Oligio ทางเลือก RF Monopolar ตระกูล Thermage ประสิทธิภาพ ราคา และข้อจำกัด
By Dr. Kim2 min read

เมื่อผิวเริ่มหย่อนคล้อยและเส้นกรามไม่ชัดเจน หลายคนก็เริ่มมองหา RF Lifting กัน หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงบ่อยในฐานะทางเลือกแทน Thermage คือ Oligio เครื่องเกาหลีที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าในด้านราคา คำถามที่มักจะตามมาคือ ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันไหม ทำไมถึงถูกกว่า และมีงานวิจัยรองรับจริงหรือเปล่า
Oligio คือเครื่อง RF Monopolar ที่ผลิตโดย Wontech บริษัทอุปกรณ์เสริมความงามจากเกาหลีใต้ ใช้หลักการเดียวกับ Thermage คือส่งคลื่นวิทยุโมโนโพลาร์ผ่านชั้นหนังแท้เพื่อให้ความร้อนและกระตุ้นคอลลาเจน ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระบบระบายความร้อนและราคา Oligio มีงานวิจัยเฉพาะรองรับพอสมควรสำหรับเครื่องในตระกูลนี้ และถือเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลสำหรับคนที่อยากได้ผลใกล้เคียง Thermage ในราคาที่เบากว่า ทีนี้ลองไล่ดูทีละเรื่อง ทั้งหลักการทำงาน หลักฐาน ความแตกต่างของ Oligio X และจุดที่ต้องรู้

Oligio คืออะไร และทำงานแบบไหน?
Oligio เป็นเครื่อง RF Monopolar ที่ผลิตโดย Wontech บริษัทอุปกรณ์การแพทย์ความงามจากเกาหลีใต้ RF Monopolar คือเทคนิคที่ส่งคลื่นวิทยุจากขั้วไฟฟ้าหนึ่งผ่านร่างกายออกทางแผ่นรองที่แปะไว้ ซึ่งช่วยให้พลังงานกระจายลึกถึงชั้นหนังแท้ได้ดี Thermage ก็ใช้หลักการ Monopolar นี้เช่นกัน Oligio จึงอยู่ในตระกูลเดียวกัน
ตัวเลขทางเทคนิคของ Oligio คือส่งคลื่นวิทยุที่ความถี่ 6.78 เมกะเฮิรตซ์ผ่านหัวที่มีขนาด 2x2 เซนติเมตร การรักษาจะทำโดยกดหัวลงบนผิวทีละจุดเหมือนประทับตรา หนึ่งครั้งรักษาจะได้รับพลังงานหลายร้อยช็อตกระจายทั่วใบหน้า หัวใจของวิธีนี้คือทำให้ชั้นหนังแท้ร้อนขึ้นโดยไม่ให้ผิวชั้นบนไหม้ ระบบระบายความร้อนและการสั่นสะเทือนที่หัวทำหน้าที่ปกป้องผิวชั้นหนังกำพร้า และ Oligio ได้รับการรับรองจาก KFDA แล้ว
Wontech เป็นบริษัทเกาหลีที่ผลิตอุปกรณ์เสริมความงามหลายรุ่น โดย Oligio เป็นรุ่นหลักสำหรับ RF Lifting และแพร่หลายในคลินิกเกาหลีอย่างมาก เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศ ต้นทุนการนำเข้าและดูแลรักษาจึงต่ำกว่า ส่งผลให้ราคาค่ารักษาเบากว่า Thermage ในหลายคลินิก

ทำไมผิวถึงกระชับขึ้นได้ หลักการเบื้องหลังคืออะไร?
หลักการค่อนข้างตรงไปตรงมา คลื่นวิทยุสั่นอนุภาคในชั้นหนังแท้อย่างรวดเร็ว เกิดความร้อนจากแรงเสียดทาน ซึ่งยกอุณหภูมิของหนังแท้ขึ้นไปถึงช่วงที่คอลลาเจนตอบสนอง โดยทั่วไปอยู่ที่ 40 ถึง 60 องศาเซลเซียส ที่อุณหภูมิช่วงนี้ คอลลาเจนที่หย่อนยานจะหดตัวทันที คล้ายกับผ้าที่โดนความร้อนแล้วหดกลับ
แต่ผลไม่ได้หยุดแค่การหดตัว ผิวที่ถูกความร้อนกระตุ้นจะเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ราวกับซ่อมแซมตัวเอง นั่นทำให้ความกระชับค่อยๆ เพิ่มขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังรักษา แยกจากความรู้สึกกระชับทันทีหลังทำ การที่ผิวชั้นบนไม่โดนความร้อนก็สำคัญมาก Oligio ใช้ระบบระบายความร้อนแบบสัมผัสที่หัวเพื่อปกป้องผิวชั้นหนังกำพร้าในขณะที่ส่งความร้อนลงไปยังหนังแท้
อีกเรื่องหนึ่งที่มักถูกมองข้ามคือความลึกและความเข้มของการให้ความร้อนขึ้นอยู่กับระดับพลังงาน พลังงานน้อยเกินไปก็ได้ผลน้อย แรงเกินไปก็เพิ่มความเจ็บปวดและความเสี่ยง ดังนั้นการตัดสินใจของแพทย์ในการปรับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละคนจึงมีผลต่อผลลัพธ์มาก เครื่องเดียวกันแต่มือต่างกันก็ให้ผลต่างกันได้

เชื่อผลได้แค่ไหน มีหลักฐานทางคลินิกรองรับหรือเปล่า?
Oligio มีงานวิจัยเฉพาะรองรับมากกว่าเครื่อง RF เกาหลีทั่วไป มีการศึกษาในผู้หญิงที่มีสัญญาณวัยบนใบหน้า 20 คน โดยประเมินผลหลังรักษาครั้งเดียวที่สัปดาห์ที่ 4, 12 และ 24 ผลที่สัปดาห์ที่ 12 พบว่าความหย่อนคล้อยของแก้มและร่องแก้มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การประเมินทำโดยแพทย์ผิวหนัง 3 คนที่ไม่ทราบข้อมูลการรักษา
ในการศึกษานั้น ใบหน้าทั้งหมดได้รับ 600 ช็อต โดยแบ่งเป็นแก้มและส่วนล่าง 400 ช็อต คาง 100 ช็อต และรอบดวงตา 100 ช็อต ผลจะไม่ปรากฏทันที ความรู้สึกกระชับหลังทำเป็นเพียงผลชั่วคราว การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจากคอลลาเจนใหม่มักค่อยๆ ปรากฏในช่วงสองถึงสามเดือน
แน่นอนว่าการศึกษา 20 คนกลุ่มเดียวมีข้อจำกัด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Oligio อยู่ในตระกูล RF Monopolar เดียวกับ Thermage ซึ่งมีหลักฐานทางคลินิกสะสมมานาน จึงได้รับประโยชน์จากฐานข้อมูลของตระกูลนั้นด้วย เมื่อบวกกับงานวิจัยเฉพาะที่มีอยู่ จึงถือได้ว่า Oligio เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลและไม่ด้อยกว่า Thermage มากนัก

เจ็บมากไหม และ Downtime นานแค่ไหน?
RF Lifting เป็นการทำให้ชั้นหนังแท้ร้อน จึงมีความรู้สึกร้อนและแสบอยู่บ้าง แต่ Oligio ออกแบบมาให้ระบบระบายความร้อนและการสั่นสะเทือนที่หัวช่วยลดความรู้สึกไม่สบาย ส่วนใหญ่อธิบายว่าเจ็บแบบทนได้ ไม่ถึงขั้นทรมาน
ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บปวด สามารถทาครีมชาก่อนทำได้ แต่ถ้าลดพลังงานลงมากเพื่อให้ไม่เจ็บ ผลลัพธ์อาจลดลงตามไปด้วย จึงต้องหาจุดสมดุลระหว่างความสบายกับพลังงานที่เพียงพอ นี่เป็นเรื่องที่แพทย์ผู้ทำต้องช่วยตัดสินใจร่วมกัน
Downtime แทบจะไม่มี อาจมีผิวแดงหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ แต่มักหายภายในหนึ่งถึงสองวัน กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ทันที ไม่มีรอยช้ำหรือสะเก็ด เพียงแต่ช่วงสองสามวันแรกควรเลี่ยงซาวน่าและความร้อนจัด พร้อมดูแลความชุ่มชื้นและกันแดดให้ดี
รีวิวจากผู้ที่เคยทำส่วนใหญ่ก็ไปในทิศทางเดียวกัน คือเจ็บพอทนได้ Downtime น้อย กลับบ้านได้เลยวันเดียวกัน และผิวดูกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผลจากการรักษาหนึ่งครั้งมักคงอยู่ประมาณ 6 เดือน ทำให้ Oligio เหมาะกับคนที่ไม่อยากหยุดพักจากงานหรือชีวิตประจำวัน

Oligio และ Oligio X ต่างกันตรงไหน?
Oligio มีรุ่นต่อยอดคือ Oligio X ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระบบระบายความร้อน Oligio X ใช้การทำความเย็นหลายจังหวะต่อหนึ่งพัลส์พลังงาน ทำให้ผิวชั้นบนเย็นกว่าและสามารถใช้พลังงานสูงขึ้นได้อย่างปลอดภัย การที่ใช้พลังงานสูงขึ้นหมายถึงส่งความร้อนถึงชั้นหนังแท้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

พูดง่ายๆ คือ Oligio X เป็นรุ่นปรับปรุงที่ให้ความร้อนได้เข้มข้นขึ้นในขณะที่ผิวชั้นบนสบายขึ้น แต่ต้องนึกไว้ว่ารุ่นใหม่กว่ายิ่งมีงานวิจัยเฉพาะน้อยกว่า ตารางด้านล่างสรุปความต่างของทั้งสองรุ่น
| รายการ | Oligio | Oligio X |
|---|---|---|
| ระบบระบายความร้อน | การทำความเย็นแบบสัมผัส | การทำความเย็นหลายจังหวะ |
| ระดับพลังงาน | มาตรฐาน | สูงกว่าได้ |
| ความสบาย | ปกติ | ผิวชั้นบนเย็นกว่า |
แต่รุ่นที่ดีกว่าไม่ได้หมายความว่าผลดีกว่าเสมอไป เพราะวิธีตั้งค่าพลังงานและจำนวนช็อตที่ให้แต่ละจุดมีผลต่อผลลัพธ์มากกว่า รุ่นใหม่กว่าก็มีงานวิจัยน้อยกว่าด้วย ดังนั้นแทนที่จะยึดชื่อรุ่น น่าจะดูที่วิธีการรักษาของแพทย์มากกว่า

เหมาะกับใคร และควรคาดหวังอะไรได้บ้าง?
Oligio เหมาะมากสำหรับคนที่ผิวเริ่มหย่อนคล้อยในระดับต้นถึงกลาง หรืออยากดูแลป้องกันก่อน เหมาะกับการปรับปรุงแก้ม ร่องแก้ม และเส้นกรามที่เริ่มไม่ชัด Downtime น้อยและความเจ็บปวดต่ำทำให้ไม่ต้องลังเลมากก่อนตัดสินใจ
แต่ควรตั้งความคาดหวังให้สมเหตุสมผล RF Lifting ไม่ได้ตัดและยกผิวเหมือนการผ่าตัด แต่เป็นการเติมคอลลาเจนให้ผิวกระชับขึ้น ถ้าหย่อนคล้อยมากแล้ว ผลอาจมีข้อจำกัด แม้ยังไม่มีงานวิจัยที่เปรียบ Oligio กับ Thermage โดยตรง แต่เพราะอยู่ในตระกูล RF Monopolar เดียวกัน กรอบผลลัพธ์ใหญ่จึงน่าจะใกล้เคียงกัน ทำให้ Oligio เป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่าโดยไม่เสียผลมากนัก ผลลัพธ์ที่ได้ยังขึ้นอยู่กับการตั้งค่าพลังงานของแพทย์และสภาพผิวของแต่ละคนด้วย
สิ่งที่ต้องเข้าใจอีกอย่างคือ RF Lifting ไม่ใช่การรักษาที่ให้ผลทันทีแบบดราม่า แต่เป็นการค่อยๆ สะสมคอลลาเจน จึงต้องอดทนรอ มองเรื่องนี้เป็นการดูแลระยะยาวทุก 1 ถึง 1.5 ปีจะสมเหตุสมผลที่สุด

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

AllTight RF Lifting กระชับชั้นดีร์มิสโดยไม่แตะหนังกำพร้า, ประสิทธิผลจริงอยู่ตรงไหน
AllTight คืออะไร เทคนิค Dielectric Heating ที่อ้างว่าให้ความร้อนเฉพาะชั้นผิวหนังแท้โดยปกป้องหนังกำพร้านั้นทำงานอย่างไร หลักฐานเรื่องคอลลาเจนและความยืดหยุ่นมีน้ำหนักแค่ไหน รวมถึงข้อเท็จจริงว่างานวิจัยเฉพาะ AllTight ยังมีเพียงชิ้นเดียว
By Dr. Kim

Coolfase RF กระชับผิวจริงไหม, ระบบ DCC ช่วยลดความเจ็บปวดได้แค่ไหน?
Coolfase คืออะไร ระบบ DCC ที่ปลายหัวสัมผัสผิวโดยตรงช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage และ Volnewmer แล้วต่างกันอย่างไร พร้อมข้อมูลจากงานวิจัย monopolar RF จริงและข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อน เพราะยังไม่มีงานวิจัยทดสอบ Coolfase โดยเฉพาะสักชิ้น
By Dr. Lee

รีจูราน PDRN: กลไก ผล และผลข้างเคียงของการปลุกฟื้นเซลล์ผิวด้วย DNA ปลาแซลมอน
PDRN ในรีจูรานกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและหลอดเลือดฝอยในชั้นผิวได้อย่างไร หลักฐานทางคลินิกมีน้ำหนักแค่ไหน ใครเหมาะรับการฉีด และผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ, อธิบายโดยแพทย์
By Dr. Kim