เติมฟิลเลอร์จมูกได้แค่ไหน สันจมูกและปลายจมูกที่ฟิลเลอร์ทำได้ กับเกณฑ์ที่ต้องทำศัลยกรรมจมูก
By Dr. Kim1 min read

เมื่อสันจมูกต่ำหรือปลายจมูกดูทู่ หลายคนมักนึกถึงทั้งฟิลเลอร์จมูกและศัลยกรรมจมูกเป็นตัวเลือก ทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้สันจมูกโด่งขึ้น แต่วิธีการและขอบเขตของผลลัพธ์ต่างกันมาก ฟิลเลอร์คือการฉีดเติมวอลลุ่มด้วยเข็มเพียงจุดเดียว ส่วนศัลยกรรมคือการปรับโครงสร้างกระดูกและกระดูกอ่อนใหม่ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงมีรูปทรงจมูกที่เหมาะกับฟิลเลอร์ และมีรูปทรงจมูกที่ต้องเริ่มจากการผ่าตัดตั้งแต่แรก การรู้ขีดจำกัดของฟิลเลอร์อย่างชัดเจนจะช่วยให้ไม่เสียเงินฟรีหรือเจอผลข้างเคียงโดยไม่จำเป็น
ฟิลเลอร์จมูกทำให้สันจมูกโด่งขึ้นได้อย่างไร
ฟิลเลอร์ HA (hyaluronic acid หรือกรดไฮยาลูรอนิก) คือเจลที่มีคุณสมบัติดึงดูดน้ำ ฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณจมูก โมเลกุลของฟิลเลอร์เชื่อมต่อกันเป็นร่างแหคล้ายตาข่าย (การครอสลิงก์ หรือ cross-linking) ทำให้เจลคงรูปอยู่ในตำแหน่งที่ฉีดและสร้างวอลลุ่มขึ้นมา ยิ่งร่างแหถี่มากเท่าไหร่เจลก็ยิ่งแน่นขึ้นเท่านั้น และบริเวณที่ผิวบางและถูกแรงกดมากจะใช้เจลเนื้อแน่นกว่า
แพทย์จะใช้แคนนูล่า (ท่อบางปลายมน) หรือเข็มขนาดเล็กฉีดทีละน้อยเข้าไปที่กึ่งกลางสันจมูก เหนือปลายจมูก และบริเวณโคนจมูก (radix) ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมระหว่างตากับสันจมูก เมื่อสันที่เคยต่ำถูกเติมเต็ม เวลามองจากด้านข้างสันจมูกจะดูต่อเนื่องเป็นเส้นตรง เนื่องจากเป็นการวางวอลลุ่มทับบนกระดูกและกระดูกอ่อนโดยไม่แตะต้องโครงสร้างเดิม ใช้เวลาทำไม่นานและฟื้นตัวเร็ว
ขอบเขตที่ฟิลเลอร์ปรับปรุงได้
จมูกที่เหมาะกับฟิลเลอร์ส่วนใหญ่คือจมูกที่โครงสร้างกระดูกและกระดูกอ่อนปกติดีอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดวอลลุ่มไปนิดหน่อย เช่น กรณีกลางสันจมูกต่ำจนเส้นข้างจมูกดูไม่ต่อเนื่องกัน การเติมเจลจะช่วยให้เส้นสันจมูกเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติ หรือกรณีโคนจมูกยุบจนดูเหมือนมีร่องลึกระหว่างตากับจมูก การเติมปริมาณเล็กน้อยก็ช่วยให้ใบหน้าดูนุ่มนวลขึ้นได้
หากสันจมูกทั้งสองข้างเอียงเล็กน้อยไม่สมมาตร ก็สามารถเติมเฉพาะฝั่งที่ต่ำกว่าเพื่อปรับสมดุลได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีวิธีเติมด้านบนและด้านล่างของส่วนที่นูนขึ้นมา (โหนกจมูกหรือจมูกงุ้ม) เพื่อให้ส่วนนั้นดูเด่นน้อยลงเมื่อเทียบกับบริเวณรอบข้าง แต่ต้องเข้าใจว่านี่ไม่ใช่การกรอกระดูกที่นูนออก แต่เป็นหลักการปรับความสูงโดยรอบให้เกิดภาพลวงตา ดังนั้นเมื่อโดนแสงจ้าด้านข้าง เส้นขอบเดิมก็อาจกลับมาเห็นชัดอีกครั้ง
จุดร่วมของจมูกที่ฟิลเลอร์ได้ผลดีคือ โครงร่างหลักยังคงเดิม เพียงแต่ต้องเติมเต็มความสูงต่ำของพื้นผิวเท่านั้น ด้วยเหตุผลนี้เอง เวลาปรึกษาแพทย์จึงมักดูภาพถ่ายด้านข้างก่อน เพื่อระบุว่าจุดไหนต่ำ และเติมตรงไหนแล้วจะทำให้เส้นสันจมูกทั้งเส้นดูเรียบเนียนขึ้น
รูปทรงจมูกแบบไหนที่ฟิลเลอร์แก้ไม่ได้?
ฟิลเลอร์เป็นวิธีเพิ่มปริมาตร จึงไม่สามารถลดหรือย้ายตำแหน่งอะไรได้เลย หากสันจมูกหรือปลายจมูกใหญ่และหนาอยู่แล้ว การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเข้าไปจะยิ่งเพิ่มปริมาตรจนจมูกดูใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ส่วนปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น กระดูกจมูกคดจนหายใจลำบาก ก็เป็นสิ่งที่เจลแก้ไขไม่ได้เช่นกัน
หากต้องการให้ปลายจมูกที่ตกหรือทู่กลายเป็นปลายแหลมโด่งขึ้น จำเป็นต้องมีโครงที่แข็งแรงมารองรับปลายจมูก ซึ่งเจลที่นิ่มไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ อีกทั้งผิวบริเวณปลายจมูกยังบางและถูกแรงกดมากเป็นพิเศษ หากฉีดฟิลเลอร์มากเกินไปในจุดนี้ ผิวจะถูกดึงตึงจนเลือดไหลเวียนแย่ลง และรูปทรงอาจเสียไปตามกาลเวลา
กรณีที่ต้องทำศัลยกรรมจมูก
ศัลยกรรมจมูกคือการผ่าตัดสร้างโครงจมูกใหม่โดยใช้กระดูกอ่อนของตัวเอง (กระดูกอ่อนหู กระดูกอ่อนผนังกั้นจมูก กระดูกอ่อนซี่โครง เป็นต้น) หรือวัสดุเสริมสังเคราะห์ กรณีที่สันจมูกต่ำมากจนฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องการปลายจมูกที่แหลมโด่งและมั่นคง หรือต้องการกรอกระดูกและกระดูกอ่อนที่นูนออกมาของจมูกงุ้มให้ต่ำลงจริง ล้วนเป็นกรณีที่ต้องใช้การผ่าตัด
หากจมูกคดจนสมดุลซ้ายขวาผิดปกติมาก หรือมีปัญหาการหายใจจริง ก็จำเป็นต้องผ่าตัดจัดเรียงกระดูกและกระดูกอ่อนใหม่เช่นกัน ส่วนกรณีปีกจมูกกว้างที่ต้องการลดขนาดก็เป็นอีกส่วนที่ฟิลเลอร์แตะต้องไม่ได้ ต้องแก้ด้วยการผ่าตัดเท่านั้น
จุดต่างระหว่างการผ่าตัดกับฟิลเลอร์อยู่ที่การย้ายและจัดเรียงเนื้อเยื่อใหม่ ตัวอย่างเช่น หากนำกระดูกอ่อนที่ตัดจากหลังใบหูมาวางที่ปลายจมูกเพื่อดันปลายจมูกให้โด่งขึ้น กระดูกอ่อนนั้นจะทำหน้าที่เป็นโครงรองรับต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกระดูก ต่างจากฟิลเลอร์ที่เจลจะค่อยๆ ถูกดูดซึมไปตามเวลา ดังนั้นหากเป้าหมายคือการเปลี่ยนโครงสร้าง การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่แน่นอนกว่าฟิลเลอร์มาก
ความแตกต่างของการฟื้นตัวระหว่างฟิลเลอร์กับศัลยกรรม
หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที แม้จะมีอาการบวมหรือช้ำก็มักจะยุบลงภายในไม่กี่วัน เจลจะค่อยๆ เข้าที่ในเวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ ระหว่างนั้นรูปทรงจะค่อยๆ ปรับให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ในทางกลับกัน ศัลยกรรมจมูกเป็นการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับกระดูกและกระดูกอ่อน ระยะเวลาฟื้นตัวจึงยาวนานกว่ามาก ช่วงไม่กี่วันแรกหลังผ่าตัดต้องใส่เฝือกดามจมูก (splint) เพื่อคงรูปทรงไว้ อาการบวมส่วนใหญ่จะยุบลงภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่กว่าอาการบวมเล็กๆ น้อยๆ จะหายสนิทและรูปทรงสุดท้ายจะเข้าที่ อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน ความแตกต่างนี้มาจากธรรมชาติของเนื้อเยื่อที่ถูกจัดการ ฟิลเลอร์เป็นเพียงการวางเจลไว้ระหว่างเนื้อเยื่ออ่อน ส่วนการผ่าตัดคือกระบวนการตัดและเชื่อมกระดูกกับกระดูกอ่อน ร่างกายจึงต้องใช้เวลาซ่อมแซมส่วนนั้นมากกว่า
ผลข้างเคียงของฟิลเลอร์และการดูแลความปลอดภัย
จมูกเป็นหนึ่งในบริเวณที่มีรายงานความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางหลอดเลือดสูงที่สุดบนใบหน้า เนื่องจากมีหลอดเลือดที่เชื่อมไปยังลูกตาอยู่ใกล้บริเวณจมูกมาก หากฉีดฟิลเลอร์เข้าหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ มีรายงานว่าอาจนำไปสู่ผิวหนังตายหรือแม้แต่การมองเห็นแย่ลงในบางกรณีที่พบได้น้อย เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ จึงมีมาตรการความปลอดภัยดังต่อไปนี้ควบคู่กันไปด้วย
- ใช้แคนนูล่า: ปลายมนจะดันหลอดเลือดให้เลื่อนหลบขณะสอดผ่าน จึงมีความเสี่ยงแทงเข้าหลอดเลือดโดยตรงต่ำกว่าเข็มปลายแหลม
- ฉีดทีละน้อย: การฉีดทีละน้อยแล้วสังเกตสีผิวและแรงต้านแทนที่จะฉีดปริมาณมากในครั้งเดียว ช่วยให้จับสัญญาณกดทับหรืออุดตันหลอดเลือดได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
- เตรียมไฮยาลูโรนิเดสไว้เสมอ: หากพบสัญญาณผิดปกติของหลอดเลือด เช่น สีผิวซีดลงทันทีหรือปวดรุนแรงขึ้นฉับพลัน มาตรฐานคือต้องฉีดไฮยาลูโรนิเดส (hyaluronidase เอนไซม์ที่สลายกรดไฮยาลูรอนิก) ทันทีเพื่อสลายฟิลเลอร์และคืนการไหลเวียนเลือด
- เลือกผู้ฉีดที่มีประสบการณ์: ผู้ฉีดที่รู้เส้นทางเดินของหลอดเลือดในจมูกอย่างแม่นยำจะสามารถหลบบริเวณเสี่ยงขณะฉีดได้ดีกว่า
ความเสี่ยงเหล่านี้มีรายงานพบได้น้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจมูกเป็นบริเวณที่ต้องเข้าหาด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เกณฑ์เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง
ท้ายที่สุดเกณฑ์การเลือกขึ้นอยู่กับว่า ปัญหาของจมูกตอนนี้คือขาดวอลลุ่มหรือเป็นปัญหาที่ตัวโครงสร้างเอง หากเป็นแค่เส้นข้างสันจมูกไม่เรียบเนียนหรือโคนจมูกยุบเล็กน้อย ฟิลเลอร์ก็เพียงพอที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติได้ และเมื่อพ้นระยะเวลาที่เจลอยู่ตัวแล้วไม่พอใจ ก็ยังสามารถใช้ไฮยาลูโรนิเดสสลายคืนกลับได้ ซึ่งช่วยลดความกังวลไปได้มาก
ในทางกลับกัน หากต้องการให้ปลายจมูกโด่งขึ้นหรือลดโหนกจมูกลงจริง หรือมีปัญหาด้านการหายใจร่วมด้วย ฟิลเลอร์จะไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นตอได้ การเข้าปรึกษาศัลยกรรมตั้งแต่แรกจะช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายมากกว่า
อีกวิธีหนึ่งคือลองพิจารณาทั้งสองวิธีตามลำดับ หากต้องการปรับแค่เส้นสันจมูก ลองเริ่มจากฟิลเลอร์ก่อนเพื่อดูผลลัพธ์ แล้วหากผลลัพธ์ยังไม่พอใจ หรืออยากเปลี่ยนจุดที่ฟิลเลอร์เข้าไม่ถึงอย่างปลายจมูก ค่อยพิจารณาผ่าตัดในภายหลังก็ยังไม่สาย แต่หากเคยฉีดฟิลเลอร์สะสมมาหลายครั้ง เนื้อเยื่อจมูกอาจอยู่ในสภาพถูกกดทับ หากวางแผนจะผ่าตัดในอนาคตควรแจ้งประวัติการฉีดนี้ให้แพทย์ทราบล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย ส่วนคำตอบว่าจมูกของแต่ละคนใกล้เคียงกับปัญหาขาดวอลลุ่มหรือปัญหาโครงสร้างมากกว่ากัน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสภาพโครงกระดูกจริงจึงจะแม่นยำที่สุด
References
Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

หลักการฉีดฟิลเลอร์จมูกให้สันจมูกและปลายจมูกโด่งขึ้น พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงหลอดเลือดอุดตันและการตาบอด
อธิบายหลักการที่ฟิลเลอร์จมูกช่วยเสริมสันจมูกและปลายจมูกให้โด่งขึ้น ส่วนประกอบกรดไฮยาลูโรนิกและวิธีการฉีด เหตุผลที่จมูกเป็นบริเวณที่เสี่ยงหลอดเลือดอุดตันและตาบอดสูงเป็นพิเศษ มาตรฐานการฉีดอย่างปลอดภัยและวิธีสลายกลับด้วย hyaluronidase ไปจนถึงเปรียบเทียบว่าฟิลเลอร์ทำอะไรได้และทำอะไรไม่ได้เมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมจมูก
By Dr. Lee

ร่องใต้ตาลึกกับรอยคล้ำใต้ตา ฟิลเลอร์เติมเต็มเงาให้จางลง อยู่ได้นานแค่ไหน พร้อมวิธีเลี่ยง Tyndall effect
เงาใต้ตาที่ดูคล้ำและโบ๋มักเกิดจากร่องที่ยุบตัวมากกว่าเม็ดสี บทความนี้อธิบายหลักการที่เอ็นร่องน้ำตาและกระดูกเบ้าตาที่ลดลงทำให้เกิดเงา พร้อมวิธีเติมฟิลเลอร์ไฮยาลูรอนิก แอซิดเนื้อนุ่มตื้น ๆ ปริมาณน้อยเพื่อลบเงาให้จางลง รวมถึงเหตุผลที่ผิวบางทำให้เกิด Tyndall effect และอาการบวมได้ง่าย พร้อมสรุปว่าผลอยู่ได้นานแค่ไหนและดูแลอย่างไร อ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยจริงให้เข้าใจง่าย
By Dr. Kim

ปีกจมูกบานทุกครั้งที่ยิ้ม โบท็อกซ์ปีกจมูกลดแรงกล้ามเนื้อขยายปีกจมูกได้อย่างไร อยู่ได้นานแค่ไหน
โบท็อกซ์ปีกจมูกคือหัตถการที่ลดแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ ที่ทำให้ข้างจมูกบานออกเวลายิ้มหรือหายใจแรง ๆ ต่างจากการทำจมูกแบบอื่นที่เน้นปรับรูปทรงกระดูกหรือกระดูกอ่อน เพราะเป็นการควบคุมแค่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเท่านั้น บทความนี้สรุปว่ากล้ามเนื้อมัดไหนเป็นตัวการ และโบท็อกซ์ออกฤทธิ์กับกล้ามเนื้อมัดนั้นอย่างไร
By Dr. Lee