prettytime
Skincare

หัตถการผิวช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร โบท็อกซ์และฟิลเลอร์ทำได้ไหม

By Dr. Kim1 min read

ช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร หัตถการผิวหนังที่ปกติทำได้สบายๆ กลับต้องคิดทบทวนอีกครั้ง ฝ้าอาจเข้มขึ้น ผิวก็บอบบางขึ้น จนรู้สึกว่าเป็นช่วงที่ต้องการการดูแลมากกว่าเดิม แต่กลับถูกบอกว่าหัตถการส่วนใหญ่ไม่แนะนำในช่วงนี้ ทำให้อดรู้สึกอึดอัดใจไม่ได้ คำถามที่ผุดขึ้นมาคือทำไมถึงต้องเลื่อน แล้วจริงๆ แล้วทำไม่ได้ทุกอย่างเลยหรือเปล่า เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดเรื่องหัตถการผิวหนังระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร แล้วเรียบเรียงอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่เหตุผลที่ต้องเลื่อน ความต่างของแต่ละหัตถการ ส่วนผสมที่ควรเลี่ยง ไปจนถึงช่วงที่กลับมาทำได้ อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้แต่ละคนมีสภาพร่างกายต่างกันมาก การตัดสินใจเฉพาะเจาะจงจึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ที่ดูแลจะปลอดภัยที่สุด

ทำไมช่วงตั้งครรภ์จึงควรเลื่อนหัตถการ?

ระหว่างตั้งครรภ์ยากที่จะยืนยันผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้อย่างครบถ้วน หลักการทั่วไปจึงคือเลื่อนหัตถการเสริมความงามที่ไม่จำเป็นจริงๆ ออกไปก่อน หัตถการเสริมความงามหลายอย่างทำวิจัยด้านความปลอดภัยกับหญิงตั้งครรภ์โดยตรงได้ยาก ดังนั้นไม่ใช่ว่าพิสูจน์แล้วว่าไม่มีความเสี่ยง แต่ส่วนใหญ่เป็นเพราะข้อมูลยังไม่เพียงพอ เมื่อสถานการณ์ยังไม่ชัดเจน วงการแพทย์จึงเลือกแนวทางที่ระมัดระวังไว้ก่อน

นอกจากนี้ ระหว่างตั้งครรภ์ผิวเองก็ไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ปฏิกิริยาอย่างรอยดำหรือบวมก็เกิดง่ายขึ้นกว่าเดิม หัตถการเดียวกันอาจให้ผลต่างจากปกติได้ ถ้าไม่ใช่การรักษาที่จำเป็นจริงๆ การเลื่อนไปทำหลังคลอดจึงถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในหลายด้าน

ฉีดโบท็อกซ์ตอนตั้งครรภ์ได้ไหม?

โบทูลินัมท็อกซิน (botulinum toxin) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของโบท็อกซ์ ยังมีข้อมูลด้านความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ไม่เพียงพอ แนวทางการแพทย์ส่วนใหญ่จึงแนะนำให้เลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ ในทางทฤษฎีตัวยาออกฤทธิ์เฉพาะที่บริเวณฉีด แต่ระหว่างตั้งครรภ์ แม้จะมีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยก็ยังถือเป็นหลักการที่ควรเลี่ยงไว้ก่อน

ดังนั้นถ้าเผลอฉีดไปแล้วก่อนรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกินไป แต่ควรแจ้งสูตินรีแพทย์ที่ดูแลทันทีและติดตามอาการต่อไป ถ้ามีแผนจะตั้งครรภ์ การแจ้งล่วงหน้าก่อนฉีดก็เป็นขั้นตอนตรวจสอบที่สำคัญเช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์ช่วงให้นมได้ไหม?

กรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของฟิลเลอร์ ปกติก็มีอยู่ในร่างกายเราอยู่แล้ว แต่ข้อมูลด้านความปลอดภัยระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรยังจำกัด ส่วนใหญ่จึงแนะนำให้เลื่อนออกไปก่อน ทั้งในแง่ยาชาที่ใช้ระหว่างทำหัตถการ และการดูแลรอยช้ำหรือบวมที่อาจเกิดขึ้นหลังทำ หลายฝ่ายมองว่าการลดตัวแปรเหล่านี้ระหว่างให้นมบุตรจะปลอดภัยกว่า

ถ้ามีความจำเป็นต้องทำเพื่อการรักษาจริงๆ ระหว่างให้นมบุตร ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือกุมารแพทย์ร่วมกันเพื่อหาวิธีจัดเวลาให้นมและทำหัตถการให้เหมาะสม ถ้าเป็นเพียงเพื่อความงาม ส่วนใหญ่มักเลื่อนไปทำหลังเลิกให้นมบุตรแล้ว

เลเซอร์และโทนนิ่งต้องเลี่ยงด้วยไหม?

เลเซอร์และโทนนิ่งก็เป็นหัตถการอีกกลุ่มที่ส่วนใหญ่แนะนำให้เลื่อนออกไปในช่วงตั้งครรภ์ เพราะการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้ผิวไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น รอยดำหรือปฏิกิริยาระคายเคืองอาจเกิดขึ้นแบบคาดเดาได้ยากกว่าปกติ เหตุผลหลักที่ต้องเลื่อนไม่ใช่เพราะเลเซอร์เองอันตรายโดยตรง แต่เพราะปฏิกิริยาของผิวระหว่างตั้งครรภ์คาดเดาได้ยาก

ฝ้าที่เข้มขึ้นระหว่างตั้งครรภ์มักเป็นเรื่องที่กังวลกันบ่อย แต่หลายครั้งก็เป็นปรากฏการณ์ชั่วคราวจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งอาจจางลงเองตามธรรมชาติหลังคลอด ถึงอย่างนั้น ถ้ากังวลเรื่องรอยดำ การดูแลแบบไม่รุกล้ำอย่างการกันแดดก็เป็นทางเลือกแรกที่ปลอดภัยกว่าการทำหัตถการเชิงรุก

ส่วนผสมสกินแคร์ที่ควรเลี่ยงตอนตั้งครรภ์

ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร มีส่วนผสมบางตัวที่ควรระวังและเลี่ยงเป็นพิเศษ ส่วนผสมกลุ่มเรตินอยด์อย่าง tretinoin และ adapalene รวมถึง isotretinoin มีความกังวลเรื่องผลกระทบต่อทารกในครรภ์ จึงเป็นหลักทั่วไปว่าไม่ควรใช้ระหว่างตั้งครรภ์ ส่วนผสมผิวขาวอย่าง hydroquinone ก็มักเลี่ยงในช่วงนี้เช่นกัน เพราะข้อมูลเรื่องปริมาณการดูดซึมยังจำกัด

  • กลุ่มเรตินอยด์ (tretinoin, adapalene) และ isotretinoin: ส่วนผสมที่ควรเลี่ยงระหว่างตั้งครรภ์มากที่สุด
  • hydroquinone: ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตรมักเปลี่ยนไปใช้ส่วนผสมทดแทน
  • ส่วนผสมที่ค่อนข้างอ่อนโยนอย่าง niacinamide ถือว่ากังวลน้อยกว่า แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อความปลอดภัย

แทนที่จะดูฉลากส่วนผสมแล้วตัดสินใจเอง การแจ้งแพทย์ว่ากำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร แล้วให้แพทย์ผิวหนังหรือสูตินรีแพทย์ยืนยันให้ คือวิธีที่แน่นอนที่สุด

ช่วงให้นมกลับมาทำหัตถการได้เมื่อไร?

จังหวะที่จะกลับมาทำหัตถการได้ระหว่างให้นมบุตรแตกต่างกันไปตามชนิดหัตถการและสภาพร่างกายของแต่ละคน จึงยากที่จะกำหนดตายตัว โดยทั่วไปมักแนะนำให้รอจนเลิกให้นมบุตรก่อน แต่เพราะช่วงให้นมบุตรอาจยาวนาน ถ้ามีความจำเป็นต้องรักษาจริงๆ บางครั้งก็กำหนดจังหวะร่วมกับแพทย์ที่ดูแล

สิ่งสำคัญคือไม่ควรตัดสินใจเองจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพียงอย่างเดียว หัตถการเดียวกันอาจมีคำแนะนำต่างกันไปตามสภาพร่างกายและรูปแบบการให้นมของแต่ละคน การปรึกษาสูตินรีแพทย์ กุมารแพทย์ และแพทย์ผิวหนังร่วมกันจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

หลังคลอดใหม่ ๆ ทำหัตถการได้ไหม?

ช่วงหลังคลอดทันทีเป็นช่วงที่ร่างกายโฟกัสกับการฟื้นตัว หัตถการเพื่อความงามโดยทั่วไปจึงมักเลื่อนไปจนกว่าสภาพร่างกายจะมั่นคงพอสมควร ถ้าผ่านการผ่าคลอดหรือเย็บฝีเย็บ ก็ต้องนับรวมเวลาที่แผลจะหายสนิทด้วย ถ้ายังให้นมบุตรอยู่ ก็ต้องพิจารณาทั้งสถานะการให้นมและชนิดหัตถการควบคู่กันตามที่อธิบายไปก่อนหน้านี้

  • ช่วงหลังคลอดทันที: ถือเป็นช่วงที่โฟกัสการฟื้นตัวของร่างกายโดยรวม
  • ระหว่างให้นมบุตร: กำหนดจังหวะโดยพิจารณาว่าเลิกให้นมแล้วหรือยัง ร่วมกับชนิดหัตถการ
  • พอสภาพร่างกายมั่นคงแล้ว และสูตินรีแพทย์ตรวจยืนยันว่าไม่มีปัญหาเฉพาะเจาะจง ก็สามารถเริ่มดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไปได้

แทนที่จะรีบร้อน การเริ่มดูแลผิวอย่างช้าๆ ตามจังหวะการฟื้นตัวของร่างกาย จะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว

ควรปรึกษาใครจึงปลอดภัยที่สุด?

แม้จะเป็นคำถามเกี่ยวกับหัตถการผิวหนัง แต่ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร การปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือกุมารแพทย์ก็สำคัญพอๆ กับปรึกษาแพทย์ผิวหนัง การฟังความเห็นจากทั้งสองสาขาช่วยให้ชั่งน้ำหนักความจำเป็นและจังหวะเวลาของหัตถการได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น ข้อมูลที่หาเจอในอินเทอร์เน็ตหรือประสบการณ์ของคนอื่นอาจใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้ แต่ไม่สามารถใช้แทนการประเมินสภาพร่างกายของแต่ละคนได้

ถ้ามีส่วนไหนที่ยังไม่ชัดเจนหรือกังวล อย่าเก็บไว้คิดคนเดียว ลองถามโดยตรงในนัดตรวจครรภ์ครั้งถัดไป จะเป็นวิธีที่แม่นยำและปลอดภัยที่สุด

ผิวมีปัญหาตอนตั้งครรภ์และสกินแคร์พื้นฐาน

ระหว่างตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมักทำให้ปัญหาผิว ความแห้งกร้าน และอาการคันรุนแรงกว่าปกติ แทนที่จะทำหัตถการเชิงรุก การดูแลด้วยสกินแคร์พื้นฐานอย่างการล้างหน้าอ่อนโยน บำรุงความชุ่มชื้น และกันแดด เป็นสิ่งที่แนะนำเป็นอันดับแรกในช่วงนี้ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายและระคายเคืองน้อยปลอดภัยกว่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซับซ้อน

ถ้าอาการไม่เบาและรบกวนชีวิตประจำวันมาก แทนที่จะอดทนปล่อยผ่านไป ควรไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อปรึกษาวิธีรักษาที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับช่วงตั้งครรภ์ แทนที่จะเลื่อนการรักษาทั้งหมดไปโดยไม่แยกแยะ การตัดสินใจร่วมกับแพทย์ตามความรุนแรงของอาการเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลกว่า

References

Korean Dermatological Association, Korean Society of Obstetrics and Gynecology, and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

สกินบูสเตอร์ ความต่างของส่วนผสม เริ่มเห็นผลเมื่อไร รอบการฉีดและข้อควรระวัง

รวมคำถามที่พบบ่อยที่สุดก่อนฉีดสกินบูสเตอร์ ความต่างของส่วนผสมอย่าง HA และ PDRN เป็นหัตถการเดียวกับวอเตอร์ไรติ้งหรือเปล่า ผลลัพธ์เริ่มเห็นเมื่อไหร่และอยู่ได้นานแค่ไหน เจ็บมากไหม ตุ่มนูนหลังฉีดคืออะไร ควรฉีดถี่แค่ไหน ไปจนถึงใครบ้างที่ควรเลี่ยง

By Dr. Kim

Skincare

การดูแลผิวหลังทำเลเซอร์ ระยะเวลาฟื้นตัว และส่วนผสมที่ควรเลี่ยง

การทำเลเซอร์ทิ้งบาดแผลเล็ก ๆ ไว้บนผิวหนัง และระหว่างที่แผลนั้นกำลังสมาน เกราะปกป้องผิวจะอ่อนแอลงชั่วคราว บทความนี้สรุปว่าช่วงนี้ควรเติมสารอะไรและหลีกเลี่ยงสารอะไร รวมถึงระยะเวลาฟื้นตัวที่แตกต่างกันไป

By Dr. Kim

Botox

ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ผลลัพธ์ ระยะเวลาอยู่ได้ และผลข้างเคียง

รวมคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดก่อนฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ตั้งแต่กลไกที่โบทูลินัมท็อกซินช่วยคลายริ้วรอย ช่วงเวลาที่เห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน ความเจ็บปวด ความต่างจากฟิลเลอร์ ไปจนถึงกรณีที่ไม่ควรฉีด เรียงตามลำดับที่คนไข้มักสงสัยจริง ๆ

By Dr. Kim

Back to articles