InMode ลิฟติ้ง Forma กับ FX ต่างกันอย่างไร ผลลัพธ์และข้อจำกัด
By Dr. Lee2 min read

ช่วงหลังมานี้ชื่อ InMode เริ่มปรากฏบ่อยขึ้นตามคลินิกความงามในกรุงเทพฯ จุดที่ดึงดูดคือไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องผ่าตัด แต่อ้างว่ายกกระชับและปรับรูปหน้าได้ด้วยคลื่น RF ที่เจ็บน้อยและแทบไม่มีดาวน์ไทม์ ฟังดูดีมาก
InMode มีหัวรักษาหลายแบบ แต่ละแบบทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง หลายคนจึงสับสนว่า Forma กับ FX ต่างกันอย่างไร และจะยกกระชับได้จริงหรือเปล่า
InMode คืออะไรกันแน่ Forma กับ FX ที่นิยมใช้ร่วมกันในคลินิกไทยทำอะไรกับผิวชั้นลึกได้บ้าง และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับไปถึงระดับไหน RF แบบไม่รุกรานมีฐานทางวิทยาศาสตร์พอสมควร แต่พอพูดถึงผลเฉพาะของ InMode เรื่องจะซับซ้อนขึ้นนิดหนึ่ง รู้จุดต่างตรงนี้จะช่วยให้ตั้งความคาดหวังได้ถูกต้องและไม่ผิดหวัง

InMode เป็นเครื่องแบบไหน?
InMode เป็นเครื่อง RF (Radio Frequency) จากบริษัท InMode ของอิสราเอล ที่สามารถเปลี่ยนหัวรักษาเพื่อทำหัตถการต่างๆ ได้หลายอย่างในเครื่องเดียว เมื่อพูดถึง "InMode ยกกระชับ" ในคลินิกไทย ส่วนใหญ่หมายถึงการใช้สองโหมดที่ไม่ต้องใช้เข็มควบคู่กันคือ Forma และ FX โดย Forma เน้นเรื่องความยืดหยุ่นของผิว ส่วน FX เน้นจัดการไขมันและเส้นขอบหน้า การที่จัดการได้ทั้งสองอย่างในการนัดเดียวจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ได้รับความนิยม
Forma ใช้คลื่น RF แบบ bipolar ผ่านหัวรักษาที่วางบนผิว ให้ความร้อนลงไปถึงชั้น dermis เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ส่วน FX ใช้แรงดูดให้ผิวหนังยกขึ้นมาก่อน จากนั้นส่งคลื่น RF พร้อมกับพัลส์แรงดันสูงไปยังชั้นไขมันลึก เพื่อลดเซลล์ไขมันและช่วยปรับรูปหน้า แม้จะเป็น InMode เหมือนกัน แต่ Forma กับ FX ทำงานคนละเรื่องกันเลย
เทียบกับเทอร์มาจ (Thermage) หรืออุลเธอรา (Ulthera) ที่หลายคนในไทยคุ้นเคย InMode ใช้พลังงานต่ำกว่าและให้ผลแบบค่อยเป็นค่อยไป แทนที่จะยกขึ้นรุนแรงในครั้งเดียว จึงเป็นการค่อยๆ สะสมความแน่นขึ้นทีละนิด เครื่องนี้ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่การรับรองนั้นหมายถึงผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ได้แปลว่าดีกว่าเครื่องอื่น การที่ Forma กับ FX จัดการได้ทั้งกระชับผิวและปรับรูปหน้าในการนัดเดียวจึงเป็นเหตุผลหลักที่ได้รับความนิยมในไทย

Forma กับ FX ออกฤทธิ์ที่ชั้นไหน?
รูปด้านบนแสดงหลักการทำงานของทั้งสองระบบ Forma ส่งคลื่น RF แบบ bipolar ผ่านหัวรักษาที่วางบนผิว ให้ความร้อนในชั้น dermis จนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม ช่วง 41, 43°C คือจุดที่คอลลาเจนตอบสนองดีที่สุด InMode วัดอุณหภูมิผิวมากกว่าพันครั้งต่อวินาทีเพื่อไม่ให้เกิน 43°C นี่คือการออกแบบที่ช่วยให้ชั้นลึกร้อนเพียงพอโดยไม่เสี่ยงแผลไหม้หรือเจ็บมาก เมื่อ dermis ได้รับความร้อน คอลลาเจนเดิมจะหดตัว แล้วในอีกหลายเดือนถัดมาคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ผิวก็แน่นขึ้นตามไปด้วย
FX ต่างออกไปตรงที่เพิ่มการจัดการเรื่องไขมันเข้ามาด้วย แรงดูดจะยกผิวให้ชั้นไขมันเข้าใกล้หัวรักษา จากนั้นส่งทั้งความร้อน RF และพัลส์แรงดันสูงแบบสั้น พัลส์นี้เชื่อว่าก่อให้เกิดกระบวนการที่เรียกว่า electroporation ซึ่งทำให้เกิดรูเล็กๆ ในเยื่อหุ้มเซลล์ไขมัน ส่งผลให้เซลล์ไขมันสลายตัว บริษัทผู้ผลิตระบุว่าวิธีนี้ทำให้เซลล์ไขมันจำนวนมากถูกทำลาย
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดสองเรื่องคือ หลักการของ Forma เรื่องกระตุ้นคอลลาเจน และ FX เรื่องลดไขมัน มีความสมเหตุสมผลทางวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง แต่ตัวเลขเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากเอกสารของผู้ผลิต และที่สำคัญกว่านั้น หลักการทำงานกับผลที่เห็นได้จริงบนใบหน้าคนไข้จริงๆ เป็นคนละเรื่องกัน ต้องยืนยันด้วยงานวิจัยทางคลินิกแยกต่างหาก โดยเฉพาะเรื่อง FX ลดไขมันบนใบหน้าได้ชัดเจนแค่ไหน ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีกมาก

แต่ละหัวทำหัตถการต่างกันอย่างไร?
สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนกับ InMode มากที่สุดคือการมีหัวรักษาหลายแบบ จากกราฟด้านบนจะเห็นว่า แม้จะใช้ชื่อ InMode เหมือนกัน แต่ระดับการรุกรานและความลึกต่างกันโดยสิ้นเชิง Forma กับ FX ไม่ใช้เข็ม ทำงานจากผิวด้านนอกแบบไม่รุกราน ส่วน Morpheus8 ใช้ microneedle เจาะลึก 0.5 ถึง 8 มิลลิเมตร และ FaceTite ใส่ cannula เล็กๆ ใต้ผิวหนังเพื่อละลายไขมันและกระชับผิว
ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะผลลัพธ์และเวลาพักฟื้นต่างกันคนละระดับ Morpheus8 หรือ FaceTite เข้าลึกกว่าจึงได้ผลชัดกว่า แต่ก็มีความเจ็บ บวม ช้ำ หรือสะเก็ดตามมา ขณะที่ InMode แบบที่คุ้นกันในไทย คือ Forma กับ FX แบบไม่ใช้เข็ม จะเบากว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า แลกกับผลที่ค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า
ก่อนนัดทำจึงควรถามให้ชัดว่าใช้หัวรักษาแบบไหน ชื่อ InMode เหมือนกันแต่มีทั้งแบบแทบไม่เจ็บและแบบที่ต้องพักฟื้น รีวิวที่บอกว่าได้ผลดีมากจาก InMode อาจเป็นคนละหัวกับที่กำลังจะทำก็ได้ ควรถามชื่อหัวรักษา บริเวณที่ทำ และจำนวนครั้งให้ชัดก่อนนัด ความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงมักมาจากตรงนี้ บทความนี้พูดถึงแบบไม่รุกรานคือ Forma กับ FX เท่านั้น

หลักฐานทางคลินิกของผลลัพธ์ InMode
มีหลักฐานพอสมควรว่า RF แบบไม่รุกรานช่วยให้ผิวแน่นขึ้นได้จริง สำหรับ Forma มีงานวิจัยทางคลินิกขนาดเล็กรองรับอยู่บ้าง งานหนึ่งพบว่าผู้เข้าร่วมทุกคนเห็นการปรับปรุงหลังรักษา อีกงานที่ดูปัญหาใต้คางพบว่าหลังทำหลายครั้งค่าความยืดหยุ่นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและไขมันลดลงด้วย ส่วนหลักการใหญ่ที่ว่า RF ให้ความร้อนชั้น dermis แล้วกระตุ้นคอลลาเจนได้จริงนั้น ก็มีงานวิจัย RF lifting รองรับในวงกว้างอยู่แล้ว
แต่ข้อจำกัดก็ชัดเจน งานวิจัย Forma ส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมแค่สิบถึงยี่สิบคน และมักไม่มีกลุ่มควบคุม ทำให้ยากที่จะระบุขนาดผลได้แม่นยำ สำหรับ FX เรื่องลดไขมันบนใบหน้า งานวิจัยทางคลินิกในคนจริงๆ ยังน้อยกว่ามาก ส่วนใหญ่อิงจากงานลดไขมันที่ลำตัวหรือจากเอกสารผู้ผลิต นอกจากนี้ยังไม่มีงานที่เปรียบเทียบ InMode โดยตรงกับเทอร์มาจหรืออุลเธอรา การบอกว่าเครื่องไหนดีกว่าจึงเป็นการคาดเดา ไม่ใช่หลักฐาน
สรุปคือ InMode Forma กับ FX อยู่ใน framework ของ RF ที่มีการพิสูจน์แล้วในระดับหนึ่ง แต่ผลที่ได้จริงใกล้เคียงกับการกระชับผิวแบบนุ่มนวลและปรับรูปหน้าเบาๆ มากกว่าการยกครั้งเดียวแบบชัดเจน ต้องทำหลายครั้งและผลมาแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลยังขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำด้วย การทำให้ครบตามจำนวนที่แนะนำจึงสำคัญมาก

ข้อดีและข้อจำกัดของ InMode
จุดเด่นที่สุดของ InMode แบบไม่รุกรานคือความเจ็บน้อยและฟื้นตัวเร็ว Forma รู้สึกเหมือนโดนนวดร้อนๆ มากกว่าเจ็บ ระบบวัดอุณหภูมิผิวอัตโนมัติช่วยลดความเสี่ยงแผลไหม้ หลังทำมักแดงเล็กน้อยและหายเร็ว ล้างหน้าและแต่งหน้าได้ทันทีโดยแทบไม่มี downtime FX ก็เช่นกัน อาจมีช้ำเบาๆ จากแรงดูดบ้างแต่ไม่บ่อย
แต่ข้อจำกัดก็มีเช่นกัน InMode เป็นการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยปกติต้องทำหลายครั้ง Forma มักแนะนำให้ทำหลายเซสชัน ผลไม่ถาวรและต้องดูแลต่อเนื่อง ถ้าหน้าหย่อนมากการรักษาแบบไม่รุกรานอาจไม่พอ ถ้าต้องการยกชัดๆ หรือผิวหย่อนเยอะ ควรปรึกษาเรื่อง HIFU ร้อยไหม หรือการผ่าตัดร่วมด้วย
เหมาะกับคนที่ต้องการกระชับผิวและปรับรูปหน้าเบาๆ โดยไม่ต้องการความเจ็บหรือดาวน์ไทม์ เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มดูแลผิวก่อนที่ปัญหาจะหนักขึ้น ถ้าพร้อมทำต่อเนื่องตามจำนวนครั้งที่แนะนำก็น่าลองเป็นตัวเลือกแรก โฆษณาที่บอกว่ายกได้ทันทีหรือทดแทนการยกแบบเข้มข้นได้ควรกรองออก InMode แบบไม่รุกรานคือการค่อยๆ บำรุงผิวให้แน่นขึ้นทีละนิด ไม่ใช่การยกครั้งเดียวให้เห็นผลทันตา เหมาะกับคนที่อยากดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่คนที่รอผลแบบฉับพลัน
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Coolfase RF ลิฟติ้ง ผลลัพธ์ ต่างจาก Thermage อย่างไร?
Coolfase คืออะไร ระบบ DCC ที่ปลายหัวสัมผัสผิวโดยตรงช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage และ Volnewmer แล้วต่างกันอย่างไร พร้อมข้อมูลจากงานวิจัย monopolar RF จริงและข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อน เพราะยังไม่มีงานวิจัยทดสอบ Coolfase โดยเฉพาะสักชิ้น
By Dr. Lee

ลิฟติ้ง RF และอัลตราซาวด์ ต่างกันอย่างไร ผลลัพธ์และระยะเวลาที่อยู่ได้
คลื่นวิทยุความถี่สูงใช้ความร้อนจากความต้านทานไฟฟ้าอุ่นชั้นหนังแท้เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ส่วนอัลตราซาวด์รวมพลังงานไว้จุดเดียวจนเจาะลึกถึงชั้นพังผืดที่ลึกกว่า มาดูกันว่าทำไมเครื่องทั้งสองเล็งคนละระดับความลึก และทำไมระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้จึงต่างกัน
By Dr. Lee

พิโคโทนนิ่ง ผลลัพธ์ ผลข้างเคียง ฝ้ากลับมา และความต่างจากกระ
ปิโก้โทนิ่งทำงานอย่างไร ทำไมเลเซอร์แต่ละความยาวคลื่นถึงเหมาะกับฝ้าและจุดด่างดำต่างกัน ได้ผลจริงแค่ไหนและเสี่ยงสีผิวคล้ำหลังทำไหม รีวิวจากงานวิจัยจริง พร้อมข้อเท็จจริงเรื่องฝ้ากลับมาซ้ำและความเสี่ยงสีผิวจางผิดปกติที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
By Dr. Lee