไซม์ ผลัดเซลล์ผิวก่อนแล้วใช้ไอออนโตโฟรีซิสกับคลื่นเสียงส่งวิตามินลงลึกถึงผิว
ไอออนไซม์คือการดูแลผิวที่ผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้นุ่มลงก่อน แล้วใช้กระแสไฟฟ้าแบบไอออนโตโฟรีซิสร่วมกับแรงสั่นของคลื่นเสียงความถี่สูงดันวิตามินและสารบำรุงให้ซึมลึกเข้าสู่ผิว บทความนี้สรุปหลักการที่ทำให้การดูดซึมดีกว่าการทาด้วยมือเปล่า พร้อมสารที่นิยมใช้ร่วมและข้อควรระวัง
By Dr. Kim

หลักการที่ Lilied Sinmulgwang ใช้กรดไฮยาลูรอนิกจากหงอนไก่เติมความชุ่มชื้นในผิวชั้นลึก พร้อมวิธีดูแลรักษาผล
Lilied Sinmulgwang คือสกินบูสเตอร์ที่ฉีดกรดไฮยาลูรอนิกบริสุทธิ์เข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในผิว บทความนี้อธิบายหลักการว่ากรดไฮยาลูรอนิกดูดซับน้ำได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นในผิวหลังทำหัตถการ
By Dr. Lee

หลักการที่ Density RF ใช้คลื่นวิทยุ 2 โหมด กระชับผิวทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ และต้องทำกี่ครั้ง
Density RF เป็นหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 2 โหมดที่ทำงานต่างกันร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ และคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ถัดมา บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องใช้ 2 โหมดร่วมกัน ความร้อนทำงานในชั้นผิวตามลำดับอย่างไร และทำไมถึงต้องแบ่งทำหลายครั้ง โดยเน้นอธิบายจากหลักการทำงานจริง
By Dr. Kim