prettytime
Skincare

เหตุผลที่ลิซเน่ พีเอ็น สกินบูสเตอร์ใช้ได้นุ่มนวลแม้ในบริเวณรอบดวงตา ปาก และคอที่บางบอบบาง พร้อมผลลัพธ์ตามจำนวนครั้งที่ทำ

By Dr. Kim1 min read

ลิซเน่เป็นสกินบูสเตอร์ที่ใช้ PN หรือโพลีนิวคลีโอไทด์ ซึ่งสกัดจากปลาตระกูลแซลมอนเป็นส่วนประกอบหลัก คำว่าโพลีนิวคลีโอไทด์อาจฟังดูไม่คุ้นหู แต่ความจริงแล้วเข้าใจง่าย เพราะเป็นชิ้นส่วนดีเอ็นเอที่ได้จากอัณฑะหรือไข่ของปลาแซลมอน ผ่านการทำให้บริสุทธิ์แล้วนำมาฉีดเข้าสู่ผิวหนัง

แม้ PN จะเป็นส่วนประกอบที่คุ้นเคยอยู่แล้วจากหัตถการฉีดสารสกัดแซลมอนอย่างรีจูรัน แต่ลิซเน่มีจุดต่างตรงที่ถูกออกแบบมาสำหรับผิวที่บางและบอบบางโดยเฉพาะ เน้นใช้กับบริเวณที่ต้องระมัดระวังอย่างรอบดวงตาและรอบปาก รวมถึงผิวที่ไวต่อการระคายเคือง บทความนี้จะไล่เรียงตั้งแต่เหตุผลที่ใช้ได้อย่างนุ่มนวลในบริเวณบอบบาง ไปจนถึงผลลัพธ์ที่สะสมมากขึ้นเมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้ง

ลิซเน่ พีเอ็น สกินบูสเตอร์คืออะไร?

ส่วนประกอบหลักของลิซเน่คือ PN หรือโพลีนิวคลีโอไทด์ ซึ่งได้จากการสกัดชิ้นส่วนดีเอ็นเอในอัณฑะหรือไข่ของปลาตระกูลแซลมอน แล้วนำมาทำให้บริสุทธิ์และปรับให้เสถียรในรูปแบบสารฉีด พูดง่าย ๆ คือวัสดุที่ได้จากการตัดสารพันธุกรรมบางส่วนของปลาแซลมอนออกมาแล้วกรองจนบริสุทธิ์

เหตุผลที่ฉีดส่วนประกอบนี้เข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรงนั้นชัดเจน เพราะเครื่องสำอางที่ทาบนผิวจะถูกชั้นขี้ไคลกั้นไว้ ทำให้ซึมลึกได้ยาก ในขณะที่ชั้นหนังแท้เป็นที่อยู่ของคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ เมื่อฉีดสารเข้าไปที่ชั้นนี้โดยตรง จึงส่งแรงกระตุ้นถึงเซลล์ที่ทำหน้าที่ฟื้นฟูและซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวได้ทันที

หลักการที่ PN ช่วยฟื้นฟูผิว

เมื่อ PN เข้าสู่ร่างกาย จะไม่ถูกมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม แต่ถูกจดจำในฐานะวัสดุที่คุ้นเคย เนื่องจากโครงสร้างของชิ้นส่วนดีเอ็นเอเป็นสิ่งที่มีอยู่ในเซลล์ของร่างกายเราอยู่แล้ว ดังนั้นในกระบวนการสลาย PN ร่างกายจึงนำผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการฟื้นฟูเซลล์อีกครั้ง

ในกระบวนการนี้ ไฟโบรบลาสต์จะถูกกระตุ้นให้ทำงาน และการสร้างคอลลาเจนก็ถูกส่งเสริมตามไปด้วย ไฟโบรบลาสต์เป็นเซลล์ที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโครงสร้างค้ำยันผิว การที่ PN กระตุ้นเซลล์เหล่านี้จึงเท่ากับช่วยเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองของผิว พร้อมกันนั้นไขมันในชั้นเกราะป้องกันผิวและความสามารถในการยึดเกาะน้ำก็ได้รับการปรับปรุงไปพร้อมกันด้วย

เหตุผลที่ใช้ได้แม้ในบริเวณที่บางและบอบบาง

บริเวณรอบดวงตา รอบปาก และลำคอ เป็นจุดที่ผิวบางและมีเส้นประสาทกับหลอดเลือดอยู่หนาแน่น หัตถการที่มีแรงกระตุ้นสูงจึงเสี่ยงต่อผลข้างเคียงมากขึ้นและฟื้นตัวช้ากว่าปกติ เหตุผลที่ลิซเน่สามารถใช้ได้อย่างนุ่มนวลในบริเวณเหล่านี้ เป็นเพราะตัว PN เองทำงานด้วยการกระตุ้นให้ผิวฟื้นฟูตัวเอง มากกว่าการก่อปฏิกิริยาเคมีที่รุนแรง

กล่าวคือไม่ใช่การบังคับกระตุ้นผิวเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ แต่เป็นการช่วยเสริมความสามารถในการฟื้นฟูที่ผิวมีอยู่แล้วมากกว่า จึงมีการแนะนำว่าสามารถใช้ได้ค่อนข้างสบายแม้กับผิวที่เสียหายหรือบอบบาง หรือผิวที่อ่อนล้าจากการทำหัตถการบ่อยครั้งหรือถูกแสงแดดทำร้าย

นอกจากนี้ ขนาดอนุภาคและความหนืดของตัวสารในลิซเน่ก็ถูกปรับให้เหมาะกับผิวบางเป็นพิเศษ หากความหนืดสูงเกินไปหรืออนุภาคหยาบเกินไป อาจจับตัวเป็นก้อนใต้ผิวบางหรือทำให้ผิวขรุขระได้ ยิ่งเป็นบริเวณแบบนี้ยิ่งต้องการวัสดุที่กระจายตัวได้นุ่มนวล บริเวณรอบดวงตาซึ่งเนื้อเยื่อบางและขยับบ่อยจึงรู้สึกถึงความแตกต่างนี้ในแง่ของความสบายเป็นพิเศษ

การเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังได้เมื่อใช้ลิซเน่สรุปได้ดังนี้

  • ลดอาการแห้งตึงลึกในผิว: เมื่อเกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง แม้ผิวภายนอกจะดูปกติแต่ภายในอาจรู้สึกตึงและแห้งอยู่ลึก ๆ มีรายงานว่าเมื่อ PN เข้าไปเติมเต็มเกราะป้องกันผิว อาการแห้งตึงลึกเช่นนี้มีแนวโน้มลดลง
  • สมดุลน้ำและน้ำมัน: เมื่อเกราะป้องกันผิวฟื้นตัว ความเร็วในการสูญเสียน้ำจะลดลง ทำให้สมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นมีความเสถียรมากขึ้น
  • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ: เมื่อคอลลาเจนถูกเติมเต็ม ผิวจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และริ้วรอยตื้น ๆ ที่เคยเห็นชัดก็จางลง
  • ดูแลรูขุมขน: เมื่อชั้นหนังแท้แน่นขึ้น เนื้อเยื่อรอบรูขุมขนก็ได้รับการค้ำยันไปด้วย ทำให้รูขุมขนดูเล็กลงเมื่อเทียบกับเดิม

ต่างจากรีจูรันอย่างไร?

ลิซเน่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับรีจูรัน ซึ่งเป็นสารสกัดจากปลาแซลมอน ทั้งสองใช้ PN เป็นส่วนประกอบหลักและฉีดเข้าชั้นหนังแท้เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวด้วยหลักการเดียวกัน แต่ลิซเน่ถูกนำเสนอในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ให้น้ำหนักกับการฟื้นฟูผิวบางบอบบางและผิวที่เสียหายมากกว่า

จึงมีจุดเด่นตรงที่ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงบริเวณที่ต้องระมัดระวังอย่างรอบดวงตาและรอบปาก หรือสภาพผิวที่ไวต่อการระคายเคืองอย่างผิวแพ้ง่าย การจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนในกลุ่มเดียวกันนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและบริเวณที่ต้องการดูแลของแต่ละคน

หากมีเป้าหมายเพื่อดูแลใบหน้าทั้งหมดในวงกว้าง อาจมีตัวเลือกอื่นที่เหมาะกว่า แต่หากต้องการดูแลบริเวณที่บอบบางหรือบางเป็นพิเศษเพียงจุดเดียวอย่างละเอียด ลิซเน่จึงถูกแนะนำว่าเหมาะสมกว่าด้วยเหตุผลนี้

ขั้นตอนการทำและระยะเวลาพักฟื้น

หัตถการมักใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 30 นาที เนื่องจากเป็นการฉีด PN เข้าชั้นหนังแท้แบบตื้นด้วยเข็มขนาดเล็กหลายจุด แม้จะดูแลพื้นที่กว้างในครั้งเดียวก็ไม่ได้ใช้เวลานาน

หลังทำหัตถการทันที อาจเกิดรอยช้ำหรือบวมบริเวณที่ฉีดได้ เนื่องจากมีการระคายเคืองเล็กน้อยตามรอยที่เข็มผ่าน ซึ่งส่วนใหญ่จะยุบลงภายใน 1 ถึง 2 วัน แต่ก็มีบางกรณีที่ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหรือความลึกในการฉีด อาจใช้เวลานานถึง 1 ถึง 2 สัปดาห์

ผลลัพธ์ที่สะสมเมื่อทำต่อเนื่องหลายครั้ง

ลิซเน่มีการอธิบายว่าผลลัพธ์จะสะสมมากขึ้นเมื่อทำซ้ำ 3 ถึง 5 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2 ถึง 4 สัปดาห์ มากกว่าการทำเพียงครั้งเดียวจบ เพราะการสร้างคอลลาเจนและการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวที่ PN กระตุ้นนั้นไม่ใช่ปฏิกิริยาที่สำเร็จในชั่วข้ามคืน แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาให้เซลล์ตอบสนองแล้วสร้างเนื้อเยื่อใหม่

เมื่อทำครั้งแรกแล้วมีเซลล์บางส่วนได้รับการกระตุ้น การทำครั้งต่อไปก็จะเป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นซ้อนทับลงไปอีก ดังนั้นยิ่งทำหลายครั้งขึ้น คอลลาเจนที่สร้างขึ้นในชั้นหนังแท้และความหนาของเกราะป้องกันผิวที่ฟื้นตัวก็จะสะสมมากขึ้นตามไปด้วย

เหตุผลที่เว้นระยะห่าง 2 ถึง 4 สัปดาห์ก็มาจากจุดนี้เช่นกัน หากทำถี่เกินไป แรงกระตุ้นใหม่อาจซ้อนทับกับเนื้อเยื่อที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว ทำให้อาการบวมหรือความบอบบางยืดเยื้อออกไป ในทางกลับกัน หากเว้นระยะนานเกินไป ปฏิกิริยาที่เริ่มต้นจากการกระตุ้นครั้งก่อนอาจสงบลงก่อนถึงครั้งถัดไป ทำให้ผลลัพธ์ไม่ต่อเนื่องและขาดตอน ดังนั้นการกำหนดระยะห่างให้สอดคล้องกับเวลาที่เซลล์ใช้ตอบสนองและฟื้นตัวจึงสำคัญต่อการสะสมผลลัพธ์

ข้อควรดูแลหลังทำหัตถการ

หลังทำหัตถการ ผิวจะอยู่ในช่วงที่ชั้นหนังแท้ตอบสนองต่อการกระตุ้นและค่อย ๆ ฟื้นตัวเป็นเวลาหลายวัน ในช่วงนี้แนะนำให้ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะแสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำลายคอลลาเจนที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่

นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่วันแรกหลังทำหัตถการ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ให้ความร้อนหรือแรงกดต่อผิว เช่น การอบซาวน่าหรือการนวดหน้าอย่างหนัก เพราะปฏิกิริยาการกระตุ้นที่ยังไม่ตกตะกอนอาจถูกรบกวนได้ ยิ่งเป็นผิวที่ไวต่อการระคายเคือง ยิ่งควรเฝ้าดูช่วงพักฟื้นนี้อย่างใจเย็นและให้เวลาเพียงพอ

เครื่องสำอางพื้นฐานในช่วงนี้ก็แนะนำให้เลือกส่วนประกอบอย่างระมัดระวังเช่นกัน ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดความเข้มข้นสูง น้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก อาจเป็นการเพิ่มแรงกระตุ้นซ้ำให้กับผิวที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและเน้นเพิ่มความชุ่มชื้นแทน เพื่อช่วยให้เกราะป้องกันผิวค่อย ๆ เติมเต็มตัวเองได้อย่างสบาย

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

หลักการและการใช้งานMiraJet สกินบูสเตอร์ไร้เข็มที่ส่งสารเข้าสู่ชั้นหนังแท้ด้วยแรงพุ่งของเหลว

MiraJetเป็นหัตถการแบบไม่รุกล้ำที่พ่นลำพุ่งของเหลวความเร็วสูงแทนเข็ม เพื่อส่งสารสำคัญเข้าสู่ผิว บทความนี้สรุปหลักการที่พลังงานเลเซอร์ 2940nm สร้างแรงดันฉับพลันจนเกิดลำพุ่งของเหลวเล็กจิ๋ว พร้อมอธิบายเหตุผลที่นำมาใช้ส่งสกินบูสเตอร์ ดูแลแผลเป็นสิว และรูขุมขน

By Dr. Lee

Skincare

หลักการและลำดับของ Platoning ที่รวมเลเซอร์โทนนิ่งกับสกินบูสเตอร์ในครั้งเดียว พร้อมวิธีดูแลผิว

Platoning คือชื่อเรียกการทำเลเซอร์โทนนิ่งต่อด้วยสกินบูสเตอร์ในเซสชันเดียวกัน บทความนี้สรุปหลักการว่าโทนนิ่งที่ช่วยลดเม็ดสีกับบูสเตอร์ที่เติมความชุ่มชื้นและสารฟื้นฟูให้ชั้นหนังแท้ ทำไมและตามลำดับใดถึงทำร่วมกัน

By Dr. Lee

Filler

หลักการที่ฟิลเลอร์แคลเซียม Radiesse เติมวอลุ่มพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน และอยู่ได้นานแค่ไหน

Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่อนุภาคแคลเซียมเติมวอลุ่มได้ทันที พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อมกัน บทความนี้อธิบายหลักการว่าทำไมอนุภาคถึงสร้างวอลุ่มได้ และนำไปสู่การกระตุ้นคอลลาเจนอย่างไร รวมถึงเหตุผลที่นำมาเจือจางใช้เป็นสกินบูสเตอร์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้นาน

By Dr. Lee

Back to articles