เลือกหัตถการรักษาแผลเป็นสิวตามชนิด อัตราการดีขึ้นของ subcision, fractional CO2, microneedling RF
By Dr. Lee4 min read

แผลเป็นที่หลงเหลือหลังสิวยุบ มีหลายชนิดและแต่ละชนิดตอบสนองต่อหัตถการต่างกัน รอยบุ๋มแคบลึกกับรอยบุ๋มกว้างตื้นเกิดจากสาเหตุคนละแบบ แม้ใช้เลเซอร์ตัวเดียวกันผลลัพธ์ก็อาจต่างกันมาก ดังนั้นการรักษาแผลเป็นจึงไม่ควรจบด้วยหัตถการเดียว แต่ควรเริ่มจากแยกชนิดแผลเป็นก่อน แล้วค่อยเลือกวิธีที่เหมาะสม หัตถการหลักที่ใช้กันคือ subcision, fractional CO2, microneedling RF, TCA CROSS และ HA filler ซึ่งแต่ละอย่างมีจุดเด่นต่างกัน บทความนี้จะแบ่งแผลเป็นสิวออกเป็น 3 ชนิด คือ ice pick, boxcar, rolling พร้อมอธิบายว่าหัตถการไหนเหมาะกับชนิดไหนเพราะอะไร อัตราการดีขึ้นและระยะเวลาพักฟื้นเป็นอย่างไร โดยอ้างอิงจากตัวเลขงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบ รวมถึงความเสี่ยงเรื่องรอยดำที่ต้องระวังเป็นพิเศษในผิวคนเอเชียด้วย
| ชนิดแผลเป็น | ลักษณะเด่น | หัตถการแนะนำอันดับแรก | หลักฐานการดีขึ้น | ระยะพักฟื้น |
|---|---|---|---|---|
| Ice pick | รอยแคบลึกคล้ายรูเข็ม | TCA CROSS | TCA 100% 4 ครั้ง ดีขึ้นเกิน 70% ใน 80% ของผู้ป่วย | 5-7 วัน |
| Boxcar | รอยบุ๋มขอบชัดเป็นมุม | Fractional CO2 หรือ Microneedling RF | ตอบสนองดีกับความร้อนแบบ fractional | RF 1-3 วัน, CO2 5-10 วัน |
| Rolling | รอยบุ๋มกว้างลอนคลื่น เกิดจากพังผืดยึด | Subcision ร่วมกับ filler หรือพลังงานความร้อน | เดี่ยว 44.3%, ร่วมกับ CO2 ดีขึ้น 68.6% | 3-7 วัน |
แผลเป็นของเราเป็นชนิดไหนกันแน่?
แผลเป็นสิวแบบผิวยุบตัวแบ่งตามรูปร่างได้ 3 ชนิด คือ ice pick, boxcar, rolling ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีหลายชนิดผสมกันในใบหน้าเดียว ดังนั้นในทางปฏิบัติจริงแพทย์จึงมักแยกชนิดก่อนแล้วค่อยผสมผสานวิธีรักษาให้เหมาะสม
Ice pick มีความกว้างน้อยกว่า 2 มม. ลึกในแนวตั้งลงไปถึงชั้นหนังแท้ ช่องแคบและลึกทำให้การขัดผิวเพียงอย่างเดียวไปไม่ถึงก้นแผล Boxcar เป็นรอยบุ๋มขอบชัดเป็นมุม ผนังตั้งชันเป็นรูปวงกลมหรือหลายเหลี่ยม ส่วน rolling มีรูปร่างกว้างและเป็นลอนคลื่นตื้น ๆ เกิดจากพังผืดที่ดึงรั้งแผลเป็นลงไป
| ชนิด | ความกว้างและความลึก | สังเกตด้วยตาอย่างไร | วิธีที่เหมาะสม |
|---|---|---|---|
| Ice pick | น้อยกว่า 2 มม. ลึกในแนวตั้ง | เหมือนรูแคบแหลม | ฟื้นฟูเฉพาะจุดที่ก้นแผล |
| Boxcar | ตื้นหรือลึกได้ ผนังเป็นมุม | ขอบบุ๋มชัดเจน | ปรับผิวผนังและก้นแผลให้เรียบสม่ำเสมอ |
| Rolling | กว้าง ลอนคลื่น เกิดจากพังผืด | เห็นลอนชัดเมื่อแสงส่อง | ตัดพังผืดที่ดึงรั้งเพื่อแก้ที่ต้นเหตุ |
ในทางปฏิบัติแต่ละชนิดตอบสนองต่างกันชัดเจน งานวิจัยเลเซอร์ fractional แบบไม่ลอกผิว 1550nm พบว่าอัตราการดีขึ้นเรียงลำดับ boxcar 59.2%, rolling 40.6%, ice pick 19.1% แสดงว่า ice pick ใช้เลเซอร์อย่างเดียวมีข้อจำกัด หากมีหลายชนิดผสมกัน แนวทางที่มีหลักฐานรองรับคือเริ่มจากแก้พังผืด ตามด้วยกระตุ้นคอลลาเจน แล้วจึงปรับผิวและรอยดำเป็นลำดับสุดท้าย


ทำไม rolling ต้องเริ่มที่ subcision ก่อน?
แผลเป็น rolling เกิดจากพังผืดใต้ผิวหนังที่ดึงรั้งแผลเป็นลงไป เลเซอร์ที่จัดการเฉพาะผิวหน้าจึงคลายแรงดึงนี้ได้ยาก Subcision คือการใช้เข็มเล็กหรือ cannula ปลายทู่สอดเข้าไปใต้ชั้นหนังแท้เพื่อตัดพังผืดที่ยึดอยู่โดยตรง เมื่อพังผืดหลุดออก รอยบุ๋มจะยกตัวขึ้น และเลือดที่คั่งเล็กน้อยตรงจุดที่ตัดจะกระตุ้นให้เกิดคอลลาเจนใหม่
ผลลัพธ์มีการวัดเป็นตัวเลขชัดเจน งานวิจัยในผู้ป่วย 40 คนพบว่า subcision เดี่ยวดีขึ้น 44.3% หากทำร่วมกับ HA แบบ cross-link จะดีขึ้นเป็น 62.3% และหากทำร่วมกับ fractional CO2 จะดีขึ้นถึง 68.6% ซึ่งการทำร่วมกันให้ผลดีกว่าทำเดี่ยวอย่างชัดเจน สัดส่วนผู้ป่วยที่ดีขึ้นระดับดีมากก็เพิ่มจาก 15% เมื่อทำเดี่ยว เป็น 50% เมื่อทำร่วมกับ CO2
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการทำเดี่ยวยังไม่มากนัก จึงไม่ควรคาดหวังว่า subcision เพียงอย่างเดียวจะทำให้แผลเป็นหายไปทั้งหมด โดยทั่วไปทำห่างกันเดือนละครั้ง ไม่เกิน 3 ครั้ง ระยะพักฟื้นอยู่ที่ 3-7 วัน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคือรอยช้ำและเลือดคั่ง ส่วนอาการแดง บวม และเจ็บ พบน้อยที่สุดเมื่อทำ subcision เดี่ยว
Subcision จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่แก้ที่ต้นเหตุของแผลเป็น rolling โดยตรง การคลายพังผืดก่อนแล้วค่อยเสริมด้วย filler หรือหัตถการพลังงานความร้อนเป็นวิธีที่มีหลักฐานรองรับว่าช่วยเพิ่มอัตราการดีขึ้น หากกังวลเรื่องรอยบุ๋มกว้างลอนคลื่น การเริ่มจาก subcision แล้วปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการเสริมจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
Ice pick แคบลึก หลักการของ TCA CROSS คืออะไร?
แผลเป็นแคบลึกอย่าง ice pick ต้องใช้หัตถการที่เข้าถึงก้นแผลได้จริง TCA CROSS คือการใช้กรดไตรคลอโรอะซิติกความเข้มข้นสูง 90-100% จุ่มปลายไม้จิ้มฟันแตะลงที่ก้นแผลเป็นเฉพาะจุด โปรตีนในแผลเป็นจะแข็งตัว จากนั้นเนื้อเยื่อผิวและคอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ เติมเต็มช่องนั้นขึ้นมา จุดเด่นคือไม่กระทบผิวปกติรอบข้าง
หลักฐานก็ชัดเจนเช่นกัน งานวิจัยที่ใช้ TCA 100% ทุก 2 สัปดาห์ รวม 4 ครั้ง พบว่า 8 ใน 10 คน หรือ 80% ดีขึ้นเกิน 70% ส่วนอีก 2 คนที่เหลือดีขึ้นอยู่ในช่วง 50-70% สำหรับ ice pick โดยทั่วไปทำ 3-6 ครั้ง จะทำให้ความลึกของแผลเป็นลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วิธีทำ | ทา TCA ความเข้มข้นสูงเฉพาะจุดที่ก้นแผลเป็น |
| อัตราการดีขึ้น | หลัง 4 ครั้ง ดีขึ้นเกิน 70% ใน 80% ของผู้ป่วย |
| จำนวนครั้ง | ทุก 2 สัปดาห์ 3-6 ครั้ง |
| ระยะพักฟื้น | 5-7 วัน มีสะเก็ดเฉพาะจุด |
ทันทีหลังทำจะเห็นเป็นฝ้าขาวคล้ายน้ำแข็งตรงจุดที่ทา และเกิดสะเก็ด ซึ่งจะหลุดออกภายในประมาณ 1 สัปดาห์ ในงานวิจัยดังกล่าวพบผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย คือรอยขาวชั่วคราว 1 คน และรอยดำ 1 คน นอกนั้นไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรง เนื่องจากทาเฉพาะจุด ความเสี่ยงที่รอยดำจะกระจายเป็นวงกว้างจึงค่อนข้างต่ำ แต่เพราะความเข้มข้นสูง จึงต้องทาอย่างแม่นยำและระมัดระวังตำแหน่งเป็นพิเศษ

Boxcar เลือก fractional CO2 หรือ microneedling RF ต่างกันอย่างไร?
แผลเป็น boxcar ที่มีผนังและก้นแผลชัดเจนตอบสนองดีกับหัตถการที่ปรับผิวด้วยความร้อนแบบ fractional ตัวหลักคือ fractional CO2 laser และ microneedling RF ผลการศึกษาระหว่างสองหัตถการนี้แตกต่างกันไปในแต่ละงานวิจัย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าตัวใดตัวหนึ่งดีกว่าอย่างแน่นอน
Fractional CO2 สร้างจุดความร้อนขนาดจิ๋วเรียงเป็นตาราง กระตุ้นให้เนื้อเยื่อรอบข้างสร้างคอลลาเจนใหม่ การวิเคราะห์รวมข้อมูลจากงานวิจัยแบบสุ่ม 8 ฉบับ ผู้ป่วยรวม 249 คน พบว่า CO2 ให้ผลดีขึ้นด้านแผลเป็นดีกว่าเล็กน้อย ในทางกลับกัน งานวิจัยที่เปรียบเทียบครึ่งใบหน้าซ้ายขวาพบว่าทั้งสองหัตถการให้ผลใกล้เคียงกัน และฝั่ง microneedling RF ฟื้นตัวเร็วกว่าและมีผลข้างเคียงเรื่องรอยดำน้อยกว่า
| หัวข้อ | Fractional CO2 | Microneedling RF |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพ | ดีกว่าเล็กน้อยในการวิเคราะห์รวมข้อมูล | ใกล้เคียงกันในงานวิจัยแบบครึ่งใบหน้า |
| ความเสี่ยงรอยดำ | ค่อนข้างสูง | ต่ำ รักษาชั้นหนังกำพร้าไว้ |
| ระยะพักฟื้น | 5-10 วัน แดงนาน | 1-3 วัน |
| จำนวนครั้ง | 1-3 ครั้ง | 3-4 ครั้ง |
Microneedling RF ใช้เข็มจิ๋วเคลือบฉนวนสอดเข้าชั้นหนังแท้ แล้วปล่อยคลื่นความถี่วิทยุออกเฉพาะที่ปลายเข็มเท่านั้น จุดเด่นคือให้ความร้อนเฉพาะชั้นหนังแท้ลึกโดยรักษาชั้นหนังกำพร้าไว้ ทำให้ความเสี่ยงรอยดำต่ำ สรุปคือ หากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนในครั้งเดียวและรับได้กับระยะพักฟื้นที่นานกว่า CO2 จะเหมาะกว่า แต่หากต้องการฟื้นตัวเร็วและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเรื่องรอยดำเป็นหลัก microneedling RF จะเหมาะกว่า ไม่มีหัตถการใดดีที่สุดตายตัว การเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและเงื่อนไขการพักฟื้นของแต่ละคนจึงเป็นทางเลือกที่มีหลักฐานรองรับมากกว่า

ผิวคนเอเชียต้องระวังเรื่องรอยดำแค่ไหน?
เมื่อเลือกหัตถการรักษาแผลเป็น สิ่งที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในผิวคนเอเชียคือรอยดำที่เกิดขึ้นหลังทำหัตถการ คนเอเชียจำนวนมากมีสีผิวอยู่ในระดับปานกลางถึงคล้ำ ซึ่งผิวลักษณะนี้มีแนวโน้มเกิดรอยดำค้างนานหลังได้รับความร้อนแรง ๆ แม้แผลเป็นจะจางลง แต่หากเกิดรอยดำขึ้นแทนที่ ความพึงพอใจโดยรวมก็จะลดลงมาก
ตัวเลขก็แสดงความแตกต่างชัดเจน fractional CO2 มีความเสี่ยงเกิดรอยดำสูงกว่า microneedling RF ถึง 4.44 เท่า ในผิวคล้ำความแตกต่างนี้ส่งผลต่อผลลัพธ์จริงอย่างมาก อัตราการเกิดรอยดำจากเลเซอร์ fractional แบบไม่ลอกผิวมีรายงานอยู่ที่ประมาณ 17% ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงนี้ได้ด้วยการปรับพื้นที่รักษาให้แคบลง
ดังนั้นในผิวคล้ำ ตัวเลือกที่ค่อนข้างปลอดภัยกว่าคือ microneedling RF ที่รักษาชั้นหนังกำพร้าไว้ เลเซอร์แบบไม่ลอกผิว และ TCA CROSS ที่ออกฤทธิ์เฉพาะจุด ส่วน subcision กับ filler มีการกระตุ้นด้วยความร้อนน้อยจึงมีความเสี่ยงรอยดำต่ำ ส่วนเลเซอร์ลอกผิวแรง ๆ แม้ให้ผลดีมาก แต่ก็ควรพิจารณาว่าความเสี่ยงเรื่องรอยดำจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
การลดความเสี่ยงรอยดำนั้น การดูแลก่อนและหลังทำสำคัญกว่าตัวหัตถการเอง ควรกันแดดอย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังทำ และหากจำเป็นอาจเตรียมผิวด้วยการปรับรอยดำล่วงหน้า ยิ่งผิวคล้ำมากเท่าไหร่ การเลือกหัตถการที่ปลอดภัยแล้วทำหลายครั้งย่อยแทนการทำแรงครั้งเดียว จะเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงรอยดำไปพร้อมกับให้แผลเป็นดีขึ้นได้จริง
Filler ควรใช้เมื่อไหร่ และผสมผสานหลายหัตถการอย่างไร?
Filler เป็นหัตถการที่เติมวอลลุ่มใต้รอยบุ๋มทันที เหมาะกับแผลเป็นที่เติมเต็มได้ทันที เช่น rolling ที่กว้างและลอนตื้น หรือ boxcar ที่ไม่ลึกมาก แต่ไม่เหมาะกับ ice pick ที่แคบและลึก งานวิจัยที่ใช้ HA filler ในผู้ป่วย 15 คนพบว่า 92% รายงานว่าดีขึ้น ทั้งความรุนแรงและจำนวนแผลเป็นลดลงชัดเจน และผลลัพธ์คงอยู่ได้นานถึง 2 ปี อย่างไรก็ตาม ยังขาดงานวิจัยขนาดใหญ่ที่เปรียบเทียบกับยาหลอก
| หัวข้อ | HA filler | PMMA Bellafill |
|---|---|---|
| ย้อนกลับ | ทำได้ ด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส | ทำไม่ได้ ถาวร |
| ความคงอยู่ | มีหลักฐานอยู่ได้นานถึง 2 ปี | ถาวร |
| แผลเป็นที่เหมาะสม | Rolling, boxcar ตื้น | ระดับปานกลางถึงรุนแรง |
Bellafill ที่มีส่วนประกอบ PMMA ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ สำหรับแผลเป็นสิวแบบผิวยุบตัวระดับปานกลางถึงรุนแรงบริเวณแก้ม อนุภาคที่คงอยู่จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองมาแทนที่ ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ถาวร ส่วน HA filler หากเกิดปัญหาสามารถละลายคืนด้วยเอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดสได้ จุดนี้ทำให้จัดการความเสี่ยงได้ง่ายกว่า PMMA ที่ย้อนกลับไม่ได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่มีหัตถการใดหัตถการเดียวที่ทำให้แผลเป็นหายไปทั้งหมด งานวิจัยส่วนใหญ่ตั้งเป้าหมายไว้ที่การดีขึ้นบางส่วน ไม่ใช่การกำจัดแผลเป็นให้หมดไป แม้แต่การทำร่วมกันแบบดีที่สุดก็ยังอยู่ที่ประมาณ 60-70% ส่วนหัตถการเดี่ยวจะได้ผลน้อยกว่านั้น ดังนั้นการทำหลายครั้งและผสมผสานหลายหัตถการจึงเป็นแนวทางมาตรฐาน
ลำดับที่ใช้จริงมักเป็นการคลายพังผืดด้วย subcision ก่อน ตามด้วยปรับผิวด้วย fractional laser หรือ microneedling RF จากนั้นจึงใช้ filler เติมส่วนที่ยังบุ๋มอยู่และปรับรอยดำในขั้นตอนสุดท้าย คอลลาเจนใหม่จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนหลังทำ ดังนั้นการประเมินผลลัพธ์สุดท้ายควรรอถึง 3-6 เดือน การรู้ชนิดแผลเป็นของตัวเองก่อน แล้วค่อยๆ ผสมผสานหัตถการที่ปลอดภัยเข้าด้วยกัน คือแนวทางที่มีหลักฐานรองรับมากที่สุดในการรักษาแผลเป็นสิว
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

SkinVive กับ Belotero Revive ต่างกันตรงไหน และควรเลือกตัวไหนดี?
SkinVive และ Belotero Revive เป็น HA skin booster เหมือนกัน แต่สูตร บทบาทของ glycerol ข้อมูลทางคลินิก และสถานะการอนุมัติต่างกัน บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากงานวิจัยจริง พร้อมแนวทางการเลือกที่ใช้ได้จริง
By Dr. Kim

คู่มือเปรียบเทียบ Juvelook และ Sculptra ฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจน วอลุ่มทันทีหลังฉีด ระยะเวลาที่อยู่ได้ และระดับหลักฐานทางการแพทย์
Juvelook คือฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนที่ผสม PDLLA กับ HA ส่วน Sculptra คือฟิลเลอร์ที่ทำจาก PLLA บทความนี้สรุปความแตกต่างเรื่องวอลุ่มทันทีหลังฉีด วิธีกระตุ้นคอลลาเจน ระยะเวลาที่อยู่ได้ และระดับหลักฐานทางการแพทย์ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
By Dr. Lee

สคัลป์ตร้ากับจูฟลุค วอลุ่ม ต่างกันตั้งแต่สารตั้งต้น ทั้งการกระตุ้นคอลลาเจน ระยะอยู่ยาว และหลักฐาน
สคัลป์ตร้ากับจูฟลุค วอลุ่ม ถูกจัดอยู่ในกลุ่มฟิลเลอร์กระตุ้นคอลลาเจนเหมือนกัน แต่ต่างกันที่สารตั้งต้น กลไกการทำงาน รูปร่างอนุภาค และปริมาณหลักฐานที่สะสมมา บทความนี้ค่อยๆ เรียบเรียงจากงานวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบว่าผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน และควรใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือก
By Dr. Kim