Potenza RF ผลลัพธ์ รูขุมขนและหลุมสิวดีขึ้นแค่ไหน
By Dr. Lee2 min read

ปัญหาที่คนไข้พูดถึงบ่อยที่สุดในคลินิกคือรูขุมขน แป้งปิดไม่อยู่ ถ่ายรูปแล้วยิ่งชัด โดยเฉพาะแสงด้านข้างหรือแฟลชจากสมาร์ตโฟน บางคนมากังวลเรื่องรูขุมขน บางคนมาด้วยหลุมสิวลึกหลังจากสิวหายแล้ว รอยดำรอยแดงยังพอรอให้ค่อยๆ จางได้ แต่หลุมสิวคือความเสียหายของชั้นหนังแท้ที่ซ่อมตัวเองไม่ได้ ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหน ส่องกระจกตรงๆ ยังพอรับได้ แต่พอถ่ายเซลฟีใต้แสงฟลูออเรสเซนต์หรือแสงจากด้านข้าง รูขุมขนหรือหลุมสิวก็ชัดขึ้นมาทันที
โพเทนซ่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึงบ่อยสำหรับปัญหาเหล่านี้ เป็นเครื่องที่ผสาน microneedle (เข็มละเอียด) กับ RF (คลื่นวิทยุ) ไว้ในแฮนด์พีซเดียว เข็มเจาะลงไปถึงชั้นหนังแท้ แล้วปล่อยความร้อน RF ออกที่ปลายเข็มโดยตรง แทนที่จะส่งความร้อนผ่านผิวชั้นบนลงมาทีละชั้นแบบเดิม หัวใจของวิธีนี้อยู่ที่ตำแหน่ง ผิวหนังชั้น epidermis แทบไม่สัมผัสความร้อน ความร้อนไปรวมอยู่ที่ชั้น dermis ซึ่งเป็นต้นเหตุของทั้งรูขุมขนกว้างและหลุมสิว

Potenza ทำงานด้วยหลักการอะไร
โพเทนซ่าคือเครื่อง RF microneedling ที่รวมเข็มเล็กหลายเส้นกับหัวปล่อย RF ไว้ในแฮนด์พีซเดียวกัน เมื่อเข็มเจาะลงไปในชั้นหนังแท้ ความร้อนจะปล่อยออกมาที่ปลายเข็มเป็นจุดๆ ผลที่ได้คือความร้อนกระจุกอยู่ในชั้นหนังแท้โดยตรง ไม่กระจายที่ผิวชั้นบน
สิ่งที่ทำให้วิธีนี้แตกต่างคือ epidermis แทบไม่รับความร้อน เข็มเพียงผ่านชั้นนี้ลงไปโดยไม่ปล่อย RF ออกมา ลดความเสี่ยงเรื่องผิวไหม้หรือสีผิวเปลี่ยนได้มากกว่าการให้ความร้อนจากภายนอก เมื่อชั้นหนังแท้ได้รับความร้อนเป็นจุดๆ ร่างกายจะตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่และปรับโครงสร้างที่เสียหาย หลุมสิวจึงค่อยๆ ถูกเติมขึ้นมาจากข้างใน ต่างจากการผลัดผิวหรือเลเซอร์ที่กำจัดผิวชั้นบน
ตัวแปรที่แพทย์ปรับได้มีหลายอย่าง โหมด RF เลือกได้ระหว่าง monopolar ที่ให้ความร้อนลึกและกว้างกว่า กับ bipolar ที่ให้ความร้อนเฉพาะบริเวณแคบๆ ระหว่างเข็มคู่ ความถี่ปรับได้ระหว่าง 1-2 MHz และที่สำคัญที่สุดคือความลึกของเข็ม รูขุมขนตื้นใช้ความลึกน้อย หลุมสิวลึกใช้ความลึกมาก บางครั้งต้องปรับเป็นจุดๆ แม้บนใบหน้าเดียวกัน ความยืดหยุ่นนี้ทำให้เครื่องเดียวรักษาได้ทั้งรูขุมขน หลุมสิว ผิวหยาบกร้าน และผิวที่เริ่มหย่อนในระยะต้น
ขั้นตอนโดยทั่วไปเริ่มจากทาครีมชาประมาณ 20 นาที เมื่อผิวชาเพียงพอแล้ว แพทย์จะตั้งค่าความลึกและพลังงานตามบริเวณและปัญหาที่ต้องการรักษา ใช้แฮนด์พีซกดทับผิวทีละจุดให้ครอบคลุมทั้งใบหน้า รู้สึกเหมือนมีอะไรทิ่มและอุ่นๆ ลึกๆ เวลาทั้งหมดรวมรอยาชาอยู่ในชั่วโมงเดียว ระยะห่างระหว่างครั้งโดยทั่วไปอยู่ที่ 3-4 สัปดาห์ จำนวนครั้งขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา

คะแนนหลุมสิวลดลงเท่าไหร่
ต้องพูดตรงๆ ว่างานวิจัยที่ศึกษาโพเทนซ่าโดยเฉพาะยังมีไม่มาก ตัวเลขในบทความนี้มาจากการศึกษา RF microneedling โดยรวม ซึ่งโพเทนซ่าใช้หลักการเดียวกัน จึงนำมาอ้างอิงในฐานะหลักฐานกลุ่มเดียวกันได้ และตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้ก็อ้างอิงจากฐานข้อมูลชุดนี้
จากกราฟด้านบน คะแนนความรุนแรงของหลุมสิวลดลงเฉลี่ย 34.4% หลังทำ 4 ครั้ง ในการศึกษาแบบ randomized ที่ติดตาม 40 คนเป็นเวลา 1 เดือน อีกการศึกษาหนึ่งใช้ ECCA score ซึ่งเป็นเกณฑ์วัดความรุนแรงของรอยสิวมาตรฐาน พบว่าลดลง 46.4% ในผู้เข้าร่วม 29 คนที่ติดตาม 24 สัปดาห์ ตัวเลขนี้หมายความว่าคะแนนความรุนแรงที่วัดได้ลดลงเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าหลุมสิวหายไปเกือบครึ่ง

ภาพนี้แสดงตัวอย่างผลลัพธ์จากการรักษาด้วย RF microneedling
รอยสิวแต่ละประเภทตอบสนองต่างกัน Rolling scar ขอบลาดเอียง เหมาะกับการเจาะเข็มลึกเพื่อดึงฐานขึ้นมา Boxcar scar ขอบชัดเจน ต้องปรับพลังงานเพื่อคลายโครงสร้างที่ขอบ Ice pick scar แคบและลึกที่สุด รักษายากที่สุด ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดในครั้งเดียว และคนไข้ส่วนใหญ่มีรอยสิวหลายประเภทปนกันอยู่บนใบหน้าเดียวกัน ในทางปฏิบัติจึงต้องปรับความลึกเป็นจุดๆ ไป
เรื่องเวลาก็สำคัญไม่แพ้กัน การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดมักเกิดขึ้นในช่วง 12-16 สัปดาห์หลังทำ ไม่ใช่ทันทีหลังนัด เพราะต้องรอให้คอลลาเจนสร้างและเสถียรตัว การรักษาหลุมสิวจึงต้องมองภาพรวมทั้งหลายเดือน ไม่ใช่ประเมินผลจากนัดใดนัดหนึ่ง

ความเร็วที่รูขุมขนและแผลเป็นตอบสนองต่างกัน
โฆษณาหลายเจ้ามักอ้างตัวเลขแม่นยำอย่าง "รูขุมขนเล็กลง 41.7%" แต่พอค้นงานวิจัยต้นฉบับจริงๆ ตัวเลขเดี่ยวแบบนั้นไม่มี ข้อมูลจริงอยู่ในรูปการกระจายตัว กราฟด้านบนแสดงให้เห็นชัดเจน
จาก pilot study ที่ใช้ RF microneedling รักษารูขุมขน พบว่าผู้ป่วย 62.5% อยู่ในกลุ่มที่ดีขึ้น 51-75% ถือว่าตอบสนองดีมาก ส่วนผิวสัมผัสกระจายตัวอยู่ระหว่างกลุ่ม 26-50% กับ 51-75% ขณะที่รอยสิว 59.4% อยู่ในกลุ่ม 26-50% แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงค่อยเป็นค่อยไปกว่า
รูขุมขนกว้างเกิดจากหลายสาเหตุ บางคนเกิดจากต่อมไขมันทำงานมากจนปากรูขุมขนยืดออก บางคนเกิดจากคอลลาเจนในชั้นหนังแท้เสื่อมตามวัยทำให้โครงสร้างหย่อน โพเทนซ่าเหมาะกับแบบหลังมากกว่า เพราะให้ความร้อนกระตุ้นชั้นหนังแท้ให้กระชับขึ้น ถ้ารูขุมขนกว้างเพราะต่อมไขมันมาก การรักษาด้วยอุปกรณ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องดูแลเรื่องการควบคุมน้ำมันบนผิวควบคู่ไปด้วย
ตัวเลข "41.7%" ที่เห็นในโฆษณาไม่มีที่มาจากงานวิจัยต้นฉบับ เป็นการที่ฝ่ายการตลาดนำค่าเฉลี่ยมาทำให้ดูแม่นยำ ข้อมูลจริงกระจายตัวแบบที่เห็นในกราฟ และสิ่งที่สังเกตในคลินิกก็สอดคล้องกัน รูขุมขนตอบสนองเร็วกว่า รอยสิวใช้เวลามากกว่า

ความพึงพอใจและความเจ็บของหัตถการ
กราฟวงกลมสองวงให้คำตอบ การศึกษาใน 40 คนพบว่า 82.5% ให้คะแนนผลลัพธ์อยู่ในระดับดีหรือดีมาก แปดในสิบคนบอกว่าคุ้มค่าที่ทำ ส่วนการสำรวจความตั้งใจแนะนำต่อพบว่า 94% อยากบอกต่อให้คนรู้จัก
ความเจ็บปวดระหว่างทำ เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 จาก 10 คะแนน หลังทาครีมชาแล้ว ส่วนใหญ่บอกว่าไม่เจ็บเท่าที่กังวลไว้ แต่บริเวณที่ใกล้กระดูก เช่น ข้างจมูก หน้าผาก หรือโหนกแก้ม จะรู้สึกชัดกว่าจุดอื่น
ความพึงพอใจไม่ได้ขึ้นกับผลลัพธ์เพียงอย่างเดียว downtime ที่ไม่นาน กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็ว ก็มีผลมาก คนไข้ที่ไม่ได้รับข้อมูลล่วงหน้ามักตกใจกับรอยแดงหลังทำ แม้จะเป็นเรื่องปกติ การเตรียมใจล่วงหน้าจึงเป็นส่วนหนึ่งของการให้คำปรึกษาเสมอ
ตัวเลขเหล่านี้มาจากกลุ่มตัวอย่างไม่ใหญ่และเป็นการรายงานตนเอง แต่แนวโน้มโดยรวมชัดเจน สุดท้ายความพึงพอใจขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของแต่ละคนตรงกับสิ่งที่เครื่องนี้ทำได้มากแค่ไหน

ต่างจาก Thermage และ Ultherapy อย่างไร
คนไข้มักถามว่าระหว่างโพเทนซ่า เทอร์มาจ และไฮฟู อันไหนดีกว่ากัน คำตอบคือทั้งสามตัวมีเป้าหมายและวิธีการต่างกัน ไม่มีอันไหนดีกว่ากันในทุกสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับว่าปัญหาหลักคืออะไร
โพเทนซ่าส่ง RF ลงไปเป็นจุดๆ ผ่านเข็มในชั้น dermis เหมาะกับรูขุมขนและหลุมสิวที่ต้องสร้างโครงสร้างชั้นในใหม่ เทอร์มาจ (Thermage) ไม่ใช้เข็ม ใช้หัวปล่อย RF ขนาดใหญ่กระจายความร้อนเป็นพื้นที่ครอบคลุม dermis ทั้งชั้น เน้นกระชับโดยรวมและแก้ผิวหย่อนคล้อยแบบกว้าง ไฮฟู เช่น อัลเทอร่า (Ultherapy) ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงเจาะลึกถึงชั้น SMAS ใต้ dermis เน้นยกกระชับจากชั้นที่ลึกกว่า
พูดให้ชัดคือ โพเทนซ่าทำงานที่ชั้น dermis แบบเป็นจุด เทอร์มาจทำงานที่ชั้น dermis แบบเป็นพื้นที่กว้าง ส่วนไฮฟูทำงานลึกกว่านั้น คือถึงชั้น SMAS ถ้าปัญหาหลักคือรูขุมขนและหลุมสิว โพเทนซ่าเป็นตัวเลือกแรก ถ้าต้องการกระชับผิวโดยรวม เทอร์มาจตอบโจทย์กว่า และถ้าหย่อนคล้อยลึกอยากยกกระชับ ไฮฟูเหมาะกว่า ไม่มีงานวิจัยเปรียบเทียบตรงๆ ระหว่างทั้งสาม การอ้างว่าอันไหนดีกว่ากันอย่างชัดเจนจึงควรระวัง ในทางปฏิบัติหลายคลินิกใช้โพเทนซ่าจัดการรูขุมขนและหลุมสิว แล้วใช้เครื่องอื่นร่วมสำหรับปัญหาหย่อนคล้อย
นอกจากนี้ โพเทนซ่ายังมีฟีเจอร์ drug delivery คือช่วงที่เข็มสร้างช่องทางขึ้นมาในชั้นหนังแท้ ทำให้สามารถนำส่งสารที่ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเข้าไปได้ดีกว่าการทาบนผิวปกติ ส่วนผสมที่ใช้และความเหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์และมาตรฐานความปลอดภัยของแต่ละสถานพยาบาล

ใครเหมาะ และกรณีที่ควรเลื่อนไปก่อน
กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดเจน: รูขุมขนกว้างโดยเฉพาะที่มาจากโครงสร้าง dermis เสื่อม หลุมสิวประเภท rolling หรือ boxcar ผิวหยาบพื้นผิวไม่เรียบทำให้แต่งหน้าไม่ติด และผิวเริ่มหย่อนแบบเพิ่งเริ่ม มักแนะนำให้ทำ 3-4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 3-4 สัปดาห์ เพื่อให้คอลลาเจนค่อยๆ สะสม
กลุ่มที่ควรชะลอหรือปรึกษาก่อน: หากสิวอักเสบกำลังขึ้นอยู่ ควรจัดการให้สิวสงบก่อน ส่วนผู้ที่มีแนวโน้ม keloid ควรพูดคุยกับแพทย์ก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่คนไข้ผิวเอเชียต้องรู้เป็นพิเศษคือ ผิวของเราอยู่ในกลุ่ม Fitzpatrick III, IV ซึ่งมีความเสี่ยง PIH (post-inflammatory hyperpigmentation หรือสีผิวหลังการอักเสบ) สูงกว่าผิวขาวสว่าง แพทย์จึงมักตั้งค่าพลังงานอนุรักษ์นิยมกว่าและติดตามผลใกล้ชิดมากกว่า และไม่ว่าจะผิวสีไหนก็ตาม หลังทำต้องทาครีมกันแดดทุกวัน เพราะผิวที่กำลังฟื้นตัวไวต่อแสงแดดเป็นพิเศษ
ความคาดหวังหลังทำ: รอยแดงและบวมเล็กน้อยในวันแรก ปกติลดลงมากภายใน 24 ชั่วโมง อาจมีรอยจุดเล็กๆ หรือสะเก็ดบางๆ ที่รูเข็มอยู่ประมาณ 2-3 วัน ห้ามงัดหรือแคะเด็ดขาด ล้างหน้าได้วันถัดไปด้วยน้ำอุ่นนิ่มๆ แต่งหน้าได้หลัง 1-2 วันเมื่อผิวนิ่งแล้ว ข้อห้ามทำ ได้แก่ การตั้งครรภ์ และการติดเชื้อหรืออักเสบในบริเวณที่จะรักษา
โพเทนซ่าไม่ใช่การรักษาที่เห็นผลทันที แต่เป็นการสร้างโครงสร้างชั้นหนังแท้ใหม่ทีละน้อย ตัวเลขที่เห็นในโฆษณาอย่าง "คอลลาเจนเพิ่ม 400%" หรือ "รูขุมขนเล็กลง 41.7%" ไม่มีหลักฐานรองรับในงานวิจัยต้นฉบับ คนไข้ที่ตั้งความคาดหวังได้ถูกต้องว่าต้องใช้เวลาและหลายครั้ง มักพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้มากที่สุด
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

DoubleTite ไมโครนีดเดิลคลื่นความถี่วิทยุและผลของสกินบูสเตอร์
DoubleTite คืออะไร เข็มสองความยาวส่งคลื่น RF และ Skin Booster เข้าสู่ชั้นหนังแท้ได้อย่างไร และงานวิจัยรองรับเรื่องคอลลาเจนกับความกระชับไว้แค่ไหน รวบรวมจากงานวิจัยจริงของอุปกรณ์สัญชาติเกาหลีที่ต่อยอดจากแพลตฟอร์ม Microneedle RF ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว พร้อมเพิ่มเข็มสองระดับและการฉีดยาพร้อมกัน
By Dr. Kim

หัตถการกระชับผิวกาย ผลลัพธ์ ระยะเวลาคงอยู่ และข้อควรระวังหลังทำ
ทรีตเมนต์กระชับผิวกายคือการคงอุณหภูมิชั้นหนังแท้ไว้ที่ 40-45 องศาเซลเซียสในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้เกิดปฏิกิริยาฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา บทความนี้สรุปว่าความร้อนกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างไร และอะไรบ้างที่กำหนดว่าผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน
By Dr. Lee

โบท็อกซ์กราม บ่า น่อง ผลลัพธ์ ปริมาณ และผลข้างเคียงแต่ละบริเวณ
ลดกรามเหลี่ยม บ่าสูง น่องเป็นสัน ด้วยโบท็อกซ์ทำงานอย่างไร ลดได้แค่ไหน ปริมาณยาเท่าไหร่ และผลคงอยู่นานแค่ไหน พร้อมตัวเลขจากงานวิจัยจริงและข้อควรระวังแต่ละจุด
By Dr. Kim