กลูตาไธโอนแบบกินกับแบบฉีดเข้าเส้น อันไหนได้ผลจริงและปลอดภัยกว่า?
By Dr. Lee1 min read

เวลาหาข้อมูลเรื่องผิวสว่างขึ้น ชื่อที่ได้ยินบ่อยคือการฉีดกลูตาไธโอนเข้าเส้น รีวิวว่าฉีดครั้งเดียวหน้าสว่างเห็นผลนั้นมีเยอะมาก และก็มีคนที่ได้ผลจริงๆ อยู่ไม่น้อย คำถามคือ ผลที่ว่านั้นส่วนไหนผ่านการพิสูจน์แล้ว และส่วนไหนที่ยังเป็นแค่ความคาดหวัง
ขอเล่าภาพรวมก่อนเลย กลูตาไธโอนที่ฉีดเข้าเส้นเลือดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ตัวสารนี้เองมีหลักฐานว่าช่วยให้ผิวสว่างได้ แต่หลักฐานส่วนใหญ่มาจากการกิน ไม่ใช่การฉีดเข้าเส้น การฉีดมีรีวิวเยอะ แต่งานวิจัยที่ยืนยันผลยังมีน้อย เลยอยากแยกพิจารณาแต่ละรูปแบบว่ามีหลักฐานอะไรบ้าง และถ้าจะฉีดควรระวังอะไรเพื่อความปลอดภัย

การฉีดผิวขาวเข้าเส้นทำให้ผิวสว่างได้อย่างไร
กลูตาไธโอนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง หน้าที่หลักคือปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดทีฟและช่วยกำจัดสารพิษ ที่มันเชื่อมกับเรื่องผิวขาวได้เพราะมีสองสาเหตุ
อย่างแรกคือมันยับยั้งเอนไซม์ ไทโรซิเนส ซึ่งเป็นตัวสังเคราะห์เมลานิน เอนไซม์ทำงานน้อยลง สีผิวก็ถูกสร้างน้อยลงตาม อย่างที่สองคือมันเปลี่ยนชนิดของเมลานิน เมลานินมีสองแบบ คือ ยูเมลานิน ที่สีน้ำตาลเข้ม และ ฟีโอเมลานิน ที่สีอ่อนกว่า กลูตาไธโอนกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฟีโอเมลานินมากขึ้นแทนยูเมลานิน ในทางทฤษฎีจึงเปิดโอกาสให้ผิวสว่างขึ้นได้จริง
กลูตาไธโอนถูกใช้ในวงการแพทย์มานานในฐานะสารเสริมการรักษามะเร็ง โรคตับ และภาวะพิษ ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยเบื้องต้นมีการศึกษามาบ้างแล้ว แต่ทฤษฎีที่ฟังดูสมเหตุสมผลกับผลในร่างกายมนุษย์จริงๆ เป็นคนละเรื่องกัน และขึ้นอยู่กับช่องทางที่ใช้ด้วย การกินกับการฉีดเข้าเส้นโดยตรงนั้นร่างกายรับสารต่างกัน จึงต้องพิจารณาผลและความปลอดภัยแยกกันในแต่ละรูปแบบ

แบบกินมีหลักฐานรองรับพอสมควร
ฟังดูแปลก แต่รูปแบบที่มีหลักฐานมากสุดคือการกิน ในงานวิจัยแบบสุ่มควบคุมหลายชิ้น ผู้ที่กินกลูตาไธโอน 250 ถึง 500 มก./วัน มีดัชนีเมลานินลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้กิน ดัชนีเมลานินคือค่าที่วัดปริมาณสีผิวด้วยเครื่องมือ
ตัวอย่างเช่น งานวิจัยที่ให้กลูตาไธโอนชนิดเม็ดอม 500 มก. 4 สัปดาห์ พบว่าเมลานินลดลงทั้งบริเวณที่โดนแดดและที่ไม่ได้โดนแดด และประมาณ 90% รู้สึกว่าผิวสว่างขึ้นบ้าง กลูตาไธโอนแบบทา 2% ก็ช่วยลดเมลานินได้เช่นกัน และการใช้แบบกินร่วมกับแบบทาให้ผลดีกว่าใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง
แต่ต้องพูดตรงๆ ด้วย ขนาดผลที่ได้โดยทั่วไปไม่ใหญ่มาก ระยะเวลาของงานวิจัยสั้นแค่ไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน และเมื่อหยุดใช้ผิวมักกลับมาเป็นเหมือนเดิม แบบกินจึงมีหลักฐานรองรับจริง แต่ไม่ใช่มนตร์วิเศษที่ทำให้ขาวทันที ต้องใช้ต่อเนื่องควบคู่กับการกันแดดจึงจะได้ผล ถ้ารู้สึกว่าแค่ทาอย่างเดียวยังไม่พอ การกินกลูตาไธโอนก็เป็นตัวเลือกที่มีหลักฐานพอจะลองได้

แบบฉีดมีรีวิวเยอะ แต่หลักฐานยังตามไม่ทัน
รูปแบบที่นิยมมากที่สุดคือการฉีดกลูตาไธโอนเข้าเส้นเลือด บางที่เรียกว่าการฉีดผิวขาว หรือ baekok injection ที่มาจากเกาหลี รีวิวว่าได้ผลก็มีมากที่สุด แต่พอไปหางานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่รองรับผลนั้น กลับพบว่ายังมีน้อยมากอย่างน่าแปลกใจ
งานวิจัยทางคลินิกในมนุษย์ที่พิสูจน์ว่าการฉีดกลูตาไธโอนเข้าเส้นทำให้ผิวสว่างขึ้นนั้นยังไม่เพียงพอ และยังไม่มีมาตรฐานกำหนดว่าควรฉีดเท่าไหร่ บ่อยแค่ไหน เพราะฉะนั้นจึงยังบอกไม่ได้ชัดว่าที่รู้สึกว่าผิวสว่างขึ้นหลังฉีดนั้นมาจากกลูตาไธโอนโดยตรง หรือเป็นเพราะได้รับน้ำเกลือแล้วร่างกายดูดีขึ้นชั่วคราว หรือเป็นผลของความคาดหวัง ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผล
ประสบการณ์ส่วนตัวกับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เป็นคนละเรื่อง ถ้าจะฉีดก็ควรตั้งความคาดหวังไว้เป็นสารเสริมที่อาจช่วยได้บ้าง ไม่ใช่ว่าฉีดแล้วขาวแบบดราม่าทีเดียว รีวิวดีมีอยู่มากแสดงว่ามีคนพอใจจริง แต่ความพอใจนั้นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ผลเท่ากัน

ถ้าจะฉีด ความปลอดภัยต้องมาก่อน
ความคาดหวังเรื่องผลลัพธ์สำคัญพอๆ กับเรื่องความปลอดภัย การฉีดเข้าเส้นมีความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ ผลข้างเคียงที่เคยมีรายงานจากการฉีดกลูตาไธโอนได้แก่ ภาวะแพ้รุนแรง (anaphylaxis) ความเป็นพิษต่อตับ ไต และระบบประสาท รวมถึงกลุ่มอาการสตีเวนส์-จอห์นสัน ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังและเยื่อบุลอกออกอย่างรุนแรง แม้จะพบได้น้อย
ปัญหายังมาจากตัวผลิตภัณฑ์ด้วย มีรายงานพบเอนโดท็อกซิน ซึ่งเป็นสารพิษจากเชื้อแบคทีเรีย เกินมาตรฐานในผลิตภัณฑ์กลูตาไธโอนสำหรับฉีดบางยี่ห้อ และถูกระบุว่าเป็นสาเหตุของผลข้างเคียงหลังฉีด อย. ฟิลิปปินส์ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการใช้กลูตาไธโอนฉีดเพื่อผิวขาว และในหลายประเทศก็ไม่ได้รับรองสรรพคุณด้านผิวขาวสำหรับการฉีดนี้
นี่ไม่ใช่การบอกว่าห้ามฉีด แต่คือถ้าจะฉีดให้ฉีดอย่างปลอดภัย ควรรับบริการที่สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ และแจ้งแพทย์หากมีประวัติแพ้ยา ตับหรือไตมีปัญหา หรือกำลังตั้งครรภ์ ถ้าเป็นการฉีดแบบผสมหลายสารปริมาณสูง ยิ่งมีตัวแปรมาก ยิ่งควรถามรายละเอียดส่วนผสมและขนาดยาก่อนรับบริการ

สรุปแล้ว ถ้าอยากผิวสว่างจะเริ่มจากตรงไหนดี
อยากให้ผิวสว่างขึ้นเป็นเรื่องปกติ แค่จัดลำดับให้ถูกก็พอ อันดับแรกและได้ผลมากสุดคือการกันแดด เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวคล้ำลงคือรังสี UV การทาครีมกันแดดทุกวันช่วยป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำลงไปกว่าเดิม
อันดับต่อมาคือส่วนผสมที่มีหลักฐานรองรับ เช่น vitamin C, niacinamide, tranexamic acid และ hydroquinone
ถ้าอยากลองกลูตาไธโอน รูปแบบที่มีหลักฐานมากสุดคือแบบกิน ถ้าอยากฉีดเข้าเส้น ให้ตั้งความคาดหวังไว้เป็นสารเสริมที่อาจช่วยได้บ้าง และฉีดในเงื่อนไขที่ปลอดภัย ตารางด้านล่างสรุปหลักฐานและความปลอดภัยของแต่ละรูปแบบ
| รูปแบบ | หลักฐานผิวสว่าง | ความปลอดภัย |
|---|---|---|
| กินกลูตาไธโอน | หลายงานวิจัยพบเมลานินลด ผลไม่ใหญ่ | ค่อนข้างปลอดภัย อาจมีระคายเคืองทางเดินอาหาร |
| ทากลูตาไธโอน | ลดเมลานินได้ ใช้ร่วมกันดีกว่า | ระคายน้อย |
| ฉีดเข้าเส้น (การฉีดผิวขาว) | รีวิวเยอะแต่งานวิจัยยืนยันยังจำกัด | ระวังภาวะแพ้รุนแรง ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ถูกต้องและสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ |
สรุปคือการฉีดผิวขาวเข้าเส้นมีคนได้ผลพอใจอยู่มาก แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังตามไม่ทัน ถ้าต้องการผิวสว่างขึ้น ให้เริ่มจากกันแดดและส่วนผสมที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว กลูตาไธโอนให้ลองแบบกินก่อน ส่วนการฉีดนั้นถ้าจะทำก็ปรึกษาแพทย์ ตั้งความคาดหวังแบบสมจริง และดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ครบ นั่นคือแนวทางที่สมเหตุสมผลที่สุด
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

กลไกที่ทราเนซามิคแอซิดทำให้ฝ้าจางลง + ผลจริงของแบบกินและแบบทา
ทราเนซามิคแอซิดจากยาห้ามเลือดสู่การรักษาฝ้า กลไกทำงานอย่างไร แบบกินและแบบทาได้ผลแค่ไหนในงานวิจัยจริง ป้องกันรอยดำหลังเลเซอร์ได้จริงไหม และใครที่ควรระวัง รวมข้อมูลตรงๆ โดยไม่ปั้นแต่ง
By Dr. Lee

Profhilo ฟื้นผิวได้จริงไหม? HA ไบโอรีโมเดลลิ่งต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร
Profhilo คืออะไร ต่างจากฟิลเลอร์และ Rejuran อย่างไร ผลด้านความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นจากข้อมูลคลินิกจริง ผลเริ่มเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน ผลข้างเคียงและความปลอดภัยมีอะไรบ้าง จากมุมมองแพทย์ในห้องตรวจ
By Dr. Lee

โบท็อกซ์ลดกราม ได้ผลจริงไหม, กล้ามเนื้อเคี้ยวหดได้จริง หน้าเรียวขึ้นได้แค่ไหน?
โบท็อกซ์กรามคืออะไร กล้ามเนื้อเคี้ยวหดลงได้อย่างไร ผลลัพธ์และผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ทำไมกรามที่เกิดจากกระดูกถึงไม่ตอบสนอง และการทำซ้ำส่งผลอะไร, รวบรวมไว้ให้ครบในที่เดียว
By Dr. Lee