ร้อยไหม คลื่นวิทยุ และอัลตราซาวด์ ต่างกันอย่างไร และเลือกอย่างไร
By Dr. Kim1 min read

แค่เริ่มค้นหาหัตถการยกกระชับ ก็มีชื่อเครื่องมือหลั่งไหลเข้ามาเต็มไปหมด ร้อยไหม RF อัลตราซาวด์ ดูคล้ายกันไปหมดแต่หลักการทำงานต่างกัน สภาพผิวที่แนะนำก็ต่างกัน เลือกหัตถการที่เหมาะกับตัวเองจริง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ราคาก็หลากหลายจนยิ่งสับสนไปกันใหญ่ บทความนี้จึงรวบรวมคำถามที่คนกำลังคิดจะทำหัตถการยกกระชับครั้งแรกถามบ่อยที่สุดในห้องปรึกษา ตั้งแต่ความต่างของหลักการแต่ละเครื่อง ช่วงเวลาที่เห็นผล ความเจ็บ ไปจนถึงว่าสภาพไหนเหมาะกับหัตถการแบบไหน อ่านเปรียบเทียบกันจะช่วยให้กำหนดทิศทางได้ก่อนไปปรึกษาจริง
ลิฟติ้งแบ่งตามวิธีได้กี่แบบ?
หัตถการยกกระชับแบ่งหลักใหญ่ ๆ ได้สองแบบ แบบแรกคือส่งพลังงานความร้อนเข้าไปในผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แบบที่สองคือใส่ไหมเข้าไปในผิวเพื่อดึงเนื้อเยื่อขึ้นแขวนไว้ทางกายภาพ เครื่องที่ใช้ความร้อนจะไม่ได้ดึงกระชับทันที แต่เป็นการค่อย ๆ ฟื้นความยืดหยุ่นผ่านกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่เมื่อเวลาผ่านไป
ในขณะที่ร้อยไหมคือการใส่ไหมละลายเข้าไปในผิวเพื่อดึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นแขวนไว้ทางกายภาพโดยตรง เมื่อไหมเข้าที่แล้ว คอลลาเจนรอบ ๆ ก็จะถูกกระตุ้นตามไปด้วย จึงยังคงความกระชับไว้ได้ระดับหนึ่งแม้ไหมจะละลายไปแล้ว พูดง่าย ๆ คือเครื่องพลังงานความร้อนเน้นกระตุ้นคอลลาเจนเป็นหลัก ส่วนร้อยไหมคือการดึงกระชับทางกายภาพควบคู่ไปกับการกระตุ้นคอลลาเจน
ร้อยไหมกับคลื่นวิทยุต่างกันอย่างไร?
เครื่อง RF ส่งพลังงานไฟฟ้าเข้าไปในผิวจนเกิดความร้อน และความร้อนนี้จะกระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนให้ค่อย ๆ ดึงความกระชับกลับมา เพราะไม่ได้ใส่เข็มหรือไหมเข้าไป แค่แปะเครื่องมือลงบนผิวโดยตรง การฟื้นตัวจึงค่อนข้างเร็วและเหมาะกับการดูแลเบา ๆ แบบทำซ้ำบ่อย ๆ
- RF: ส่งความร้อนจากผิวชั้นนอกกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยหรือความยืดหยุ่นเริ่มลดลง
- ร้อยไหม: ใส่ไหมดึงเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยขึ้นทางกายภาพ รู้สึกได้ชัดกว่าเมื่อผิวหย่อนคล้อยไปมากแล้ว
- ทั้งสองวิธีกระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่จุดต่างที่ใหญ่ที่สุดคือร้อยไหมมีแรงดึงทางกายภาพเพิ่มเข้ามาด้วย
ดังนั้นจะเหมาะกับแบบไหนขึ้นอยู่กับระดับความหย่อนคล้อยและขนาดของการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการ
ลิฟติ้งอัลตราซาวด์ต่างจากคลื่นวิทยุอย่างไร?
อัลตราซาวด์ยกกระชับ (HIFU) ต่างจาก RF ตรงที่สามารถรวมพลังงานส่งลงไปถึงชั้นลึกของผิวได้ถึงชั้นพังผืด SMAS เพราะให้ความร้อนกระตุ้นโดยตรงที่ชั้นพังผืดซึ่งทำหน้าที่ดึงใบหน้าไว้ จึงใช้เพื่อดึงความกระชับของชั้นลึกขึ้นมา ในขณะที่ RF มักกระจายความร้อนในวงกว้างแต่อยู่ในชั้นที่ตื้นกว่า
ดังนั้นถ้าผิวหย่อนคล้อยในชั้นลึกเด่นชัด มักพิจารณาอัลตราซาวด์มากกว่า แต่ถ้าสิ่งที่อยากแก้ก่อนคือความกระชับและผิวสัมผัสของชั้นผิวด้านนอก มักพิจารณา RF มากกว่า แต่เครื่องทั้งสองแบบก็มีรุ่นย่อยที่ความลึกและวิธีส่งพลังงานต่างกันไปอีก การตัดสินผลลัพธ์จากแค่ชื่อเครื่องจึงไม่แม่นยำเท่ากับไปปรึกษาและให้แพทย์ดูสภาพผิวจริง
เริ่มเห็นผลเมื่อไรและอยู่ได้นานแค่ไหน?
เครื่องพลังงานความร้อนจะเห็นผลค่อย ๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนตามการสร้างคอลลาเจนใหม่ มากกว่าเห็นผลทันทีหลังทำ โดยทั่วไปจะเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงราวเดือนที่ 1 และผลลัพธ์จะเข้าที่ราวเดือนที่ 3 ส่วนร้อยไหมเพราะไหมดึงเนื้อเยื่อขึ้นทันที จึงมักมาพร้อมความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ทันทีด้วย
- RF อัลตราซาวด์: ค่อย ๆ เห็นผล และมักอยู่ได้ประมาณ 3 ถึง 6 เดือน
- ร้อยไหม: ดึงกระชับทันทีบวกกับการกระตุ้นคอลลาเจน ผลอาจอยู่ได้ประมาณ 1 ปี
- ทุกเครื่องมือไม่ได้ให้ผลถาวร แต่เป็นหัตถการที่ต้องดูแลซ้ำเมื่อเวลาผ่านไป
ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกเครื่องไหน ควรมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลเป็นระยะมากกว่าหัตถการที่จบในครั้งเดียว
เกณฑ์เลือกตามระดับความหย่อนคล้อย
ถ้าผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยและอยากเสริมความกระชับเพียงอย่างเดียว หลายคนมักเริ่มจาก RF หรืออัลตราซาวด์ระดับเบา แต่ถ้าผิวหย่อนคล้อยชัดเจนจนเส้นกรามหรือแก้มดูตกลง มักพิจารณาร้อยไหมหรือเครื่องอัลตราซาวด์ที่เข้าถึงชั้นลึกร่วมด้วย สิ่งที่สำคัญกว่าอายุคือระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของผิว และปริมาณไขมัน
- ความยืดหยุ่นลดลงเล็กน้อย: มักเริ่มจากการดูแลด้วย RF เป็นหลัก
- เส้นกรามหรือแก้มหย่อนคล้อยชัดเจน: พิจารณาร้อยไหมหรืออัลตราซาวด์ชั้นลึกร่วมกัน
- ผิวบางหรือไขมันน้อย: ต้องเลือกเครื่องและปรับความแรงพลังงานอย่างระมัดระวังมากขึ้น
การประเมินที่แม่นยำที่สุดคือปรึกษาแพทย์ที่ดูผิวและสัมผัสเนื้อผิวจริงด้วยตัวเอง
ระหว่างทำเจ็บแค่ไหน?
RF และอัลตราซาวด์อาจให้ความรู้สึกร้อนและเจ็บแปลบเบา ๆ เวลาพลังงานเข้าไปลึก แต่เพราะหลายเครื่องมีระบบความเย็นในตัวหรือทาครีมชาก่อน ความเจ็บส่วนใหญ่จึงอยู่ในระดับที่ทนได้ ส่วนร้อยไหมใช้ยาชาเฉพาะที่ระหว่างใส่ไหม ความเจ็บระหว่างทำจึงไม่มาก แต่หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีความรู้สึกตึงหรือปวดเมื่อยค้างอยู่ได้อีกไม่กี่วัน
ถ้าไวต่อความเจ็บ ควรแจ้งตอนปรึกษาและขอปรับวิธีให้ยาชาหรือระดับพลังงาน เพราะเครื่องเดียวกันแต่ตั้งค่าความแรงต่างกัน ความเจ็บที่รู้สึกก็ต่างกันมาก
กี่วันจึงกลับไปใช้ชีวิตปกติ?
RF และอัลตราซาวด์ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตั้งแต่วันที่ทำเลย แต่อาจมีรอยแดงหรือบวมเล็กน้อยค้างอยู่วันสองวัน ส่วนร้อยไหมเพราะต้องใส่ไหมเข้าไป อาจมีจ้ำเลือด บวม หรือความรู้สึกตึงต่อเนื่องได้นานตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึง 1-2 สัปดาห์ จึงต้องการเวลาฟื้นตัวมากกว่า
ถ้ามีนัดสำคัญหรือมีงาน ร้อยไหมควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนงาน ส่วน RF หรืออัลตราซาวด์เผื่อเวลาแค่ไม่กี่วันก่อนก็เพียงพอ จะปลอดภัยกว่า
ทำหลายหัตถการพร้อมกันได้ไหม?
การทำ RF อัลตราซาวด์ และร้อยไหมควบคู่กันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะแต่ละอย่างทำงานในความลึกและวิธีต่างกัน จึงรวมกันได้ เช่น ความกระชับผิวชั้นนอกใช้ RF ชั้นลึกใช้อัลตราซาวด์ เนื้อเยื่อหย่อนคล้อยใช้ร้อยไหม แต่ถ้าได้รับพลังงานมากเกินไปจากหลายเครื่องพร้อมกันในครั้งเดียว อาจทำให้บวมหรือระคายเคืองมากขึ้น จึงมักเว้นระยะและจัดลำดับการทำ
ชุดผสมแบบไหนเหมาะกับใคร ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ ควรปรึกษาแพทย์ร่วมกันว่าจะทำเดี่ยวหรือทำควบคู่กัน และแทนที่จะทำหลายเครื่องพร้อมกันตั้งแต่แรก การลองทำเครื่องเดียวก่อนแล้วดูปฏิกิริยาผิว ก่อนค่อยเพิ่มเครื่องถัดไป จะเป็นภาระต่อผิวน้อยกว่าและช่วยให้แยกออกได้เองว่าเครื่องไหนสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบไหน
กรณีที่ควรเลี่ยงหรือควรแจ้งแพทย์ก่อน
คนที่กำลังตั้งครรภ์ มีการอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำ หรือมีโลหะฝังในร่างกายหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างเครื่องกระตุ้นหัวใจ อาจต้องเลี่ยงเครื่องบางชนิด สำหรับร้อยไหม ถ้าเคยมีไหมเหลือค้างจากการร้อยไหมครั้งก่อนในบริเวณเดียวกัน หรือเคยติดเชื้อที่ผิวมาก่อน ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้าเสมอ
คนที่กำลังใช้ยาที่ทำให้เลือดบางลงหรือมีแนวโน้มเป็นแผลเป็นคีลอยด์ก็ควรแจ้งตอนปรึกษาเช่นกัน จุดที่ไม่แน่ใจไม่ควรตัดสินใจเอง การแจ้งรายละเอียดทุกอย่างตอนซักประวัติก่อนทำจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ปลอดภัยที่สุด
References
Korean Dermatological Association, American Society for Dermatologic Surgery (ASDS), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Xerf RF ผลลัพธ์ ใช้ความถี่สองชนิดพร้อมกันแล้วต่างกันอย่างไร?
Xerf คลื่นวิทยุความถี่สูงใช้สองความถี่ที่แตกต่างกันพร้อมกัน เพื่อกระตุ้นทั้งชั้นหนังแท้ตื้นและชั้นพังผืดที่อยู่ลึกไปพร้อมกัน เป็นเครื่องมือยกกระชับผิว บทความนี้อธิบายตั้งแต่หลักการที่ความลึกของความร้อนเปลี่ยนไปตามความถี่ ไปจนถึงการหดตัวทันทีของคอลลาเจนและกระบวนการสร้างใหม่หลังจากนั้น รวมถึงจำนวนครั้งที่แนะนำและระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ โดยเน้นอธิบายกลไกเป็นหลัก
By Dr. Kim

รักษาแขนหย่อนคล้อย อัลตราซาวด์และ RF เห็นผลได้นานแค่ไหน?
หนังแขนหย่อนคล้อยไม่ได้เกิดจากไขมันสะสมอย่างเดียว แต่เป็นผลจากผิวหนัง ไขมัน และกล้ามเนื้อที่เสียความกระชับไปพร้อมกัน บทความนี้อธิบายหลักการที่อัลตราซาวด์และคลื่นวิทยุ RF กระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวเพื่อดึงกระชับ พร้อมสรุประยะฟื้นตัวและอยู่ได้นานแค่ไหน
By Dr. Lee

ฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ผลลัพธ์ ระยะเวลาอยู่ได้ และผลข้างเคียง
รวมคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดก่อนฉีดโบท็อกซ์ครั้งแรก ตั้งแต่กลไกที่โบทูลินัมท็อกซินช่วยคลายริ้วรอย ช่วงเวลาที่เห็นผลและอยู่ได้นานแค่ไหน ความเจ็บปวด ความต่างจากฟิลเลอร์ ไปจนถึงกรณีที่ไม่ควรฉีด เรียงตามลำดับที่คนไข้มักสงสัยจริง ๆ
By Dr. Kim