prettytime
Lifting

หนังตาหย่อนคล้อยผิวรอบดวงตาไม่กระชับ เลือกอย่างไรระหว่าง Eye Shurink Eye Thermage และ Eye Oligio อัลตราซาวด์กับ RF

By Dr. Lee1 min read

เวลาไปปรึกษาเรื่องหนังตาหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยรอบดวงตา มักจะได้ยินชื่อ Eye Shurink, Eye Thermage และ Eye Oligio พร้อมกันเสมอ ทั้งสามตัวถูกแนะนำว่าเป็นหัตถการยกกระชับเฉพาะรอบดวงตา แต่จริง ๆ แล้วใช้พลังงานคนละแบบกันเลย Eye Shurink ใช้อัลตราซาวด์ ส่วน Eye Thermage และ Eye Oligio ใช้ RF

ชื่อคล้ายกันจนหลายคนคิดว่าเป็นแค่ความต่างของแบรนด์เฉย ๆ แต่พอพลังงานต่างกัน วิธีที่มันสัมผัสกับเนื้อเยื่อก็ต่างกันไปด้วย และผิวรอบดวงตาเป็นผิวที่บางที่สุดและบอบบางที่สุดบนใบหน้า ความต่างตรงนี้เลยรู้สึกได้ชัดกว่าเครื่องที่ใช้กับลำตัวมาก บทความนี้จะไล่อธิบายว่าแต่ละหัตถการทำงานกับรอบดวงตาอย่างไร แล้วควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือก

ทำไมผิวรอบดวงตาถึงต้องการวิธีที่ต่างออกไป

ผิวรอบดวงตาบางกว่าส่วนอื่นของใบหน้ามาก หลายกรณีบางไม่ถึงครึ่งหนึ่งของผิวแก้มหรือหน้าผาก และแทบไม่มีชั้นไขมันรองรับเลย ถ้าเอาเครื่องที่ใช้กับลำตัวหรือส่วนอื่นของหน้ามาจ่อรอบดวงตาแบบเดิม ความร้อนอาจลึกเกินไปและแรงเกินไปจนเสี่ยงอันตราย

ด้วยเหตุนี้เครื่องที่ใช้กับรอบดวงตาส่วนใหญ่จึงต้องมีทิปหรือคาร์ทริดจ์แยกต่างหาก เป็นเวอร์ชันที่ลดพื้นที่ปล่อยพลังงานให้แคบลงและลดกำลังลงให้เหมาะกับผิวบาง นี่คือเหตุผลที่เครื่องยี่ห้อเดียวกันมักมีคำว่า Eye นำหน้าเวอร์ชันสำหรับรอบดวงตา เพราะบริเวณนี้อยู่ใกล้กระดูกและลูกตา พลังงานจึงต้องไปถึงแค่ชั้นที่ต้องการและด้วยความแรงที่ปลอดภัยเท่านั้น

อีกอย่างคือรอบดวงตาเป็นจุดที่เคลื่อนไหวตลอดเวลาทุกครั้งที่ทำสีหน้า กล้ามเนื้อรอบตาหดและคลายตัวซ้ำ ๆ เวลายิ้มหรือขมวดคิ้ว ทำให้ริ้วรอยเกิดก่อนจุดอื่นและหย่อนคล้อยก็สังเกตเห็นได้เร็วกว่าเช่นกัน จึงไม่แปลกที่หลายคนกังวลว่าจะเริ่มดูแลตอนไหนและด้วยวิธีไหนดี

หลักการยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ของ Eye Shurink

Eye Shurink เป็นเวอร์ชันสำหรับรอบดวงตาของเครื่อง Shurink ซึ่งเป็นเครื่องยกกระชับด้วยอัลตราซาวด์ หลักการคล้ายกับการใช้แว่นขยายรวมแสงแดดให้มาตกจุดเดียว คือรวมคลื่นอัลตราซาวด์ไม่ใช่ที่ผิวหน้าแต่ที่จุดลึกจุดหนึ่งใต้ผิว แล้วสร้างความร้อนสูงขึ้นชั่วขณะตรงจุดนั้นจุดเดียว

ความร้อนที่รวมตัวตรงนั้นจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดปฏิกิริยาแข็งตัวในระดับจิ๋ว ร่างกายรับรู้ว่าตรงนี้เป็นความเสียหายที่ต้องซ่อมแซม จึงตามมาด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ในบริเวณนั้น จุดเด่นของอัลตราซาวด์คือรวมพลังงานลงลึกในระดับที่ต้องการได้แม่นยำกว่าพลังงานแบบอื่น ทำให้บริเวณแคบและบางอย่างรอบดวงตากระตุ้นได้เฉพาะชั้นที่ต้องการได้ค่อนข้างง่าย

Eye Thermage กับ Eye Oligio ต่างกันอย่างไรในกลุ่ม RF

Eye Thermage และ Eye Oligio เป็นเครื่องกลุ่มเดียวกัน ทั้งคู่ใช้ RF แบบโมโนโพลาร์ RF ไม่ได้รวมพลังงานลงจุดเดียวแบบอัลตราซาวด์ แต่กระจายจากผิวหน้าลงไปทั่วชั้นหนังแท้ แล้วเกิดความร้อนตอนที่ผ่านเนื้อเยื่อที่มีความต้านทาน ลองนึกภาพกระแสไฟฟ้าที่วิ่งผ่านเส้นทางที่ผ่านได้ยาก แล้วเกิดความร้อนจากแรงเสียดทานนั้นก็จะเข้าใจง่ายขึ้น

ความร้อนนี้จะไปเปลี่ยนโครงสร้างของเส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้หดตัวทันที แล้วตามมาด้วยปฏิกิริยาซ่อมแซมที่สร้างคอลลาเจนใหม่ Eye Thermage เป็นทิปสำหรับรอบดวงตาของเครื่อง RF ยกกระชับต้นตำรับที่ใช้กันมายาวนานในหลายส่วนของร่างกาย แล้วย่อส่วนให้เหมาะกับรอบดวงตา ส่วน Eye Oligio เป็นทิปสำหรับรอบดวงตาของเครื่อง RF แบบโมโนโพลาร์ที่พัฒนาในประเทศเกาหลี ออกแบบให้ทิปมีขนาดเล็กลงอีกเพื่อให้เข้าถึงบริเวณแคบและโค้งอย่างแนวขนตาได้ละเอียดขึ้น ทั้งสองเครื่องใช้หลักการ RF เหมือนกัน แต่ต่างกันที่ขนาดทิปและช่วงปรับกำลัง ความต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าตัวไหนดีกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าทิปแบบไหนเหมาะกับความกว้างและความโค้งของบริเวณที่ต้องการดูแลมากกว่า

หย่อนคล้อยกับริ้วรอยเล็ก ควรดูสัญญาณไหนก่อน

ปัญหารอบดวงตาแบ่งได้เป็นสองแบบหลัก แบบแรกคือหนังตาหรือใต้ตาหย่อนคล้อยจนโครงหน้าดูเสียรูป อีกแบบคือริ้วรอยเล็กรอบดวงตาที่ผิวชั้นบางเปลี่ยนแปลงและเป็นรอยพับถี่ ๆ สองปัญหานี้มีสาเหตุต่างกัน แม้จะเป็นหัตถการเดียวกันก็อาจรู้สึกถึงผลลัพธ์ต่างกันได้

หย่อนคล้อยเกิดจากเนื้อเยื่อรองรับหย่อนตัว จึงเหมาะกับวิธีที่ส่งความร้อนกระจายทั่วบริเวณกว้าง ส่วนริ้วรอยเล็กมักมาจากความยืดหยุ่นของชั้นผิวตื้น ๆ ใกล้ผิวหน้าลดลง จึงเหมาะกับวิธีที่รวมพลังงานลงจุดแคบและตื้นซึ่งตอบสนองได้ละเอียดกว่า ดังนั้นในการปรึกษา ควรเช็กก่อนว่าหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยเล็กเป็นปัญหาที่เด่นกว่ากัน แล้วค่อยเลือกพลังงานที่เหมาะกับสิ่งนั้น

เกณฑ์เลือกระหว่างสามหัตถการ

ทั้งสามหัตถการหลักการต่างกัน แต่เป้าหมายสุดท้ายเหมือนกันคือกระตุ้นคอลลาเจนให้รอบดวงตากระชับขึ้น การพิจารณาเกณฑ์ต่อไปนี้จะช่วยให้ถามคำถามได้ตรงจุดขึ้นตอนปรึกษา

  • หย่อนคล้อยเป็นปัญหาหลัก: RF ที่ส่งความร้อนกระจายทั่วบริเวณกว้างอาจช่วยรองรับเนื้อเยื่อทั้งหมดได้ดีกว่า เพราะหย่อนคล้อยไม่ใช่ปัญหาเฉพาะจุด แต่เป็นการที่แรงรองรับลดลงทั่วบริเวณกว้าง
  • ริ้วรอยเล็กเป็นหลัก: อัลตราซาวด์ที่รวมพลังงานลงจุดลึกได้แม่นยำอาจช่วยกระตุ้นชั้นตื้นใกล้ผิวได้ละเอียดกว่า เพราะจุดโฟกัสไม่กระจายและตกที่ชั้นเดียวที่ต้องการเท่านั้น
  • ต้องดูแลถึงบริเวณแคบอย่างแนวขนตา: เครื่องที่ทิปมีขนาดเล็กกว่าจะเคลื่อนตามแนวโค้งได้ละเอียดกว่า เพราะทิปที่ใหญ่อาจสัมผัสไม่ทั่วถึงบนพื้นผิวโค้งแคบ ๆ
  • ผิวบอบบางหรือบาง: เครื่องที่มีช่วงปรับกำลังกว้างและใช้กับรอบดวงตามานานอาจปลอดภัยกว่าถ้าเลือกเป็นตัวแรก เพราะยิ่งปรับได้กว้าง ยิ่งลดกำลังให้เหมาะกับความบางของผิวแต่ละคนได้ละเอียดขึ้น

สรุปแล้วไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับสภาพรอบดวงตาและบริเวณที่ต้องการดูแลของแต่ละคน ถ้าบอกให้ชัดตอนปรึกษาว่าหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยเล็กเป็นปัญหาที่กังวลมากกว่ากัน และอยากดูแลถึงบริเวณไหนบ้าง ก็จะช่วยให้แพทย์แนะนำวิธีที่เหมาะกว่าในสามแบบนี้ได้ง่ายขึ้น สำหรับคนที่กังวลหลายจุดพร้อมกัน การผสมหัตถการต่างแบบกันตามแต่ละบริเวณแทนการยึดวิธีเดียวก็เป็นเรื่องที่มักถูกพูดถึงในการปรึกษาเช่นกัน

การดูแลหลังทำและช่วงเวลาที่คอลลาเจนก่อตัว

ทั้งสามหัตถการมักให้ผลลัพธ์ที่รู้สึกได้ทันทีคือรอบดวงตาดูตึงกระชับขึ้นบ้างหลังทำเสร็จ นี่เป็นปฏิกิริยาจากคอลลาเจนเดิมที่หดตัวชั่วขณะเพราะความร้อน แต่การเปลี่ยนแปลงจริง ๆ จะค่อย ๆ ปรากฏในอีกหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนถัดไป ตอนที่คอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้น เพราะความร้อนแค่เป็นตัวจุดชนวนให้ร่างกายเริ่มปฏิกิริยาซ่อมแซม แต่การถักคอลลาเจนใหม่นั้นต้องใช้เวลา

ในช่วงนี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการถูหรือกดรอบดวงตาแรง ๆ เพราะเนื้อเยื่อที่เพิ่งถูกกระตุ้นยังไม่ตั้งตัว หากมีแรงกระทบทางกายภาพเพิ่มเข้ามาอาจรบกวนกระบวนการซ่อมแซมได้ และรอบดวงตายังเป็นบริเวณที่ไวต่อรังสียูวี ดังนั้นไม่ว่าจะเพิ่งทำหัตถการมาหรือไม่ การทากันแดดอย่างสม่ำเสมอก็ช่วยรักษาคอลลาเจนที่สร้างใหม่ไว้ได้ด้วยเช่นกัน

ความเร็วในการก่อตัวของคอลลาเจนแตกต่างกันไปในแต่ละคน อายุ สภาพผิวเดิม รวมถึงความแรงและขอบเขตของการกระตุ้นล้วนทำให้รู้สึกถึงผลลัพธ์ได้เร็วหรือช้ากว่ากัน จึงไม่ควรคาดหวังการเปลี่ยนแปลงใหญ่ทันทีหลังทำครั้งเดียว แต่ควรมองเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ ดีขึ้นตลอดหลายสัปดาห์จะสมเหตุสมผลกว่า

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Lifting

เกณฑ์เลือก RF, HIFU และร้อยไหมสำหรับคอหย่อนคล้อย ขึ้นอยู่กับสาเหตุจากผิวหรือกล้ามเนื้อ

สาเหตุของคอหย่อนคล้อยไม่เหมือนกันในแต่ละคน บางคนผิวเองบางลงและยืดตัว บางคนพังผืดหรือกล้ามเนื้อใต้ผิวแยกตัวออกจากกัน บทความนี้สรุปว่า Thermage แบบคลื่นวิทยุ RF, HIFU แบบคลื่นเสียง และร้อยไหม กระตุ้นชั้นไหนบ้าง และแบบไหนเหมาะกับสาเหตุแบบใด

By Dr. Lee

Lifting

หลักการที่ Density RF ใช้คลื่นวิทยุ 2 โหมด กระชับผิวทันทีพร้อมกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ และต้องทำกี่ครั้ง

Density RF เป็นหัตถการยกกระชับที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่สูง 2 โหมดที่ทำงานต่างกันร่วมกัน เพื่อให้ได้ทั้งความกระชับที่รู้สึกได้ทันทีหลังทำ และคอลลาเจนใหม่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในช่วง 4 ถึง 12 สัปดาห์ถัดมา บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องใช้ 2 โหมดร่วมกัน ความร้อนทำงานในชั้นผิวตามลำดับอย่างไร และทำไมถึงต้องแบ่งทำหลายครั้ง โดยเน้นอธิบายจากหลักการทำงานจริง

By Dr. Kim

Diet

Bodyonda หัตถการหน้าท้องหลังคลอด หลักการที่จัดการทั้งไขมันส่วนเกินและความหย่อนคล้อยของผิวหน้าท้องไปพร้อมกัน

Bodyonda เป็นหัตถการที่ใช้พลังงานไมโครเวฟให้ความร้อนแก่ชั้นไขมันใต้ผิวหนังอย่างเจาะจง จนเซลล์ไขมันสลายตัว พร้อมกับกระตุ้นให้เส้นใยคอลลาเจนในชั้นหนังแท้หดตัวเพื่อเพิ่มความกระชับ บทความนี้สรุปลำดับที่ปฏิกิริยาทั้งสองอย่างเกิดขึ้นในบริเวณที่มีทั้งไขมันสะสมและความหย่อนคล้อยอย่างหน้าท้องหลังคลอด

By Dr. Lee

Back to articles