prettytime
Skincare

ทำไมสกินบูสเตอร์ต้องฉีดซ้ำหลายครั้งตามช่วงเวลาที่กำหนด ไม่ใช่ฉีดครั้งเดียวจบ

By Dr. Kim1 min read

หนึ่งในคำถามที่คนไข้ที่เพิ่งฉีดสกินบูสเตอร์เป็นครั้งแรกถามบ่อยที่สุดคือ ฉีดครั้งเดียวอยู่ได้นานแค่ไหน แต่จริง ๆ แล้วคำถามนี้เพี้ยนไปเล็กน้อย เพราะสกินบูสเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้จบในครั้งเดียวตั้งแต่แรก แต่จะฉีดถี่ ๆ ในช่วงแรกหลายครั้ง แล้วค่อย ๆ ยืดช่วงเวลาออกไปเพื่อดูแลรักษาต่อเนื่อง

หากอยากเข้าใจว่าทำไมต้องแบ่งฉีดแบบนี้ ต้องเริ่มจากทำความเข้าใจก่อนว่าสารที่ฉีดเข้าไปในผิวเคลื่อนตัวและสลายไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป จำนวนครั้งและช่วงเวลาไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดขึ้นเองตามใจ แต่เป็นผลจากความเร็วในการดูดซึมและสลายตัวของสารนั้น ๆ

เหตุผลที่ฤทธิ์ของสกินบูสเตอร์ไม่ได้อยู่ตลอดไปด้วยการฉีดครั้งเดียว

สารหลักที่ใช้ในสกินบูสเตอร์คือกรดไฮยาลูโรนิก (hyaluronic acid) หรือ PN (polynucleotide สารกระตุ้นการฟื้นฟูที่สกัดจาก DNA ของปลาแซลมอนหรือปลาเทราต์) ทั้งสองชนิดไม่ใช่วัสดุที่คงอยู่ในผิวถาวร แต่จะค่อย ๆ ถูกร่างกายดูดซึมและสลายไปตามกาลเวลา

ในมุมมองของร่างกาย สารเหล่านี้ไม่ใช่เนื้อเยื่อเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่เป็นสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกรดไฮยาลูโรนิกที่กักเก็บน้ำไว้ หรือ PN ที่ช่วยกระตุ้นปฏิกิริยาการฟื้นฟู ท้ายที่สุดก็จะถูกเอนไซม์ค่อย ๆ ย่อยสลายและขับออกจากร่างกาย ความชุ่มชื้นที่เคยกักเก็บไว้และปฏิกิริยาฟื้นฟูที่เคยถูกกระตุ้นจึงจางลงไปพร้อมกับสารที่ลดจำนวนลงเช่นกัน

ดังนั้นความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นที่ได้จากการฉีดครั้งหนึ่งจึงค่อย ๆ กลับสู่ระดับเดิมเมื่อเวลาผ่านไป คล้ายกับการรดน้ำต้นไม้จนชุ่มในครั้งเดียว แต่ผ่านไปไม่กี่วันดินก็แห้งอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าผลของการรดน้ำหายไป แต่เป็นเพราะน้ำระเหยไปตามธรรมชาติเท่านั้น

สารในผิวสลายตัวเร็วแค่ไหน

ระยะเวลาที่สารแต่ละชนิดคงอยู่ในร่างกายนั้นแตกต่างกัน กรดไฮยาลูโรนิกแบบไม่มีการเชื่อมโยงโครงสร้าง (non-crosslinked) มีโครงสร้างเรียบง่าย เอนไซม์จึงเข้าถึงได้ง่ายและสลายตัวเร็วกว่า ในทางกลับกัน กรดไฮยาลูโรนิกแบบเชื่อมโยงโครงสร้าง (crosslinked) อย่างที่ใช้ในฟิลเลอร์ ถูกถักทอเป็นร่างแหจนเอนไซม์เจาะเข้าไปยาก จึงคงอยู่ได้นานกว่า

กรดไฮยาลูโรนิกที่ใช้ในสกินบูสเตอร์ส่วนใหญ่มีการเชื่อมโยงโครงสร้างน้อยหรือแทบไม่มีเลย เพราะต้องกระจายตัวในชั้นผิวตื้น ไม่ใช่ชั้นลึก เพื่อทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้น จึงตั้งใจออกแบบให้ไม่แข็งแรงจนเกินไป แต่ให้ค่อย ๆ ถูกดูดซึมอย่างนุ่มนวลแทน ข้อดีคือแม้จะสลายเร็วกว่าฟิลเลอร์ แต่ผิวจะดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติราวกับซึมเข้าไปเอง

PN ก็มีลักษณะคล้ายกัน หลังจากทำหน้าที่เป็นสัญญาณกระตุ้นปฏิกิริยาฟื้นฟูในร่างกายแล้ว เมื่อส่งสัญญาณครบก็จะสลายตัวไปเอง เพราะหากสารสัญญาณนี้ค้างอยู่นานเกินไป อาจกลายเป็นสิ่งกระตุ้นที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย จึงถูกออกแบบให้สลายไปภายในช่วงเวลาหนึ่ง

หลักการฉีดถี่ ๆ ในระยะโหลดโดส

เมื่อเริ่มฉีดสกินบูสเตอร์ครั้งแรก มักต้องผ่านระยะโหลดโดส (loading phase) ที่ฉีดหลายครั้งในช่วงเวลาห่างกันเพียงไม่กี่สัปดาห์ เหตุผลที่ไม่ฉีดปริมาณมากในครั้งเดียว แต่แบ่งฉีดหลายครั้งแทน เป็นเพราะผิวต้องการเวลาในการรับสิ่งกระตุ้นและตอบสนอง

ในการฉีดครั้งแรก บริเวณที่ฉีดจะเริ่มมีน้ำเข้ามาเติมเต็มและเกิดปฏิกิริยาฟื้นฟูเล็กน้อย หากฉีดกระตุ้นซ้ำอีกครั้งก่อนที่ปฏิกิริยานี้จะจางหายไปหมด ปฏิกิริยาจะสะสมเพิ่มขึ้น ทำให้ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์สร้างคอลลาเจนทำงานได้ต่อเนื่องมากขึ้น เมื่อสิ่งกระตุ้นไม่ได้จบแค่ครั้งเดียวแต่ต่อเนื่องกันไป ร่างกายก็จะคงปฏิกิริยาฟื้นฟูให้ทำงานอยู่ตลอดเช่นกัน

แต่ถ้าเว้นช่วงห่างเกินไป สิ่งกระตุ้นครั้งก่อนจะจางหายไปหมดก่อนที่สิ่งกระตุ้นครั้งต่อไปจะมาถึง เท่ากับต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง ปฏิกิริยาจึงไม่สะสมและกระจัดกระจายไป ในทางกลับกัน หากเว้นช่วงสั้นเกินไป ผิวจะไม่มีเวลาฟื้นตัวและถูกกระตุ้นต่อเนื่องจนอาจทำให้บวมและระคายเคืองมากขึ้น ช่วงเวลาในระยะโหลดโดสจึงเป็นค่าที่ปรับให้อยู่ระหว่างสองขั้วนี้ เพื่อให้ปฏิกิริยาสะสมได้ดีที่สุด

เหตุผลที่ระยะดูแลรักษามีช่วงเวลายาวขึ้น

หลังจากผ่านระยะโหลดโดสแล้ว ช่วงเวลาถัดไปจะถูกยืดออกให้ห่างมากขึ้นและเข้าสู่ระยะดูแลรักษา (maintenance phase) เพราะจุดประสงค์ในช่วงนี้ไม่ใช่การสะสมปฏิกิริยาใหม่ตั้งแต่ต้น แต่เป็นการรักษาคอลลาเจนและความยืดหยุ่นที่สะสมไว้แล้วในระดับหนึ่ง

คอลลาเจนในผิวเมื่อถูกสร้างขึ้นแล้วก็ไม่ได้คงอยู่ตลอดไป เพราะในร่างกายมีเอนไซม์ที่คอยตัดคอลลาเจนเก่าทำงานอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ความเร็วในการสร้างใหม่กับความเร็วในการสลายจึงค่อย ๆ ใกล้เคียงกันเมื่อเวลาผ่านไป การฉีดในระยะดูแลรักษาจึงทำหน้าที่เติมสิ่งกระตุ้นก่อนที่สมดุลนี้จะเสียไป เพื่อเอียงตาชั่งไปทางฝั่งการสร้างคอลลาเจนเล็กน้อย

เหตุผลที่ระยะดูแลรักษาเว้นช่วงห่างกว่าระยะโหลดโดสนั้นเข้าใจง่าย เพราะเป็นการเติมสิ่งกระตุ้นบนเนื้อเยื่อที่แข็งแรงพอสมควรอยู่แล้ว จึงใช้สิ่งกระตุ้นน้อยกว่าการสะสมใหม่ทุกครั้งก็ยังคงผลลัพธ์ไว้ได้ เปรียบเหมือนความถี่ในการสร้างบ้านครั้งแรกกับการซ่อมบำรุงบ้านที่สร้างเสร็จแล้วนั้นต่างกัน หากเข้าใจในลักษณะนี้ก็จะเห็นภาพชัดขึ้น

ช่วงเวลาต่างกันตามชนิดของหัตถการหรือไม่

ไม่ใช่สกินบูสเตอร์ทุกชนิดที่มีช่วงเวลาเหมือนกัน เพราะขนาดโมเลกุลของสาร ระดับการเชื่อมโยงโครงสร้าง และความลึกในการฉีด ล้วนส่งผลให้ระยะเวลาที่สารคงอยู่ในร่างกายต่างกัน ช่วงเวลาที่แนะนำจึงต่างกันไปตามหัตถการแต่ละชนิด

  • สารที่มีขนาดโมเลกุลเล็ก: กระจายตัวในเนื้อเยื่อได้เร็ว แต่ก็สัมผัสกับเอนไซม์ได้ง่ายเช่นกัน จึงสลายตัวเร็ว ช่วงเวลาดูแลรักษาส่วนใหญ่จึงสั้นตามไปด้วย
  • กรดไฮยาลูโรนิกแบบเชื่อมโยงโครงสร้าง: โครงสร้างแบบร่างแหทำให้เอนไซม์เจาะเข้าไปยาก จึงคงอยู่ได้นานกว่าโดยเปรียบเทียบ และสามารถเว้นช่วงเวลาดูแลรักษาได้นานขึ้น
  • PN หรือสารกระตุ้นการฟื้นฟู: ไม่ได้ทำหน้าที่เติมเต็มพื้นที่ทางกายภาพ แต่กระตุ้นปฏิกิริยาฟื้นฟู ระยะเวลาที่ปฏิกิริยาคงอยู่จึงแตกต่างกันมากในแต่ละคน จึงมักต้องปรับช่วงเวลาตามสภาพผิวของแต่ละบุคคล
  • ความลึกในการฉีด: ชั้นตื้นสัมผัสกับการระเหยของน้ำและแรงเสียดทานได้ง่าย จึงจางเร็วกว่าโดยเปรียบเทียบ ส่วนชั้นลึกได้รับสิ่งกระตุ้นจากภายนอกน้อยกว่า จึงมักคงอยู่ได้นานกว่าเล็กน้อย

ดังนั้นการที่แพทย์ผู้ดูแลจะพิจารณาสภาพผิวและชนิดของหัตถการแล้วปรับช่วงเวลาใหม่จึงเป็นกระบวนการที่เป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีคำตอบตายตัวเพียงหนึ่งเดียว แต่เป็นค่าที่ต้องพิจารณาสารและสภาพผิวไปพร้อมกัน

ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเว้นช่วงเวลาสั้นหรือยาวเกินไป

หลายคนสงสัยว่าหากไม่รักษาช่วงเวลาที่กำหนดจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว เหตุผลก็จะตามมาอย่างเป็นธรรมชาติ

หากฉีดถี่เกินไปโดยเว้นช่วงสั้นเกินไป อาการบวมและปฏิกิริยาฟื้นฟูจากการฉีดครั้งก่อนยังไม่ทันจางหาย ก็จะมีสิ่งกระตุ้นใหม่เข้ามาซ้ำอีก สำหรับผิวแล้วเท่ากับถูกกระตุ้นแบบไม่มีเวลาพัก จึงอาจทำให้ผิวระคายเคืองและแดงนานขึ้น เพราะปฏิกิริยาฟื้นฟูต้องมีช่วงพักที่เหมาะสมจึงจะจบลงได้อย่างสมบูรณ์

ในทางกลับกัน หากเว้นช่วงนานเกินไป คอลลาเจนและความชุ่มชื้นที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้จะสูญหายไปเป็นส่วนใหญ่ก่อนจะถึงการฉีดครั้งต่อไป ในกรณีนี้แทนที่จะเป็นการดูแลรักษา กลับกลายเป็นต้องเริ่มต้นสิ่งกระตุ้นใกล้เคียงกับระยะโหลดโดสอีกครั้ง ประสิทธิภาพจึงลดลงและอาจต้องรอผลลัพธ์เท่าระดับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง คล้ายกับสถานการณ์ที่ต้องแก้ไขตาชั่งหลังจากเอียงไปมากแล้ว

สิ่งที่ควรดูแลควบคู่กันในแต่ละครั้ง

นอกจากช่วงเวลาแล้ว วิธีดูแลผิวระหว่างแต่ละครั้งก็ส่งผลต่อผลลัพธ์เช่นกัน

  • แนะนำให้ดูแลป้องกันแสงแดดให้เข้มงวดกว่าปกติในช่วงไม่กี่วันหลังฉีด เพราะรังสียูวีอาจทำงานในทิศทางที่สลายคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่
  • ควรหลีกเลี่ยงการนวดแรง ๆ หรือการขัดผิวในช่วงไม่กี่วันหลังฉีด เพราะสารที่ยังไม่ทันตั้งตัวอาจถูกแรงกระทำทางกายภาพผลักออกได้
  • การจดบันทึกการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวจนถึงการฉีดครั้งถัดไปจะช่วยให้แพทย์ผู้ดูแลปรับช่วงเวลาได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละคนมีความเร็วในการฟื้นตัวและการตอบสนองต่างกัน จึงมักต้องปรับละเอียดตามผลตอบสนองจริงมากกว่าใช้ช่วงเวลาที่กำหนดไว้ตายตัว
  • การดูแลความชุ่มชื้นพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอก็มีส่วนช่วยเช่นกัน เพราะยิ่งเกราะกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวแข็งแรงมากเท่าไร ความชุ่มชื้นที่สกินบูสเตอร์เติมเข้าไปก็ยิ่งระเหยช้าลงเท่านั้น

ท้ายที่สุดแล้ว ช่วงเวลาของสกินบูสเตอร์ไม่ใช่สิ่งที่ต้องท่องจำเป็นตัวเลขตายตัว แต่การเข้าใจว่าสารเคลื่อนตัวอย่างไรในร่างกายจะเป็นประโยชน์มากกว่า เพียงจำไว้ว่าในระยะโหลดโดสต้องสะสมปฏิกิริยาให้เพียงพอ และในระยะดูแลรักษาต้องเติมสิ่งกระตุ้นก่อนที่ปฏิกิริยานั้นจะเสื่อมสลายลงก็เพียงพอแล้ว

References

Korean Dermatological Association, American Academy of Dermatology (AAD), and Ministry of Food and Drug Safety (MFDS).

บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?

About this article

เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

Read next

Skincare

หลักการที่ Lilied Sinmulgwang ใช้กรดไฮยาลูรอนิกจากหงอนไก่เติมความชุ่มชื้นในผิวชั้นลึก พร้อมวิธีดูแลรักษาผล

Lilied Sinmulgwang คือสกินบูสเตอร์ที่ฉีดกรดไฮยาลูรอนิกบริสุทธิ์เข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในผิว บทความนี้อธิบายหลักการว่ากรดไฮยาลูรอนิกดูดซับน้ำได้อย่างไร และเกิดอะไรขึ้นในผิวหลังทำหัตถการ

By Dr. Lee

Skincare

หลักการที่บูสเตอร์น้ำเลี้ยงสเต็มเซลล์ NovaStem ช่วยฟื้นฟูผิวด้วยโกรทแฟกเตอร์ และวิธีดูแลผิว

บูสเตอร์น้ำเลี้ยงสเต็มเซลล์ NovaStem ไม่ใช่เซลล์ที่มีชีวิต แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่รวบรวมโกรทแฟกเตอร์และสารสื่อสัญญาณที่เซลล์ปล่อยออกมาระหว่างการเพาะเลี้ยง บทความนี้อธิบายหลักการว่าสารเหล่านี้ส่งสัญญาณอย่างไรให้เซลล์ในผิวเกิดปฏิกิริยาฟื้นฟู และแตกต่างจากการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ที่มีชีวิตอย่างไร

By Dr. Kim

Botox

สกินโบท็อกซ์ต่างจากโบท็อกซ์ลบริ้วรอยอย่างไร ทำไมถึงช่วยกระชับรูขุมขน ลดความมัน ลดรอยแดง และอยู่ได้นานแค่ไหน

สกินโบท็อกซ์ใช้สารตัวเดียวกับโบท็อกซ์ลบริ้วรอย แต่วิธีฉีดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้อธิบายหลักการฉีดแบบตื้นและกระจายเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ออกฤทธิ์ต่อต่อมไขมัน กล้ามเนื้อมัดเล็กรอบรูขุมขน และปลายประสาท ไปจนถึงเหตุผลที่รอยแดงลดลง และระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่

By Dr. Lee

Back to articles