ใบหน้าแดงง่าย โรซาเชียและรอยแดงเรื้อรัง สาเหตุที่หลอดเลือดไวเกินไปและหลักการเลเซอร์รักษา
By Dr. Lee1 min read

บางคนแค่อากาศเปลี่ยนนิดหน่อย กินอาหารเผ็ดสักคำ หรือแม้แต่คุยเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นสักหน่อย หน้าก็แดงวูบขึ้นมาทันที ตอนแรกหลายคนคิดว่าตัวเองแค่หน้าแดงง่ายเป็นทุนเดิม แต่ถ้ารอยแดงนี้ไม่จางลงเกิน 1 ชั่วโมง หรือเริ่มเกิดถี่ขึ้นเรื่อยๆ เรื่องก็ไม่ธรรมดาแล้ว
อาการหน้าแดงและร้อนวูบวาบซ้ำๆ บริเวณกลางใบหน้า โดยเฉพาะแก้มและจมูก เรียกว่าโรซาเชีย (rosacea) เปลี่ยนเครื่องสำอางแล้วก็ไม่ดีขึ้น บางคนถึงขั้นเห็นเส้นเลือดฝอยโผล่ขึ้นมาใต้ผิวชัดเจน หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นสิวหรือแพ้เครื่องสำอาง เลยใช้ผลิตภัณฑ์ผิดทางจนพลาดจังหวะรักษาที่เหมาะสมไปเสียเฉยๆ บทความนี้จะพาไปดูทีละขั้นว่าทำไมรอยแดงแบบนี้ถึงเกิดขึ้น และเลเซอร์หลอดเลือดช่วยแก้ปัญหาด้วยหลักการอะไร
ทำไมหลอดเลือดบนใบหน้าถึงไวเป็นพิเศษ?
ใต้ผิวหน้าของเรามีหลอดเลือดฝอยเล็กๆ แผ่กระจายอยู่เหมือนร่างแห หลอดเลือดเหล่านี้ทำงานตามคำสั่งของระบบประสาทอัตโนมัติ ขยายตัวได้และหดตัวได้ เหมือนก๊อกน้ำที่เปิดปิดตามความจำเป็น
แต่ความไวของก๊อกน้ำนี้ไม่เท่ากันในแต่ละคน บางคนหลอดเลือดตอบสนองต่ออุณหภูมิหรือสิ่งกระตุ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนคนที่มีแนวโน้มเป็นโรซาเชีย แค่โดนกระตุ้นนิดเดียวหลอดเลือดก็ขยายตัวมาก เมื่อความร้อน รสเผ็ด หรือความเครียดส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไปถึงผนังหลอดเลือด หลอดเลือดจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว เลือดไหลมารวมกันมาก ทำให้ใบหน้าแดงร้อนขึ้นมาทันที
ทำไมรอยแดงถึงไม่ยอมจางลงง่ายๆ?
โดยปกติเมื่อหน้าแดงขึ้นแล้ว หลอดเลือดจะค่อยๆ หดตัวกลับสู่สภาพเดิมเมื่อเวลาผ่านไป แต่ปัญหาคือถ้ากระบวนการขยายและหดตัวนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน ผนังหลอดเลือดเองอาจค้างอยู่ในสภาพที่ยืดออกจนแข็งตัวไปเลย คล้ายกับสายยางที่ถูกดึงตึงไว้นานๆ พอปล่อยแรงดึงแล้วก็ไม่กลับมาเป็นทรงเดิม
หลอดเลือดฝอยที่ยืดค้างแบบนี้เรียกว่าเส้นเลือดฝอยขยายตัว (telangiectasia) หรือที่คุ้นเคยกันว่าเส้นเลือดฝอยแตก มองผ่านผิวจะเห็นเป็นเส้นสีแดงหรือรอยด่างแดง เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ต่อให้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นก็ยากที่รอยแดงจะหายไปเอง เพราะสาเหตุมาจากตัวหลอดเลือดที่ยืดค้างไปแล้วนั่นเอง
ทำไมมักเกิดที่จมูกและแก้มเป็นพิเศษ?
โรซาเชียมักปรากฏชัดที่จมูก แก้ม และกลางหน้าผากมากกว่าบริเวณอื่นของใบหน้า เพราะผิวบริเวณนี้บางกว่าที่อื่น และมีหลอดเลือดใต้ผิวหนาแน่นเป็นพิเศษ หลอดเลือดในบริเวณนี้ยังทำหน้าที่ระบายความร้อนของร่างกายเป็นหลัก จึงเปิดปิดตอบสนองต่ออุณหภูมิและสิ่งกระตุ้นบ่อยกว่าที่อื่นโดยธรรมชาติ
นอกจากนี้ยังมีอีกปัจจัยหนึ่งที่มีการรายงานไว้ ปกติผิวหนังของคนเรามีไรขนอ่อน (demodex) อาศัยอยู่ในปริมาณน้อยอยู่แล้ว แต่ในผิวที่เป็นโรซาเชีย มักพบว่าจำนวนไรขนอ่อนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าตัวไรขนอ่อนเป็นสาเหตุโดยตรงของโรค แต่การที่จำนวนเพิ่มขึ้นผิดปกตินี้ไปกระตุ้นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันของผิว ทำให้เกิดการอักเสบและหลอดเลือดขยายตัวมากขึ้นเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้น เหมือนกับเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่บนผิวตามปกติ พอเสียสมดุลและเพิ่มจำนวนมากเกินไป ปัญหาผิวก็ยิ่งรุนแรงขึ้นตามไปด้วย
โรซาเชียเกิดจากอะไรกันแน่?
สาเหตุของโรซาเชียไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามาจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน
- ความผิดปกติของการควบคุมหลอดเลือดและเส้นประสาท: สัญญาณประสาทที่ควบคุมการขยายและหดตัวของหลอดเลือดไวกว่าคนทั่วไป แค่โดนกระตุ้นเล็กน้อยหลอดเลือดก็ตอบสนองรุนแรง
- เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง: เมื่อชั้นปกป้องผิวชั้นนอกบางลง สิ่งกระตุ้นจากภายนอกจะแทรกซึมเข้าไปกระตุ้นหลอดเลือดได้ง่ายขึ้น
- พันธุกรรม: หากคนในครอบครัวมีประวัติหน้าแดงง่ายหรือเป็นโรซาเชีย มีรายงานว่าตัวเราเองก็มีแนวโน้มที่หลอดเลือดจะไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงตามไปด้วย
- ปฏิกิริยาอักเสบ: เมื่อสารภูมิคุ้มกันในผิวถูกกระตุ้นมากเกินไป การขยายตัวของหลอดเลือดจะเกิดขึ้นนานขึ้นและถี่ขึ้น
เมื่อปัจจัยเหล่านี้ซ้อนทับกัน มักเริ่มต้นจากรอยแดงชั่วคราวก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนากลายเป็นรอยแดงเรื้อรังและเส้นเลือดฝอยที่ยืดค้างถาวรในที่สุด
เลเซอร์หลอดเลือดรักษารอยแดงด้วยหลักการอะไร?
เลเซอร์หลอดเลือด เช่น PDL (pulsed dye laser) หรือ IPL (intense pulsed light) ทำงานโดยเล็งไปที่สี ฮีโมโกลบินในเลือดของเรา ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้เลือดเป็นสีแดง จะดูดซับแสงที่มีความยาวคลื่นเฉพาะได้ดีเป็นพิเศษ
เลเซอร์อาศัยคุณสมบัตินี้ในการทำงาน โดยไม่รบกวนเนื้อเยื่อส่วนอื่นของผิวมากนัก แต่จะส่งพลังงานแสงไปรวมที่หลอดเลือดซึ่งมีฮีโมโกลบินอยู่โดยเฉพาะ วิธีการปล่อยความร้อนไปเจาะจงยังเม็ดสีที่ต้องการแบบนี้เรียกว่าการทำลายด้วยความร้อนแบบเลือกเฉพาะจุด (selective photothermolysis) พูดง่ายๆ คือให้ความร้อนเฉพาะเป้าหมายที่เลือกไว้เท่านั้น เมื่อพลังงานแสงเปลี่ยนเป็นความร้อนภายในหลอดเลือด ผนังหลอดเลือดฝอยที่ยืดค้างจะค่อยๆ หดตัวและปิดลง ทำให้เส้นแดงหรือรอยด่างแดงที่มองเห็นผ่านผิวจางลง ระหว่างขั้นตอนนี้ผิวหน้าจะถูกทำความเย็นไปพร้อมกัน ความร้อนจึงเจาะจงอยู่ที่หลอดเลือดเป็นหลัก โอกาสที่ผิวชั้นบนจะบาดเจ็บจึงพบได้น้อย
เลเซอร์ครั้งเดียวจะทำให้รอยแดงหายไปหมดเลยไหม?
เลเซอร์หลอดเลือดบางกรณีเห็นผลจางลงชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก แต่โดยทั่วไปมีรายงานว่ามักต้องทำ 3 ถึง 5 ครั้งแบ่งเป็นช่วงๆ เพราะหลอดเลือดแต่ละเส้นมีความหนาและความลึกไม่เท่ากัน
เส้นเลือดฝอยขนาดเล็กที่อยู่ตื้นๆ แสงจะเข้าถึงได้ง่าย แต่หลอดเลือดที่หนาหรือลึกกว่านั้นอาจไม่ปิดสนิทด้วยพลังงานเพียงครั้งเดียว จึงมักทำซ้ำโดยเว้นระยะห่างกัน 3 ถึง 4 สัปดาห์ ทำทั้งหมด 3 ถึง 5 ครั้ง เพื่อจัดการหลอดเลือดที่เหลือให้ทั่วถึงตามลำดับ นอกจากนี้หากหลังทำเลเซอร์ยังคงเจอสิ่งกระตุ้นซ้ำๆ หลอดเลือดใหม่ก็อาจยืดค้างขึ้นมาอีก การดูแลควบคู่ไปกับการทำเลเซอร์จึงถูกเน้นย้ำเสมอ
อะไรบ้างที่ทำให้อาการแย่ลง?
ผิวที่มีแนวโน้มเป็นโรซาเชียมักไวต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่างเป็นพิเศษ ปัจจัยด้านล่างนี้มีรายงานว่าเป็นตัวกระตุ้นให้หลอดเลือดขยายตัวได้ง่าย
- เครื่องดื่มร้อนและอาหารรสเผ็ด: สิ่งกระตุ้นที่ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นทันทีจะกระตุ้นปฏิกิริยาประสาทที่ขยายหลอดเลือดโดยตรง
- การโดนแสงแดด: รังสี UV กระตุ้นปฏิกิริยาอักเสบใต้ผิวและทำให้ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลง ทำให้รอยแดงเห็นชัดขึ้น
- อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงฉับพลัน: เช่นการเดินจากอากาศเย็นข้างนอกเข้าไปในห้องอุ่นๆ ทำให้หลอดเลือดหดตัวและขยายตัวสลับกันอย่างรวดเร็วในเวลาสั้นๆ
- แอลกอฮอล์และความเครียด: แอลกอฮอล์ขยายหลอดเลือดโดยตรง ส่วนความเครียดกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติจนได้ผลลัพธ์เดียวกัน
- ออกกำลังกายหนักหรืออบซาวน่า: เมื่อร่างกายสร้างความร้อนขึ้นภายในและอุณหภูมิสูงขึ้น ร่างกายจะพยายามระบายความร้อนด้วยการขยายหลอดเลือด
- เครื่องสำอางที่มีสารระคายเคือง: ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์สูงหรือกลิ่นแรงจะยิ่งระคายเคืองเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแออยู่แล้ว และกระตุ้นปฏิกิริยาของหลอดเลือดให้มากขึ้น
การหลีกเลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ทีละอย่าง ช่วยชะลอความเร็วที่สิ่งกระตุ้นใหม่ๆ จะสะสมส่งผลต่อหลอดเลือดได้
นอกจากเลเซอร์แล้วต้องดูแลอะไรอีกบ้าง?
ต่อให้เลเซอร์หลอดเลือดจัดการหลอดเลือดที่ยืดค้างไปแล้ว หากไม่มีการดูแลผิวประจำวันมารองรับ สิ่งกระตุ้นใหม่ก็อาจสะสมจนหลอดเลือดเส้นอื่นยืดค้างขึ้นมาอีก ด้วยเหตุนี้นอกเหนือจากการทำหัตถการแล้ว การทาครีมกันแดดทุกวันอย่างสม่ำเสมอจึงถูกเน้นย้ำเสมอ เพราะรังสี UV เป็นปัจจัยที่กระตุ้นทั้งการอักเสบและการขยายตัวของหลอดเลือดพร้อมกัน
นอกจากนี้การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าและมอยส์เจอไรเซอร์ที่อ่อนโยนและระคายเคืองต่ำเพื่อรักษาเกราะป้องกันผิวก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะเมื่อเกราะป้องกันแข็งแรง สิ่งกระตุ้นจากภายนอกจะส่งผลถึงหลอดเลือดได้ยากขึ้น การล้างหน้าด้วยการถูแรงๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ขัดผิวบ่อยเกินไปก็ทำให้เกราะป้องกันนี้บางลงและทำให้หลอดเลือดไวขึ้นได้เช่นกัน จึงควรระมัดระวัง
การหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงรุนแรง และจดบันทึกสถานการณ์ที่หน้าแดงบ่อยๆ เพื่อหาสิ่งกระตุ้นเฉพาะตัวของตัวเอง ก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยในการดูแลได้เช่นกัน
References
Korean Dermatological Association, Ministry of Food and Drug Safety (MFDS), American Academy of Dermatology (AAD), and U.S. Food and Drug Administration (FDA). </content> </invoke>
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

ทำไมรอยสิวถึงกลายเป็นสีน้ำตาลค้างนาน สาเหตุของภาวะผิวคล้ำหลังการอักเสบและวิธีที่รอยค่อยๆ จางลง
รอยสีน้ำตาลที่ยังคงอยู่แม้สิวจะหายไปแล้ว มีชื่อเรียกว่าภาวะผิวคล้ำหลังการอักเสบ บทความนี้อธิบายง่ายๆ ผ่านการเปรียบเทียบว่าทำไมการอักเสบถึงกระตุ้นเมลานิน ทำไมรอยถึงจางลงอย่างช้าๆ และทำไมการกันแดดจึงสำคัญมาก
By Dr. Kim

จุดแดงเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นตามตัว สาเหตุของเชอร์รี่แองจิโอมาและวิธีกำจัดด้วยเลเซอร์หลอดเลือด
ไขที่มาของจุดแดงเชอร์รี่แองจิโอมาที่มักโผล่ขึ้นทีละจุดเมื่ออายุมากขึ้น ผ่านการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดใต้ผิว พร้อมอธิบายง่าย ๆ ว่าเลเซอร์หลอดเลือดจับฮีโมโกลบินจนจุดหายไปได้อย่างไร รวมถึงช่วงพักฟื้นและโอกาสเกิดจุดใหม่ซ้ำ
By Dr. Kim

โรซาเชีย หน้าแดงเรื้อรังที่กำเริบซ้ำได้ทำไม รู้จักชนิด ตัวกระตุ้น ยาทา และเลเซอร์รักษาให้ครบ
แก้มแดงตลอดเวลาและมีตุ่มหนองเล็กๆ ขึ้นซ้ำๆ อาจไม่ใช่แค่หน้าแดงธรรมดา แต่เป็นโรซาเชีย บทความนี้อธิบายความต่างจากหน้าแดงทั่วไป 4 ชนิดของโรค ทั้งชนิดหลอดเลือดแดง ชนิดตุ่มหนอง ชนิดจมูกหนา และชนิดตา ตัวกระตุ้นอย่างแสงแดด ความเครียด และแอลกอฮอล์ ไปจนถึงยาทาเมโทรนิดาโซล อะซีเลอิกแอซิด ไอเวอร์เม็กติน ยารับประทาน และเลเซอร์หลอดเลือด อธิบายง่ายๆ ด้วยตัวเลขจากงานวิจัยจริง
By Dr. Kim