เซลลูไลท์จะลดลงได้จริงไหมถ้าใช้ Onda และ Body HIFU ผลลัพธ์กับข้อจำกัดที่ต้องรู้
By Dr. Kim2 min read

เซลลูไลท์ที่ต้นขาหรือสะโพกดูเป็นลักยิ้มขรุขระ แม้ลดน้ำหนักแล้วก็ยังไม่หายไปไหน ตอนนี้มีทางเลือกอย่าง Onda และ Body HIFU ที่ไม่ต้องผ่าตัด แค่ใช้เครื่องช่วยเท่านั้น หลายคนก็เลยสงสัยว่าได้ผลจริงไหม
ก่อนอื่นขอบอกให้สบายใจก่อน เซลลูไลท์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงส่วนใหญ่หลังวัยรุ่นมีกัน ไม่ใช่โรค ไม่ใช่ข้อบกพร่องที่น่าอาย แต่ถ้าอยากปรับปรุง เครื่องแต่ละชนิดก็มีหลักการและผลที่แตกต่างกัน บทความนี้จะพาไปรู้จักสาเหตุ วิธีทำงานของ Onda กับ Body HIFU เปรียบเทียบกับ RF และข้อจำกัดที่ควรรู้ โดยอ้างอิงจากงานวิจัยจริง

เซลลูไลท์เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ปัญหาอยู่ที่โครงสร้าง ไม่ใช่ปริมาณไขมัน ใต้ผิวหนังมีเส้นใย (septae) ที่เชื่อมผิวกับพังผืดกล้ามเนื้อ เส้นใยพวกนี้ดึงผิวลงด้านล่าง ในขณะที่ไขมันถูกดันขึ้นมาระหว่างช่องว่าง จึงเกิดเป็นลักยิ้มขรุขระ ลองนึกภาพเบาะโซฟาที่มีปุ่มกระดุมดึงเป็นแอ่งก็เห็นภาพได้เลย
เหตุที่ผู้หญิงเป็นมากกว่าก็เพราะโครงสร้างนี้แตกต่างกัน ผู้หญิงมีเส้นใยเหล่านี้วางตัวตั้งฉากกับผิวหนัง ทำให้ไขมันโป่งขึ้นมาได้ง่าย ส่วนผู้ชายมีเส้นใยเรียงแบบทแยงไขว้กัน จึงเกิดได้น้อยกว่า ฮอร์โมนเพศหญิงก็มีส่วนด้วย นั่นเป็นเหตุให้แม้คนผอมก็อาจมีเซลลูไลท์ได้
ข้อเท็จจริงสำคัญคือ เซลลูไลท์ไม่ค่อยสัมพันธ์กับปริมาณไขมัน ดังนั้นการลดน้ำหนักจึงไม่ได้ทำให้หายไปเสมอ งานวิจัยพบว่าความหนาของไขมันใต้ผิวหนังกับระดับเซลลูไลท์ไม่มีความสัมพันธ์ชัดเจน และการดูดไขมันก็ไม่ได้ช่วยอีก พอเข้าใจแบบนี้แล้ว ก็จะเห็นว่าทำไมการรักษาด้วยเครื่องจึงพัฒนาแนวทางที่ลดไขมันควบคู่กับกระชับผิวไปพร้อมกัน

Onda ช่วยลดเซลลูไลท์ได้อย่างไร?
Onda ใช้คลื่นไมโครเวฟที่มีคุณสมบัติผ่านชั้นผิวได้โดยตรง แล้วถูกดูดซึมที่ชั้นไขมันใต้ผิวเป็นหลัก เครื่องจะระบายความร้อนที่หนังกำพร้าเพื่อปกป้องผิวชั้นบน ขณะเดียวกันก็ทำให้ไขมันร้อนขึ้นอย่างเจาะจง ความร้อนนี้ทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ไขมันเสียหาย ไขมันจึงถูกปล่อยออกมาแล้วค่อยๆ ถูกกำจัดผ่านระบบน้ำเหลือง ในขณะเดียวกันความร้อนยังกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวกระชับและเรียบขึ้น
ตัวเลขจากงานวิจัยก็น่าสนใจ การศึกษาในผู้หญิง 26 คนพบว่าหลังจากรับการรักษา 4 ครั้งห่างกัน 4 สัปดาห์ คะแนนเซลลูไลท์ลดลงจาก 10.7 เหลือ 4.5 และสัดส่วนผู้ที่มีเซลลูไลท์รุนแรงลดลงอย่างชัดเจน เส้นรอบสะโพกลดลงประมาณ 4 cm งานวิจัยอื่นๆ พบการลดลงของเส้นรอบเอวประมาณ 3-4 cm อย่างไรก็ตาม การศึกษาส่วนใหญ่มีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก จึงควรมองตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางคร่าวๆ
ข้อดีของ Onda คือแทบไม่เจ็บและฟื้นตัวเร็ว หัวรักษาที่มีระบบทำความเย็นทำให้รู้สึกเหมือนนวดอุ่นๆ โดยทั่วไปรับการรักษา 3-4 ครั้งห่างกัน 4 สัปดาห์ และผลจะค่อยๆ ปรากฏใน 2-3 สัปดาห์หลังรักษา เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดไขมันควบคู่กับกระชับผิวไปพร้อมกัน

Body HIFU แตกต่างจาก Onda ตรงไหน?
Body HIFU รวมความเข้มข้นของคลื่นอัลตราซาวด์ไว้ที่จุดเดียวในชั้นไขมันใต้ผิว ความร้อนที่จุดโฟกัสจะทำลายเซลล์ไขมัน โดยออกแบบให้ผ่านหนังกำพร้าและผิวหนังแท้ไปโดยไม่ส่งผลกระทบ แล้วไปทำงานเฉพาะชั้นไขมันที่ต้องการ ถ้า Onda คือการให้ความร้อนแบบกว้าง HIFU คือการเจาะความร้อนลงที่จุดเจาะจง
ด้านหลักฐานนั้น HIFU มีจุดเด่น งานวิจัยแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุม 180 คน เปรียบเทียบการรักษาจริงกับการจำลอง พบว่ากลุ่มที่ได้รับ HIFU มีเส้นรอบเอวลดลงประมาณ 2.4 cm งานวิจัยที่ออกแบบมาอย่างดีขนาดนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มาก ทำให้ HIFU เหมาะสมเป็นพิเศษเมื่อเป้าหมายคือลดไขมันเฉพาะจุดอย่างชัดเจน
สิ่งที่ควรรู้คือความเจ็บปวด การรวมความร้อนที่จุดเดียวทำให้รู้สึกเจ็บแปลบระหว่างรักษามากกว่า Onda แต่เนื่องจากเป็นการทำลายเซลล์ไขมัน จำนวนครั้งจึงน้อยกว่า ปกติ 1-2 ครั้งก็พอ เซลล์ไขมันที่ถูกทำลายแล้วจะไม่งอกขึ้นมาใหม่ ดังนั้นถ้าควบคุมน้ำหนักได้ ผลจะอยู่ได้นาน HIFU มีจุดแข็งในการลดไขมันที่หน้าท้องหรือสีข้างมากกว่าการแก้ลักยิ้มของเซลลูไลท์โดยตรง ควรกำหนดเป้าหมายให้ชัดก่อนเลือก

Onda, HIFU หรือ RF แบบไหนเหมาะกับเรามากกว่า?
เครื่องทั้งสามมีจุดแข็งต่างกัน Onda ใช้คลื่นไมโครเวฟดูแลทั้งไขมันและความยืดหยุ่นของผิว จึงครอบคลุมเรื่องเซลลูไลท์ได้สมดุล และเจ็บน้อย Body HIFU ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ทำลายไขมันได้ชัดเจน เหมาะกับการลดไขมันเฉพาะจุด จำนวนครั้งน้อยแต่เจ็บกว่า RF ใช้ความร้อนกระชับผิวได้ดี เจ็บน้อย แต่ต้องรักษา 6-10 ครั้ง
ตัวเลขเส้นรอบวงใกล้เคียงกัน Onda ลดเส้นรอบท้องหรือสะโพกได้ประมาณ 3-4 cm, HIFU ลดเส้นรอบเอวได้ประมาณ 2.4 cm, RF ลดเส้นรอบต้นขาได้ประมาณ 2 cm ถ้าเทียบเป็นไซส์กางเกงก็ประมาณครึ่งไซส์ ควรมองเป็นการปรับปรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่
การเลือกจึงขึ้นอยู่กับเป้าหมาย ถ้าต้องการดูแลเซลลูไลท์และผิวพร้อมกันโดยไม่อยากเจ็บ Onda เป็นตัวเลือกที่ดี ถ้าเป้าหมายหลักคือลดไขมันเฉพาะจุดชัดๆ ก็ HIFU ถ้าต้องการกระชับผิวที่หย่อนควบคู่ด้วย RF ก็เหมาะกว่า บางรายอาจใช้สองเครื่องร่วมกันตามบริเวณและสภาพผิว ควรปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อวางแผนให้เหมาะสม

ผลลัพธ์จริง ข้อจำกัด และผลข้างเคียงเป็นอย่างไร?
มีบางเรื่องที่ควรพูดตรงๆ การรักษาด้วยพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น Onda, HIFU หรือ RF ช่วยลดไขมันและกระชับผิว ทำให้ลักษณะภายนอกของเซลลูไลท์ดีขึ้น ไขมันที่ดันขึ้นมาน้อยลงและผิวแน่นขึ้น ทำให้ผิวเรียบขึ้น แต่ไม่ได้ตัดเส้นใยที่ดึงผิวซึ่งเป็นต้นตอของเซลลูไลท์โดยตรง
ดังนั้นควรตั้งความคาดหวังให้สมจริง ส่วนใหญ่จะเห็นการปรับปรุง 1-2 ระดับในคะแนนเซลลูไลท์ เป็นการทำให้จางลงจนสังเกตได้น้อยลง ไม่ใช่การหายไปทั้งหมด ถ้ากังวลเรื่องหลุมลึกเป็นพิเศษ วิธีที่ตัดเส้นใยโดยตรงอาจเหมาะกว่า
ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง บริเวณที่รักษาอาจแดง บวม หรือช้ำชั่วคราว แต่มักหายภายในไม่กี่วัน ผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อย ด้านความคงทน การรักษาพวกนี้ให้ผลอยู่ได้นานเมื่อน้ำหนักคงที่ และควรดูแลซ้ำทุก 6-12 เดือน ในทางกลับกัน ถ้าน้ำหนักขึ้นหลังรักษา ผลอาจลดลงได้ จึงต้องดูแลไลฟ์สไตล์ไปด้วย ถ้ามองเป็นการดูแลต่อเนื่องมากกว่าการรักษาครั้งเดียว ความพึงพอใจจะสูงขึ้น

ใครเหมาะกับการรักษานี้บ้าง?
การรักษาด้วยพลังงานเหมาะกับคนที่น้ำหนักไม่มาก แต่รำคาญเรื่องเซลลูไลท์หรือไขมันที่ต้นขาหรือหน้าท้อง เป็นตัวเลือกที่ดีเมื่ออยากลดไขมันนิดหน่อยพร้อมกับกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด และแทบไม่มีช่วงพักฟื้น ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยเฉพาะคนที่ไวต่อความเจ็บปวด Onda ที่มีระบบทำความเย็นจะรู้สึกสบายกว่า
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่การรักษาที่ทดแทนการลดน้ำหนักมากๆ ต่างจากการดูดไขมันที่ลดได้ครั้งละมากๆ การรักษาพวกนี้ให้การเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป วัดกันเป็นเซนติเมตรของเส้นรอบวง ดังนั้นส่วนที่ลดได้ด้วยการออกกำลังกายและอาหารควรทำด้วยวิธีนั้นไปก่อน แล้วค่อยใช้การรักษาด้วยเครื่องเพื่อปรับปรุงในส่วนที่ดื้อดึง ถ้าสร้างฐานด้วยการออกกำลังกายและอาหารก่อน แล้วค่อยใช้การรักษาด้วยเครื่องเป็นขั้นตอนสุดท้าย ความพึงพอใจก็จะสูงสุด
สุดท้ายนี้ขอย้ำว่าเซลลูไลท์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มี ไม่ใช่โรคที่ต้องรักษา แต่ถ้าอยากปรับปรุงก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ แต่ละเครื่องมีผลลัพธ์ ความเจ็บปวด และจำนวนครั้งที่ต่างกัน เลือกให้ตรงกับบริเวณและเป้าหมายของตัวเอง แล้วปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ ก็จะช่วยให้ตัดสินใจได้โดยไม่ต้องเสียใจภายหลัง
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Density RF รวม monopolar+bipolar ไว้ด้วยกัน ลึกและตื้นในครั้งเดียว ผลจริงและข้อจำกัดที่ควรรู้
Density คืออะไร ทำไมถึงรวม monopolar แบบ Thermage กับ bipolar ไว้ด้วยกัน dual mode เปลี่ยนอะไรได้จริงบ้าง มีหลักฐานรองรับแค่ไหน เจ็บและ downtime เป็นอย่างไร และใครเหมาะกับเครื่องนี้ที่สุด (เรียบเรียงโดยไม่เกินจริง)
By Dr. Kim

เซลลูไลท์ที่ต้นขาไม่หายไปแม้ลดน้ำหนักแล้ว เพราะอะไรและมีวิธีแก้อย่างไร?
เซลลูไลท์ไม่ได้เกิดจากไขมันเยอะเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากโครงสร้างพังผืดใต้ผิวที่ดึงรั้งเอาไว้ บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่หลักการว่าทำไมโครงสร้างนี้ยังอยู่แม้ลดน้ำหนักแล้ว และการรักษาเข้าไปจัดการกับโครงสร้างนี้อย่างไร
By Dr. Kim

Coolfase RF กระชับผิวจริงไหม ระบบ DCC ช่วยลดความเจ็บปวดได้แค่ไหน?
Coolfase คืออะไร ระบบ DCC ที่ปลายหัวสัมผัสผิวโดยตรงช่วยลดความเจ็บปวดได้จริงหรือไม่ เปรียบเทียบกับ Thermage และ Volnewmer แล้วต่างกันอย่างไร พร้อมข้อมูลจากงานวิจัย monopolar RF จริงและข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อน เพราะยังไม่มีงานวิจัยทดสอบ Coolfase โดยเฉพาะสักชิ้น
By Dr. Lee