กระแดด กระเนื้อที่โทนนิ่งจัดการไม่ได้ ผลของ Reepot 532nm กับการทำความเย็นล่วงหน้า
By Dr. Lee2 min read

กระแดดหรือกระเนื้อที่หน้าหรือหลังมือ ทำโทนนิ่งมาหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ยอมจาง หลายคนคงเจอปัญหานี้ เพราะโทนนิ่งออกแบบมาสำหรับฝ้าที่กระจาย ไม่ใช่รอยสีหนาแน่นขอบชัดแบบนี้ นั่นแหละที่ทำให้ Reepot น่าสนใจ
Reepot ไม่ใช่โทนนิ่ง แต่เป็นเลเซอร์เม็ดสีพลังงานสูงที่ออกแบบมาทำลายรอยสีเข้มโดยตรงในไม่กี่ครั้ง จุดเด่นคือ VSLS ระบบทำความเย็นก่อนยิงทุกครั้ง เพื่อให้พลังงานเข้าเฉพาะเม็ดสีและลดโอกาสเกิดรอยดำหลังทำ กระแดดและกระเนื้อส่วนใหญ่จางใน 1 ถึง 2 ครั้ง แลกมาด้วยสะเก็ดที่หลุดเองในหนึ่งถึงสองสัปดาห์

Reepot คืออะไร
Reepot คือเลเซอร์รักษาเม็ดสีที่พัฒนาโดย Classys บริษัทอุปกรณ์การแพทย์เกาหลี ทำงานที่ความยาวคลื่น 532nm ซึ่งเมลานินดูดซับได้ดีมากเป็นพิเศษ จึงมีประสิทธิภาพสูงกับรอยสีเข้มหนาแน่นชัดเจนอย่างกระแดด (solar lentigo) และกระเนื้อ (seborrheic keratosis)
เหตุผลที่ 532nm เหนือกว่า 1064nm ที่ใช้ในโทนนิ่งทั่วไปนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก เมลานินดูดซับแสงได้แรงขึ้นเมื่อความยาวคลื่นสั้นลง ข้อมูลทางชีวฟิสิกส์ชี้ว่า 532nm ดูดซับเมลานินสูงกว่า 1064nm ประมาณ 11 เท่า ข้อนี้ทำให้ Reepot เก่งกับรอยสีที่อยู่ตื้นอย่างกระแดดและกระเนื้อเป็นพิเศษ แต่ก็หมายความว่าไม่เหมาะกับเม็ดสีที่ลึกกว่า หรือฝ้าจางๆ ที่กระจายกว้าง ซึ่งต้องการแนวทางอื่น
จุดที่ทำให้ Reepot ต่างจากเลเซอร์เม็ดสีอื่นคือ VSLS ย่อมาจาก Vascular and Skin protection Laser System ก่อนทุกครั้งที่ยิง หัวยิงจะฉีดความเย็นเข้มข้นไปยังบริเวณที่รักษาทันที เพื่อลดการกระจายความร้อนออกไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบ ให้พลังงานเลเซอร์อยู่กับเม็ดสีเป้าหมายมากที่สุด Reepot ได้รับการรับรองจาก MFDS เกาหลีและ FDA อเมริกา และหัวจับทำความเย็นช่วยให้ขั้นตอนทำได้เร็วและทนได้มากขึ้น

ทำไมการทำความเย็นจึงสำคัญ
PIH หรือรอยดำหลังการอักเสบ คือภาวะแทรกซ้อนที่น่ากลัวที่สุดของเลเซอร์เม็ดสี และคาดเดาได้ยาก พบบ่อยเป็นพิเศษในผิวเอเชีย เพราะเมลาโนไซต์ไวต่อความร้อนและกระตุ้นได้ง่าย ในกรณีที่ไม่ดีนัก ทำเพื่อลบจุดดำแล้วกลับดำกว่าเดิม
VSLS pre-cooling แก้ตรงนี้โดยตรง การทำให้ผิวเย็นก่อนยิงทุกครั้งช่วยลดการกระจายความร้อนออกไปยังเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง พลังงานที่เหลือจึงจมอยู่กับรอยสีเป้าหมายมากขึ้น ความร้อนส่วนเกินลดลง ความเสี่ยง PIH จึงต่ำลงตามไปด้วย
ต้องพูดตรงๆ ว่า pre-cooling ลดความเสี่ยง ไม่ใช่ขจัดทั้งหมด ประเภทผิว การปรับพลังงานของแพทย์ และการดูแลหลังทำล้วนมีผล ผิวที่คล้ำและมีปฏิกิริยาสูงยังมีความเสี่ยงอยู่แม้มี VSLS ประสบการณ์ของแพทย์ในการอ่านผิวและปรับค่าพลังงานสำคัญพอๆ กับตัวเทคโนโลยีเอง

ได้ผลกับกระแดดและกระเนื้อจริงไหม
จุดแข็งที่แท้จริงของ Reepot อยู่ที่รอยสีซึ่งโทนนิ่งจัดการไม่ได้ นั่นคือรอยที่สีเข้มหนาแน่นและขอบเขตชัดเจน กระแดด (solar lentigo) ที่เกิดจากแสงแดดสะสม และกระเนื้อ (seborrheic keratosis) ที่นูนมีสีตอบสนองดีทั้งคู่ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เห็นการจางชัดหลัง 1 ครั้ง รอยที่ใหญ่หรือหนากว่าอาจต้องทำครั้งที่ 2
ในการศึกษากับคนเกาหลี 20 คนด้วยเลเซอร์ 532nm กระแดดบนใบหน้าจางลงเฉลี่ย 72% หลังทำ 2 ครั้ง และมากกว่าครึ่งตอบสนองชัดเจน เม็ดสีที่จางหรือกระจายกว้างตอบสนองน้อยกว่า ข้อนี้สำคัญ ยิ่งรอยสีเข้มและขอบเขตชัด โอกาสได้ผลดียิ่งสูง
สิ่งที่ต้องแยกออกจากกันให้ชัดคือ Reepot ไม่ใช่การรักษาฝ้า ฝ้า (melasma) มีลักษณะกระจาย ขอบเขตไม่ชัด และเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน มักแย่ลงเมื่อโดนพลังงานสูง ถ้าไม่แน่ใจว่ารอยสีที่มีเป็นกระแดด กระเนื้อ หรือฝ้า ควรให้แพทย์วินิจฉัยก่อนทำเสมอ

สะเก็ดเกิดจากอะไร และดูแลอย่างไร
สะเก็ดที่เกิดหลังทำ Reepot มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผลข้างเคียง จริงๆ แล้วมันคือกระบวนการขับเม็ดสีออกจากร่างกาย เมื่อเลเซอร์ทำลายเมลานินในชั้นผิวตื้น เม็ดสีที่แตกตัวและเนื้อเยื่อรอบข้างจะรวมตัวเป็นเปลือกเล็กๆ บนผิว นั่นเองที่ทำให้รอยดูคล้ำขึ้นและนูนเล็กน้อยทันทีหลังทำ
ใน 1 ถึง 2 สัปดาห์ถัดมา ผิวใหม่จะงอกขึ้นมาจากด้านล่างและสะเก็ดจะหลุดออกเอง คลินิกส่วนใหญ่จะติดแผ่นปิดบางๆ ที่จุดรักษา ซึ่งช่วยป้องกันการกระทบและให้สะเก็ดหลุดออกสะอาดกว่า สิ่งที่ห้ามทำที่สุดคืออย่าแกะ เกา หรือดึงสะเก็ดออกก่อนเวลา เพราะผิวข้างใต้ยังไม่สมบูรณ์ การดึงออกก่อนเพิ่มความเสี่ยงแผลเป็นและ PIH ถาวรอย่างมาก
เมื่อสะเก็ดหลุดแล้ว ผิวใหม่ข้างล่างจะบางและไวต่อรังสี UV มากเป็นพิเศษ การป้องกันแดดในช่วงนี้จึงไม่ใช่ทางเลือก แดดแม้เพียงเล็กน้อยบนผิวที่ยังฟื้นตัวอยู่จะกระตุ้นเมลาโนไซต์และนำรอยดำกลับมาได้ง่ายมาก

ต่างจากเลเซอร์เม็ดสีอื่นอย่างไร
การรักษาเม็ดสีมีหลายแบบ แต่แต่ละแบบเหมาะกับรอยสีคนละประเภท
| การรักษา | เหมาะกับอะไรที่สุด | สะเก็ดและดาวน์ไทม์ | จำนวนครั้งที่ทำ |
|---|---|---|---|
| Reepot | กระแดดเข้ม กระเนื้อ | สะเก็ด 1-2 สัปดาห์ | 1-2 ครั้ง |
| เลเซอร์โทนนิ่ง | ฝ้า สีผิวกระจาย | น้อยมาก | หลายครั้ง |
| IPL | จุดจาง ผิวแดง | เปลือกเล็กน้อยไม่กี่วัน | หลายครั้ง |
Reepot ทำงานด้วยพลังงานสูงกับรอยสีเข้มชัด พร้อมช่วงสะเก็ดที่สอดคล้องกัน เลเซอร์โทนนิ่งใช้พลังงานต่ำในพื้นที่กว้าง ค่อยๆ กดการทำงานของเมลาโนไซต์โดยไม่รบกวนผิว เหมาะกับฝ้าและการสว่างโดยรวม IPL จัดการสีจางกระจายและผิวแดงด้วยดาวน์ไทม์น้อยที่สุด แต่ได้ผลน้อยกว่ากับรอยสีหนาเข้ม
ไม่มีอันไหนดีที่สุดเสมอ ขึ้นอยู่กับลักษณะรอยสีและความทนต่อดาวน์ไทม์ของแต่ละคน

ผลข้างเคียงและใครเหมาะ
VSLS ช่วยลดผลข้างเคียงได้มาก แต่ไม่ได้ทำให้เป็นศูนย์ สิ่งที่คาดได้หลังทำคือสะเก็ดดำที่จุดรักษา อาจมีแดงและบวมเล็กน้อยในช่วงแรก และมีโอกาสเกิด PIH ได้
ในการศึกษาเลเซอร์ 532nm แบบ Q-switched พบรอยดำหลังทำที่ประมาณ 20 ถึง 30% ส่วนวิธีพิโควินาทีที่ใหม่กว่าอยู่ที่ประมาณ 5% ส่วนใหญ่จางลงภายในประมาณ 3 เดือน ยังไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบเฉพาะของ Reepot โดยตรง คำว่า "ผลข้างเคียงน้อย" ในที่นี้เป็นการเทียบกับเลเซอร์เม็ดสีด้วยกัน ไม่ใช่ไม่มีเลย ผิวเอเชียยิ่งต้องอาศัยการปรับพลังงานและการดูแลหลังทำเป็นพิเศษ

กันแดดหลัง Reepot ไม่ใช่ขั้นตอนสมัครใจ มันคือกลไกสำคัญที่รักษาผลลัพธ์เอาไว้ กระแดดที่ลบไปแล้วจะกลับมาถ้าเมลาโนไซต์ยังโดนรังสี UV กระตุ้นต่อ SPF broad-spectrum ทุกวันและต่อเนื่องหลังสะเก็ดหลุดเป็นสิ่งขาดไม่ได้
Reepot ไม่เหมาะถ้ามีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่รักษา กำลังรับประทานยาไวแสง หรือตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ถ้ามีฝ้าร่วมกับรอยสีเข้ม พลังงานสูงอาจกระตุ้นฝ้าได้ ยิ่งต้องระวังเป็นพิเศษ
คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก Reepot คือผู้ที่มีกระแดดเข้มชัดเจนหรือกระเนื้อที่ดื้อต่อโทนนิ่ง สามารถรับสะเก็ด 1 ถึง 2 สัปดาห์ และตั้งใจกันแดดอย่างเคร่งครัดหลังจากนั้น
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Laser Genesis คืออะไร ได้ผลจริงไหมกับผิวแดง รูขุมขน และริ้วรอย ต้องทำกี่ครั้ง?
Laser Genesis คืออะไร เลเซอร์ non-ablative 1064nm ใช้ความร้อนอ่อนๆ จัดการผิวแดง รูขุมขน และริ้วรอยได้ยังไง ได้ผลดีกับอะไร อ่อนกับอะไร ต่างจากเลเซอร์ตัวอื่นยังไง ต้องทำกี่ครั้ง และมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง อธิบายตรงๆ ไม่เกินจริง
By Dr. Kim

รอยสิวสีน้ำตาลที่ไม่ยอมจาง: สาเหตุของ PIH และวิธีดูแลที่ได้ผลจริง
รอยสีน้ำตาลที่หลงเหลือหลังสิวหายคือ PIH ซึ่งไม่ใช่แผลเป็น แต่เป็นปัญหาเรื่องเม็ดสี บทความนี้อธิบายว่าทำไม melanin จึงสะสมในบริเวณนั้น เหตุใดผลลัพธ์จึงแตกต่างกันตามประเภทผิว ส่วนผสมใดที่ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิก และทำไมเลเซอร์ถึงอาจทำให้อาการแย่ลงได้
By Dr. Lee

Belotero ฟิลเลอร์คืออะไร, Soft Balance Intense Volume ต่างกันตรงไหน และใต้ตาใช้ได้จริงไหม?
Belotero คืออะไร ทำไม Soft, Balance, Intense, Volume ถึงมีหลายตัวนัก แต่ละตัวต่างกันตรงไหนและใช้กับส่วนไหน บทความนี้อธิบายเทคโนโลยี CPM ว่าทำไมถึงเหมาะกับใต้ตา รวมถึงขั้นตอนการทำ ระยะเวลาที่อยู่ได้ ผลข้างเคียง และวิธีแก้ไขถ้ามีปัญหา
By Dr. Kim