เลเซอร์พิโคแต่ละเครื่องต่างกันอย่างไรทั้งความยาวคลื่นและหัวจ่าย รอยสัก ฝ้า แผลเป็น เหมาะกับแบบไหน?
By Dr. Kim2 min read

เมื่อเริ่มหาข้อมูลเรื่องเลเซอร์พิโค มักจะเจอชื่อ PicoSure, PicoWay, enlighten, PicoPlus เรียงกันมาให้เห็น พอเห็นคำอธิบายว่าทั้งลบรอยสัก ทั้งจางฝ้า ไปจนถึงรูขุมขนกระชับขึ้น ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเครื่องไหนดีที่สุดกันแน่
แต่สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์จริง ๆ ไม่ใช่ชื่อแบรนด์ แต่คือความยาวคลื่นและหัวจ่าย แม้จะเป็นเลเซอร์พิโคเหมือนกัน แต่ความยาวคลื่นที่ต่างกันก็ทำให้ผลต่อเม็ดสีรอยสัก ฝ้า หรือรอยแผลเป็นต่างกันไปโดยสิ้นเชิง งานวิจัยที่มีอยู่ในตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปรียบเทียบแบรนด์ต่อแบรนด์โดยตรง ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่สะสมตามความยาวคลื่นมากกว่า ดังนั้นเนื้อหาด้านล่างนี้จะไม่เน้นว่าเครื่องไหนดีที่สุด แต่จะเน้นวิธีเลือกความยาวคลื่นและหัวจ่ายให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละคน

เลเซอร์พิโคคือหัตถการแบบไหนกันแน่?
เลเซอร์พิโค ตามชื่อเลยคือคำเรียกรวมของเลเซอร์ที่ยิงแสงในหน่วยพิโควินาที พิโควินาทีคือ 1 ในล้านล้านวินาที สั้นเกินกว่าที่มนุษย์จะรู้สึกได้ หลักการพื้นฐานคือการส่งพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้น ๆ นั้นเข้าไปทำลายเม็ดสีหรือหมึกสักใต้ผิวหนัง
PicoSure, PicoWay, enlighten, PicoPlus ล้วนอยู่ในกลุ่มเลเซอร์พิโควินาทีนี้เหมือนกัน เพียงแต่ผลิตโดยบริษัทต่างกัน PicoSure ผลิตโดย Cynosure, PicoWay ผลิตโดย Candela, enlighten ผลิตโดย Cutera และ PicoPlus ผลิตโดย Lutronic หลักการพื้นฐานเหมือนกัน แต่ชุดความยาวคลื่นและประเภทหัวจ่ายที่แต่ละบริษัทใส่มาจะต่างกันเล็กน้อย
ปัญหาหลักที่เลเซอร์พิโคดูแลคือการลบรอยสัก เม็ดสีอย่างฝ้าหรือกระ เม็ดสีที่เป็นมาแต่กำเนิดอย่างปานโอตะ ไปจนถึงรอยแผลเป็นและรูขุมขน แต่ไม่ใช่ว่าเครื่องเดียวจะทำทุกอย่างได้ดีเท่ากันหมด ความยาวคลื่นและหัวจ่ายที่ต่างกันจะเหมาะกับแต่ละปัญหาต่างกันไป ดังนั้นเวลาเลือกเครื่อง สิ่งที่ควรดูก่อนชื่อรุ่นคือมีความยาวคลื่นและหัวจ่ายแบบไหนบ้าง ก่อนไปพบแพทย์ ถ้าลองแยกให้ตัวเองก่อนว่าปัญหาของเราเป็นเรื่องเม็ดสี หรือเป็นเรื่องแผลเป็นและรูขุมขน การปรึกษาก็จะง่ายขึ้นมาก

หลักการต่างจากเลเซอร์นาโนวินาทีอย่างไร?
ก่อนที่จะมีเลเซอร์พิโค เลเซอร์นาโนวินาทีเคยเป็นมาตรฐานในการรักษาเม็ดสี นาโนวินาทีคือการยิงแสงในช่วงเวลาที่นานกว่าพิโควินาทีประมาณ 1,000 เท่า ระหว่างนั้นความร้อนจะกระจายไปยังเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำลายเม็ดสีไปพร้อมกับทิ้งการระคายเคืองจากความร้อนไว้ด้วย
เลเซอร์พิโควินาทีต่างออกไป มันส่งพลังงานสูงในช่วงเวลาสั้นมากจนความร้อนแทบไม่มีโอกาสกระจาย แล้วใช้แรงกระแทกที่เรียกว่าโฟโตอะคูสติกสลายเม็ดสีให้แตกละเอียดเป็นผง เข้าใจง่าย ๆ คือใช้แรงดันทำลายเม็ดสีมากกว่าใช้ความร้อน เมื่อความร้อนตกค้างน้อยลง ในทางทฤษฎีจึงเชื่อว่าผลข้างเคียงหลังทำ เช่น รอยแดงหรือรอยดำคล้ำ จะน้อยกว่าเลเซอร์นาโนวินาที
ในการลบรอยสักจริง ๆ ความแตกต่างนี้ก็ได้รับการยืนยันจากงานวิจัยแล้ว ผลการศึกษาพบว่าการรักษาด้วยเลเซอร์พิโควินาทีลบหมึกสักออกได้มากกว่าเลเซอร์นาโนวินาที แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าพิโควินาทีดีกว่านาโนวินาทีในทุกปัญหา อย่างในกรณีฝ้าที่เม็ดสีอยู่ตื้นและกระจายเป็นวงกว้าง มีงานวิจัยที่พบว่าความแตกต่างระหว่างสองวิธีนี้ไม่มากนัก จึงควรแยกพิจารณาระหว่างข้อดีในเชิงหลักการกับผลลัพธ์ทางคลินิกจริง ปัจจุบันคลินิกที่มีเลเซอร์นาโนวินาทีก็ยังมีอยู่มาก จึงควรตรวจสอบด้วยว่าคลินิกที่จะไปทำมีเครื่องแบบไหนติดตั้งอยู่
เครื่องทั้ง 4 รุ่นต่างกันเรื่องความยาวคลื่นและหัวจ่ายอย่างไร?
ทั้ง 4 เครื่องมีชุดความยาวคลื่นที่ต่างกันเล็กน้อย สรุปไว้ในตารางด้านล่างนี้
| เครื่อง | ผู้ผลิต | ความยาวคลื่น | หัวจ่ายเด่น |
|---|---|---|---|
| PicoSure | Cynosure | 755nm (รุ่น Pro มีตัวเลือก 532/1064nm เพิ่ม) | เลนส์ Focus |
| PicoWay | Candela | 532/730/785/1064nm | Resolve |
| enlighten | Cutera | 532/670/1064nm | พิโค+นาโน สองระบบในเครื่องเดียว |
| PicoPlus | Lutronic | 532/595/660/1064nm | MLA แบบ Fractional |
PicoSure ใช้ 755nm เป็นหลัก ส่วนรุ่น Pro จะมี 532nm และ 1064nm เพิ่มเป็นตัวเลือก PicoWay มีความยาวคลื่นตั้งแต่ 532 ถึง 1064nm รวม 4 ค่า ส่วน PicoPlus เพิ่ม 595/660nm เข้ามาอีก ทำให้มีความยาวคลื่นให้เลือกใช้มากที่สุด จุดเด่นของ enlighten คือสามารถสลับระหว่างพัลส์พิโควินาทีและนาโนวินาทีได้ในเครื่องเดียว
ชื่อหัวจ่ายก็ต่างกันไปตามแต่ละเครื่อง Focus ของ PicoSure, Resolve ของ PicoWay และ MLA ของ PicoPlus ล้วนเป็นระบบ Fractional ที่ยิงเลเซอร์ให้แตกเป็นจุดเล็ก ๆ ถี่ ๆ ใช้แยกต่างหากจากการลบเม็ดสี สำหรับปรับผิวในเรื่องแผลเป็น รูขุมขน และผิวเรียบเนียนขึ้น ทั้ง 4 เครื่องมี 1064nm ความยาวคลื่นสั้น และหัวจ่าย Fractional ครบเหมือนกัน โครงสร้างพื้นฐานจึงไม่ต่างกันมากนัก ความต่างอยู่ที่ความหลากหลายของชุดความยาวคลื่นและรายละเอียดวิธีการทำงานมากกว่า

ผิวปัญหาของเราเหมาะกับความยาวคลื่นไหน?
เกณฑ์หลักในการเลือกความยาวคลื่นคือสีของเม็ดสีและความลึกที่เม็ดสีนั้นอยู่ 1064nm มีความยาวคลื่นยาวจึงเข้าถึงผิวได้ลึก มักใช้กับเม็ดสีดำหรือน้ำเงิน และฝ้าที่อยู่ในชั้นหนังแท้ เป็นความยาวคลื่นที่ค่อนข้างปลอดภัยแม้กับผิวคล้ำ
755nm ได้ผลดีกับหมึกสักโทนเขียวหรือเม็ดสีน้ำตาลที่ผิวตื้นอย่างกระเนื้อ ส่วน 532nm มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด ใช้เล็งเป้าหมึกสักสีแดงหรือเม็ดสีตื้น ๆ อย่างกระ แต่ยิ่งความยาวคลื่นสั้นเท่าไร ความเสี่ยงเกิดรอยดำคล้ำในผิวคล้ำก็ยิ่งสูงขึ้น จึงต้องพิจารณาโทนสีผิวควบคู่กันไปด้วย
หากปัญหาคือแผลเป็น รูขุมขน หรือผิวไม่เรียบเนียน ควรมองที่หัวจ่ายแบบ Fractional มากกว่าความยาวคลื่นที่เล็งเป้าเม็ดสี หัวจ่าย Fractional อย่าง Focus, Resolve หรือ MLA ทำงานด้วยการกระตุ้นการฟื้นฟูผิวไม่ใช่เล็งเป้าเม็ดสี จึงเป็นแนวทางที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พูดง่าย ๆ คือความยาวคลื่นและหัวจ่ายที่ต้องพิจารณาจะเปลี่ยนไปตามว่าเป็นหมึกสักสีอะไร เป็นฝ้าหรือกระ หรือเป็นปัญหาแผลเป็น หากเป็นรอยสักที่มีเม็ดสีหลายสีปนกัน ความยาวคลื่นเดียวอาจไม่พอ เครื่องที่มีหลายความยาวคลื่นในตัวจะได้เปรียบกว่า

ประสิทธิภาพได้รับการยืนยันมากน้อยแค่ไหน?
มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่า 1064nm ให้ผลดีกับฝ้ามากกว่าความยาวคลื่นอื่น การทดลองหนึ่งติดตามผู้เข้าร่วม 59 คนเป็นเวลา 24 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ใช้ 1064nm มีค่าดัชนีฝ้าลดลงประมาณ 35.9% นำหน้า 755nm ที่ 25.5% และครีมทาผิวขาวที่ 24% การวิเคราะห์รวมงานวิจัยหลายชิ้นก็ยืนยันว่า 1064nm ได้ผลชัดเจน แต่ 755nm กลับไม่ได้ดีไปกว่าครีมทาผิวมากนัก แถมยังเสี่ยงเกิดรอยดำคล้ำสูงขึ้นด้วย การวิเคราะห์เปรียบเทียบขนาดใหญ่ที่รวมผู้เข้าร่วม 1,182 คน ก็ยังพบว่า 1064nm ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดเช่นกัน
ในทางกลับกัน สำหรับเม็ดสีน้ำตาลที่ผิวตื้นอย่างกระเนื้อ มีงานวิจัยพบว่า 755nm ให้ผลดีขึ้นเร็วกว่าและมากกว่า แต่ในกรณีที่ผิวคล้ำมาก ผลการศึกษาก็พบว่า 1064nm แทบไม่ได้ผลเลย สำหรับการลบรอยสัก เลเซอร์พิโควินาทีให้ผลดีกว่าเลเซอร์นาโนวินาที งานวิจัยหนึ่งพบว่าสัดส่วนที่หมึกจางลงมากกว่า 75% อยู่ที่ 33% ในกลุ่มพิโควินาที เทียบกับ 14% ในกลุ่มนาโนวินาที ส่วนปานโอตะก็มีผลดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย 755nm และไม่พบผลข้างเคียงถาวร
สำหรับแผลเป็นจากสิว เลเซอร์พิโค Fractional ให้ผลดีขึ้นใกล้เคียงกับเลเซอร์เออร์เบียมแยกแบบเดิม แต่พบรอยดำคล้ำเพียง 1 ใน 31 คน น้อยกว่าเออร์เบียมแยกที่พบ 8 ใน 31 คน อย่างมาก แต่ในทางกลับกัน อาการจุดเลือดออกเล็ก ๆ หลังทำพบในกลุ่มเลเซอร์พิโคมากกว่า ส่วนผลด้านรูขุมขนพบว่าใกล้เคียงกับเลเซอร์ Fractional แบบไม่ลอกผิวชนิดเดิม

ผลข้างเคียงและการเลือกเครื่องควรยึดเกณฑ์อะไร?
หลังทำเลเซอร์พิโคทันที มักพบรอยแดงและอาการบวมเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่จะหายไปภายในไม่กี่วัน ผลข้างเคียงที่ต้องระวังที่สุดคือรอยดำคล้ำ หากใช้ความยาวคลื่นสั้นอย่าง 532nm หรือ 755nm กับผิวคล้ำ ความเสี่ยงที่จะเกิดรอยคล้ำขึ้นมาก็ยิ่งสูง ในทางกลับกัน 1064nm ถือเป็นความยาวคลื่นที่ค่อนข้างปลอดภัยแม้กับฝ้าหรือผิวคล้ำ ส่วนหัวจ่าย Fractional ไม่ได้เล็งเป้าเม็ดสีโดยตรง ความเสี่ยงเกิดรอยดำคล้ำจึงค่อนข้างต่ำกว่า
ไม่มีความยาวคลื่นใดที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกหัตถการเหมือนกันหมด เพราะทางเลือกที่ปลอดภัยจะเปลี่ยนไปตามปัญหาที่ต้องการแก้ หลักการคือควรทดสอบจุดเล็ก ๆ ก่อนทำจริง และเริ่มด้วยกำลังไฟที่ระมัดระวัง
สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกเครื่องไม่ใช่ชื่อแบรนด์ ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกที่เปรียบเทียบโดยตรงว่าแบรนด์ไหนดีกว่าแบรนด์ไหน หลักฐานที่ยืนยันได้ในตอนนี้ล้วนอยู่ในระดับความยาวคลื่น และทั้ง 4 เครื่อง PicoSure, PicoWay, enlighten, PicoPlus ต่างก็มี 1064nm ความยาวคลื่นสั้น และหัวจ่าย Fractional ครบเหมือนกัน ดังนั้นเกณฑ์ที่ใช้ได้จริงคือให้เริ่มจากจัดลำดับปัญหาของตัวเองก่อนว่าหมึกสักเป็นสีอะไร เป็นฝ้าหรือกระ หรือเป็นแผลเป็น แล้วจึงตรวจสอบว่าเครื่องนั้นมีความยาวคลื่นและหัวจ่ายที่ตรงกับปัญหานั้นหรือไม่
บทความนี้เป็นประโยชน์หรือไม่?
About this article
เขียนโดยแพทย์ด้านความงามผู้ตรวจรักษา มีไว้เพื่อการศึกษาทั่วไป ไม่ใช่สิ่งทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
Read next

Rejuran, Juvelook หรือ Re2o ดีกว่ากัน? เปรียบส่วนผสม ผล และผลข้างเคียงก่อนเลือก Skin Booster
Rejuran, Juvelook และ Re2o ถูกเรียกรวมว่า skin booster แต่ส่วนผสม กลไกการออกฤทธิ์ และหลักฐานทางคลินิกที่สะสมมานั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง สรุปเฉพาะข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว เพื่อช่วยให้เลือกได้ตรงกับปัญหาผิว
By Dr. Lee

รอยสิวสีน้ำตาลที่ไม่ยอมจาง: สาเหตุของ PIH และวิธีดูแลที่ได้ผลจริง
รอยสีน้ำตาลที่หลงเหลือหลังสิวหายคือ PIH ซึ่งไม่ใช่แผลเป็น แต่เป็นปัญหาเรื่องเม็ดสี บทความนี้อธิบายว่าทำไม melanin จึงสะสมในบริเวณนั้น เหตุใดผลลัพธ์จึงแตกต่างกันตามประเภทผิว ส่วนผสมใดที่ผ่านการพิสูจน์ทางคลินิก และทำไมเลเซอร์ถึงอาจทำให้อาการแย่ลงได้
By Dr. Lee

หลังทำริฟติ้ง downtime บวมนานแค่ไหน ผลอยู่ได้กี่เดือน วิธีดูแลผิว และเวลาที่เหมาะสมสำหรับทำซ้ำ
สรุปจากตัวเลขงานวิจัยจริงว่าหลังทำ HIFU, RF, ร้อยไหม downtime และการฟื้นตัวเป็นอย่างไร ผลอยู่ได้นานแค่ไหน ควรทำซ้ำเมื่อไหร่ พร้อมแยกให้ชัดว่าวิธีดูแลแบบไหนมีหลักฐานรองรับจริงอย่างกันแดดและเลิกบุหรี่ และแบบไหนยังเป็นเพียงความเชื่อทั่วไป
By Dr. Kim