ฟิลเลอร์ไหล่ไม่ได้เติมแค่วอลลุ่ม แต่ปรับมุมเส้นไหล่ให้สวยขึ้นได้ พร้อมระยะเวลาที่อยู่ได้นาน
By Dr. Kim1 min read

ไหล่ไม่ใช่จุดที่คนส่วนใหญ่ใส่ใจบ่อยเท่าใบหน้า แต่พอถึงวันที่ต้องใส่ชุดเปิดไหล่หรือลองชุดแต่งงาน หลายคนจะสังเกตเห็นทันทีว่าไหล่ของตัวเองดูไม่เนียนเท่าที่คิด เพราะเมื่อใต้กระดูกไหปลาร้าบุ๋มลง และหัวไหล่ดูเป็นเหลี่ยมยื่นออกมา ทรงของเสื้อผ้าที่สวมก็จะเปลี่ยนไปด้วย
ฟิลเลอร์ไหล่คือสิ่งที่หลายคนมองหาเพื่อทำให้เส้นเหล่านี้ดูนุ่มนวลขึ้น หลายคนเข้าใจว่าเป็นแค่การเติมวอลลุ่มเหมือนฟิลเลอร์หน้า แต่จริงๆ แล้วมันใกล้เคียงกับการปรับมุมที่กล้ามเนื้อและผิวหนังทำร่วมกันบนกระดูกมากกว่า บทความนี้จะไล่ตั้งแต่สาเหตุที่เส้นไหล่เริ่มดูไม่สวย ไปจนถึงหลักการที่ฟิลเลอร์ช่วยให้เส้นไหล่กลับมาดูดีอีกครั้ง
ฟิลเลอร์ไหล่คือหัตถการเพื่ออะไรกันแน่?
ฟิลเลอร์ไหล่คือการฉีดสารเข้าไปในบริเวณที่บุ๋มใต้กระดูกไหปลาร้า รอบหัวไหล่ หรือแนวที่กล้ามเนื้อทราพีเซียสเริ่มต้น เพื่อทำให้แนวโค้งดูนุ่มนวลขึ้น ต่างจากฟิลเลอร์หน้าที่มักใช้ซ้ำในตำแหน่งเดิมอย่างร่องแก้มหรือแก้ม เพราะไหล่ของแต่ละคนมีโครงกระดูกและปริมาณกล้ามเนื้อต่างกันมาก ตำแหน่งและปริมาณที่ฉีดจึงต้องปรับเฉพาะบุคคลมากกว่า
จุดประสงค์ของแต่ละคนก็ต่างกันไป บางคนมีไหล่แคบและเป็นเหลี่ยมมาแต่กำเนิดจึงอยากได้วอลลุ่ม บางคนอายุมากขึ้นแล้วไขมันรอบไหล่ลดลงจนกระดูกดูเด่นชัด ทั้งสองกรณีนี้ผลลัพธ์สุดท้ายมักคล้ายกันคือเส้นไหล่ดูเป็นเหลี่ยมแทนที่จะเป็นเส้นโค้งนุ่มนวล ฟิลเลอร์จึงเข้ามาช่วยด้วยการเติมวัสดุรองรับลงไปในจุดที่เป็นเหลี่ยมเพื่อดึงเส้นโค้งกลับมา
ทำไมเส้นไหล่ถึงดูแบนราบลง
การที่แนวไหล่ดูตกหรือแบนราบมีสาเหตุหลายอย่างซ้อนกันอยู่ และแต่ละสาเหตุก็ทำให้ฟิลเลอร์ช่วยได้มากน้อยต่างกัน
- ไขมันและกล้ามเนื้อลดลง: เมื่ออายุมากขึ้นหรือน้ำหนักลด ชั้นไขมันบางๆ ใต้กระดูกไหปลาร้าและรอบไหล่จะหายไปก่อนส่วนอื่น ชั้นไขมันนี้ทำหน้าที่เป็นตัวรองรับระหว่างกระดูกกับผิวหนัง เมื่อมันหายไป เส้นกระดูกไหปลาร้าและกระดูกไหล่จึงเผยออกมาให้เห็นชัดบนผิวหนัง
- โครงกระดูกที่มีมาแต่กำเนิด: ถ้ากระดูกไหล่และกระดูกไหปลาร้ามีโครงสร้างแคบและแบนอยู่แล้ว ต่อให้กล้ามเนื้อหรือไขมันเพียงพอก็ยังอาจดูเป็นเหลี่ยมอยู่ดี เพราะรูปทรงของกระดูกเองมักไม่เปลี่ยนแม้จะออกกำลังกายหรือคุมน้ำหนัก
- ท่าทางและพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ: การห่อไหล่หรือเกร็งกล้ามเนื้อทราพีเซียสมากเกินไปเป็นเวลานาน อาจทำให้สมดุลของเส้นไหล่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง เพราะระดับความตึงของกล้ามเนื้อที่ต่างกันจะทำให้ตำแหน่งของแนวโค้งบนผิวหนังเปลี่ยนไปด้วย
หลายคนมักมีทั้งสามสาเหตุนี้ปนกันอยู่ ดังนั้นก่อนทำหัตถการจึงต้องประเมินก่อนว่าปัจจัยไหนเป็นตัวการหลัก
ฟิลเลอร์สร้างวอลลุ่มให้ไหล่ได้อย่างไร
หลักการไม่ต่างจากฟิลเลอร์หน้ามากนัก คือการฉีดสารในรูปเจลเข้าไปในชั้นที่ต้องการ เพื่อดันผิวให้นูนขึ้นตามปริมาตรที่เติมเข้าไป เพียงแต่บริเวณไหล่มีผิวหนังและพังผืดหนากว่าใบหน้า และมีการเคลื่อนไหวมากกว่า จึงมักเลือกใช้วัสดุที่แน่นและอยู่ทนกว่า
วัสดุที่นิยมใช้คือแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ซึ่งเป็นสารประกอบแคลเซียมชนิดเดียวกับที่พบในกระดูกและฟันของคนเรา อยู่ในรูปเม็ดเล็กๆ ผสมอยู่ในเจล เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว เม็ดเหล่านี้จะเข้าไปตั้งอยู่ในตำแหน่ง และคอลลาเจนของร่างกายจะเริ่มเติบโตแทรกเข้าไปตามช่องว่างระหว่างเม็ด คล้ายกับหินระบายน้ำในกระถางต้นไม้ที่ทำหน้าที่เป็นโครงให้เนื้อเยื่อใหม่เติบโตขึ้นมาแทรกอยู่ระหว่างนั้น
บางกรณีก็ใช้ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิก (HA) เช่นกัน โดยเลือกชนิดที่มีเนื้อแน่นและอนุภาคหยาบกว่าที่ใช้บนใบหน้า หลักการคือสายโซ่ของกรดไฮยาลูโรนิกที่เกาะกันเป็นร่างแหจะอุ้มน้ำไว้และคงปริมาตรอยู่ได้ ข้อดีของ HA คือหากต้องการก็สามารถใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสละลายกลับได้
ทำไมแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ถึงอยู่ได้นาน
เหตุผลที่ CaHA มักถูกเลือกใช้ในบริเวณกว้างและเคลื่อนไหวเยอะอย่างไหล่ ไม่ใช่แค่เพราะมันแน่นเท่านั้น แต่เพราะเมื่อเม็ดเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อแล้ว จะมีไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจน) เคลื่อนตัวเข้ามารวมกันและสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินขึ้นใหม่ไปพร้อมกัน
กระบวนการนี้เรียกว่าการกระตุ้นชีวภาพ คือการที่วัสดุที่ฉีดเข้าไปทำหน้าที่เติมปริมาตรในตัวเอง พร้อมกับกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาเองไปในเวลาเดียวกัน เมื่อเวลาผ่านไปเม็ดค่อยๆ ถูกดูดซึมไป คอลลาเจนที่เกิดขึ้นใหม่ในตำแหน่งเดิมก็จะรับช่วงต่อในการคงวอลลุ่มไว้บางส่วน
ดังนั้นเมื่อใช้ CaHA เติมเส้นไหล่ ช่วงแรกวอลลุ่มจากวัสดุที่ฉีดเข้าไปจะเป็นตัวคงรูป แต่พอผ่านไปหลายเดือน ความยืดหยุ่นของคอลลาเจนที่สร้างขึ้นใหม่จะเข้ามารับหน้าที่แทน คล้ายกับการทำร้อยไหมที่แรงดึงของไหมและแรงเติมของคอลลาเจนทำงานต่อเนื่องกันแบบมีช่วงเวลาคาบเกี่ยว
ตำแหน่งที่ฉีดและความลึกในการฉีด
ผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ไหล่ขึ้นอยู่กับความลึกที่ฉีดเป็นอย่างมาก ถ้าฉีดตื้นเกินไปจะเห็นรอยขรุขระบนผิว แต่ถ้าฉีดลึกเกินไปก็จะไม่เห็นวอลลุ่มตามที่ต้องการ
บริเวณที่กระดูกโดดเด่นอย่างใต้กระดูกไหปลาร้า ปัจจุบันมักฉีดฟิลเลอร์ในชั้นเหนือเยื่อหุ้มกระดูก (เยื่อบางๆ ที่ห่อหุ้มกระดูก) เพราะการฉีดในชั้นใกล้กระดูกจะช่วยลดโอกาสที่ฟิลเลอร์จะเคลื่อนที่ไปตามการขยับของกล้ามเนื้อ ส่วนบริเวณหัวไหล่ที่กล้ามเนื้อและผิวหนังเคลื่อนไหวไปด้วยกัน มักฉีดในชั้นที่ตื้นกว่าและแบ่งฉีดทีละน้อยเพื่อให้ได้เส้นโค้งที่เป็นธรรมชาติ
การหลีกเลี่ยงเส้นเลือดและเส้นประสาทในระหว่างการฉีดก็สำคัญเช่นกัน แม้บริเวณรอบไหล่จะไม่มีเส้นเลือดหนาแน่นเท่าใบหน้า แต่ถ้าฉีดโดยไม่ตรวจสอบตำแหน่งให้แน่ชัด อาการช้ำหรือบวมก็อาจอยู่นานกว่าที่คาดไว้
ปัจจัยที่กำหนดระยะเวลาที่อยู่ได้
ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์ไหล่จะอยู่ได้นานแค่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเดียว แต่เกิดจากชนิดของวัสดุ ตำแหน่งที่ฉีด และอัตราการเผาผลาญของแต่ละคนร่วมกัน
- ความเร็วในการดูดซึมของวัสดุ: CaHA มีคอลลาเจนช่วยรับช่วงต่อบางส่วนแม้ปริมาตรจะลดลงแล้ว เพราะผลของการกระตุ้นชีวภาพ ส่วน HA จะคงปริมาตรอยู่ได้เท่าที่อุ้มน้ำไว้ เมื่อถูกดูดซึมก็จะลดลงไปตามนั้น
- การเคลื่อนไหวของบริเวณที่ฉีด: จุดที่เคลื่อนไหวมากอย่างหัวไหล่ อาจทำให้ฟิลเลอร์ถูกดูดซึมเร็วกว่าชั้นที่ค่อนข้างนิ่งอย่างเหนือเยื่อหุ้มกระดูก เพราะเนื้อเยื่อที่ถูกยืดและกดบ่อยๆ ทำให้เม็ดฟิลเลอร์ได้รับแรงกระตุ้นไปด้วย
- การเผาผลาญและกิจกรรมของแต่ละคน: มีรายงานว่าคนที่เผาผลาญเร็วหรือออกกำลังกายมากมักจะดูดซึมฟิลเลอร์เร็วกว่า เพราะเมื่อการไหลเวียนเลือดและเนื้อเยื่อทำงานเร็ว วัสดุก็จะถูกสลายและถูกกำจัดออกเร็วขึ้นตามไปด้วย
โดยรวมแล้วมีรายงานว่ากลุ่ม CaHA มักอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ส่วนกลุ่ม HA มักอยู่ได้สั้นกว่านั้น แต่ก็ยังต่างกันไปในแต่ละคนตามปัจจัยข้างต้น
ผลข้างเคียงและการดูแล
หลังทำหัตถการทันที อาการช้ำและบวมพบได้บ่อย เกิดจากเข็มที่แทงผ่านไปกดหรือเสียดสีกับเส้นเลือดเล็กๆ ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติ ส่วนใหญ่จะดีขึ้นภายในไม่กี่วันถึงหนึ่งสัปดาห์
แม้จะพบได้น้อย แต่บางครั้งฟิลเลอร์อาจเคลื่อนที่หรือจับตัวเป็นก้อนให้คลำเจอได้ ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการ หากกดหรือนวดบริเวณนั้นแรงเกินไป ฟิลเลอร์ที่ยังไม่ตั้งตัวดีอาจถูกดันเคลื่อนที่ได้ จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือการกดทับแรงๆ ในช่วงนี้
ผลข้างเคียงที่ต้องระวังที่สุดคือกรณีที่ฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดโดยไม่ตั้งใจ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่พบบ่อย แต่หากหลังฉีดมีอาการปวดรุนแรงหรือผิวเปลี่ยนเป็นสีซีดผิดปกติ ต้องแจ้งสถานพยาบาลทันที สำหรับฟิลเลอร์ HA มีข้อดีคือสามารถใช้ไฮยาลูโรนิเดสละลายกลับได้ ทำให้มีความปลอดภัยเป็นตัวรองรับอยู่ ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงแนะนำว่าหากพิจารณาฟิลเลอร์ไหล่เป็นครั้งแรก ควรลองใช้ HA ก่อน แล้วเมื่อพอใจกับผลลัพธ์ค่อยเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่อยู่ได้นานกว่าในภายหลัง
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ฟิลเลอร์ขมับเติมเต็มวอลุ่มที่หายไป เปลี่ยนหน้าตาบริเวณตาและโหนกแก้ม พร้อมระยะเวลาที่อยู่ได้นาน
ขมับเป็นจุดที่ไขมันและกระดูกลดลงไปพร้อมกันตามวัย ทำให้ยุบตัวได้ง่าย เมื่อจุดนี้ยุบลง สมดุลของเส้นข้างใบหน้าก็เสียไปด้วย จนหน้าตาโดยรวมดูเปลี่ยนไปทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรที่อื่นเลย บทความนี้สรุปหลักการที่ฟิลเลอร์เติมเต็มพื้นที่ตรงนี้ และเหตุผลที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการฉีดจุดนี้
By Dr. Kim

หลักการที่ฟิลเลอร์แคลเซียม Radiesse เติมวอลุ่มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน และอยู่ได้นานแค่ไหน
Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่อนุภาคแคลเซียมเติมวอลุ่มได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมอนุภาคถึงสร้างวอลุ่มได้ และนำไปสู่การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่นำมาเจือจางใช้เป็นสกินบูสเตอร์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
By Dr. Lee

การกำจัดขนอ่อนบนใบหน้าไม่ได้แค่เอาขนออก แต่เปลี่ยนโทนผิวให้ดูสว่างขึ้นได้อย่างไร
ขนอ่อนบนใบหน้าคือเส้นขนที่เล็กและมีเม็ดสีน้อย มันกระจายแสงและดักจับเซลล์ผิวที่ตายแล้วกับความมัน ทำให้ผิวดูหมองคล้ำ เมื่อจัดการขนอ่อนออก ผิวจะเรียบขึ้นและสะท้อนแสงสม่ำเสมอ เมกอัพก็ติดทนขึ้นด้วย บทความนี้อธิบายว่าทำไมผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวจากพื้นผิว ไม่ใช่การทำให้ผิวขาวขึ้นจริง พร้อมวิธีดูแลหลังทำ
By Dr. Kim